ภูมิปัญญาการปลดแอกการเสพติดทางความคิด

 

      ตอนนี้ จะว่าด้วยเรื่องของการก้าวพ้นความคิดทางลบ  มีเทคนิคดังนี้ครับ

 

      ๑.  ไม่มีเรื่องราวใดสามารถทำให้จิตใจของคุณเจ็บปวดได้  ความเจ็บปวดนั้นเกิดจากการตีความหมายเรื่องราวนั้นๆของตัวคุณเอง  

 

        วิธีคิดดังกล่าว มี ๒ วิธี    ที่จะก้าวพ้นความคิดเป็นลบ

 

      วิธีที่ ๑  ดังแผนผัง

 

     A(เรื่องราว).......B(ความเชื่อ แนวคิด)......C(ผลลัพธ์)

 

      A  นั้นเป็นกลางเสมอ  

      A  ตัวเดียวกัน เกิดขึ้นกับคน B ต่างกัน  จะเกิด C ต่างกัน  

      ฉะนั้น  จะทุกข์ หรือ สุข  อยู่ที่  B ความเชื่อและแนวคิด  

     ไม่ได้อยู่ที่ A

 

     วิธีที่ ๒  เบื้องหลังอารมณ์ทางลบทุกอารมณ์ของเรา จะต้องมีความคิดที่หนุนหลังอยู่    เช่น

 

     เราคิดว่าเราทำงานดี  แต่ไม่ได้รับการพิจารณาผลงานจากเจ้านาย   ตอนแรกเรารู้สึกเสียใจ น้อยใจ  ไม่พอใจ 

 

     ลองเพ่งพินิจความคิดที่อยู่เบื้องหลังอารมณ์ทางลบของตัวเอง  จึงพบว่า เรา "ต้องการให้"  เจ้านายพิจารณาความดีความชอบให้เรา

 

    ในเมื่อเจ้านายทำแบบนี้ เป็น "เรื่องของใคร"  ในเมื่อเป็น "เรื่องของเขา"  แล้วเราเข้าไปก้าวก่ายได้ไหม

 

    เมื่อเอาความคิดของตัวเองมาเพ่งพินิจใต้แว่นขยาย เรื่องราวทุกข์ร้อนนั้น  ก็ตั้งไม่ได้อีกเลย แม้แต่เรื่องเดียว

 

     ๒. สิ่งที่ทำให้จิตใจของเราเป็นทุกข์ไม่ใช่เหตุการณ์  แต่เป็นความคิดที่เรามีต่อเหตุการณ์นั้น  และ "นิยาม" ที่เราแต่งขึ้นเองจากการตีความ

 

       การก้าวพ้นความคิดดังกล่าว  ใช้เทคนิค "สังเกตความคิดของตัวเอง"

 

      สดับตรับฟังเสียงในหัวตนเอง  ทำตัวเป็นผู้สังเกตุการณ์  เสียงอยู่ที่ใหน ให้ตามไปรับฟังที่นั่น   เพ่งมองมันที่นั่น  การรับรู้เช่นนี้  จะไม่ใช่ความคิดอีกต่อไป  แต่จะเป็นการรู้ตน

 

      ความคิดลบทั้งหลาย  หากจับมาเพ่งพินิจใต้แว่นขยายทีละชิ้น  ไม่มีชิ้นเดียวที่จะดำรงอยู่ได้

 

      ครับ  ทั้งหมดนั้นก็คือ  วิธีเลิกเสพติดความคิดทางลบ   ซึ่งอ่านแล้วก็ดูง่ายๆ  แต่จริงๆแล้ว  ไม่ใช่ง่ายเลยครับ   เพราะเรามักจะคุ้นชินและเคยชินกับเจ้าความคิดทางลบจนยากที่จะก้าวพ้น 

 

      ถึงเลิกไม่ได้เด็ดขาด แต่อย่างน้อยให้ "รู้ทัน" ก็ยังดีครับ  

 

      รู้ทันความคิดทางลบ   อย่าให้มาบงการหรือมีอิทธิพลต่อชีวิตทั้งคำพูด และ การกระทำ   ขอให้เป็นแต่เพียง "ความคิด" อยู่อย่างนั้น