หมออนามัยกับการทำงานในชุมชน :
เริ่มต้นเลยที่ตัดสินใจและอาจจะพูดได้ว่า"ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิด" ที่เลือกเรียน ที่ วสส. ตอนเรียนนั้นก็เป็นวิชาความรู้ใหม่ๆ มันก็ตื่นเต้นดี และ สนุกด้วยที่ได้เรียนแบบ PBL ( คงรู้ใช่ไหมครับว่าเรียนที่ไหน) พอเรียนจบ ก็กลับมาทำงานที่บ้านของตัวเอง (อำเภอ) มีความรู้สึกว่าอึดอัดใจมากที่สุดเลย เพราะ เจอกับญาติๆ และคนรู้จัก และเหนื่อยกับการทำงาน อื้อ คิดแล้วยังท้อ เลยตัดสินใจ ไปเรยนต่อ ป.ตรี 2 ปี ในระบบของมหาลัย (คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.ราชภัฏสงขลา) กลับมา ก็เริ่มทำงานต่อครับ แต่ ระยะเวลา 2ปีก่อน กับปัจจุบันมันไม่เหมือนกันแล้ว
จากอดีตและปัจจุบันต่างกันมากเลยเรื่องของการทำงาน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขไม่ใช่ทำงานบน สอ.อย่างเดียวแล้ว ตอนนี้จะต้องทำงานในชุมชนด้วยและทำงานบน สอ.ด้วย บางวันจะต้องเป็นพี่เลี่ยงให้กับกองทุนต่างๆในหมู่บ้าน และทำงานให้กับโรงเรียน (ส่งเสริมสุขภาพ) และที่เหนื่อยที่สุดคือการทำงานเชิงรุก ( กาย ใจ จิต สังคม) และจะต้องทำตัวให้หมุนตามกระแสเทคโนโลยีด้วย
มีหลายคนถามว่า " ทนทำงานนี้ไปเพื่ออะไร " ผมตอบไม่ได้ครับว่าทำไปทำไม แต่ที่รู้ ๆ คือ ทำแล้วให้ มีความสะบายใจ ถึงจะเหนือย แต่ก็ มีความสุข บทสรุป ผมคงหลงรักงานนี้แล้วหรือนี่ !
ดีใจมากที่เห็นน้อง (หมออนามัย) คนหนึ่งละที่เข้ามา อยากให้เชิญชวนคนอื่น ๆ อีกนะครับ ดีกว่าไปถกเถียงกันเรื่องที่ไม่เกิดปัญญา เช่น http://www.ptho.moph.go.th/webboard/Question.asp?GID=887 พี่ได้ขอเชิญเข้าร่วมชุมชนด้วย มีอะไรคืบหน้าจะได้เห็นกันทันที
แลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ระหว่างกัน ทางแห่งปัญญาอีกทางหนึ่งนะครับ
รักและนับถือ
เก่งจังพี่เค้าเป็นคนที่กระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา นี่แหละหมออนามัยตัวจริง
เป็นนักศึกษาจาก วสส.เหมือนกันค่ะ แต่เรียน 4 ปี จบมาเลยเป็นนักวิชาการสาธารณสุข ทำงานอยู่โรงพยาบาลทั่วไป แต่กรอบงานและหน้าที่ที่รับผิดชอบคือ งานรักษาพยาบาลในชุมชน แต่ว่าเรียนเป็นนักวิชาการ สับสนมากค่ะ ไม่มีความรู้พอในเรื่องการรักษาพยาบาล จะทำอย่างไรดี ตอนนี้ก็เป็นแค่ลูกจ้างชั่วคราว แต่ทำงานที่รักษาพยาบาลเกี่ยวกับชีวิตคน ไม่มีอะไรคุ้มครองเลย
เช้านี้ตื่นตั้งแต่ตี 5 ทั้งที่เมื่อคืนหลับเกือบตี 2(อ่านหนังสือเตรียมสอบ) …………………………… ขับรถไปได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราทำเพื่อใคร? เพื่ออะไร? หรือว่าเรา เลือกวิธีการทำงานที่ผิด เพราะยึดติดกับนโยบายมาเกินไป
นี่เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วนะ ที่ต้องทำอย่างนี้ ทำไม เราไม่ส่งเสริมให้คน สนใจสุขภาพของตนเอง กระตือรือล้นที่จะแสวงหาสุขภาพของตนเอง เข้าใจ ใส่ใจการดูแลสุขภาพของตนเอง หรือเพราะว่า จริง ๆ แล้ว “สุขภาพ”เป็นสิ่งที่ไม่ต้องให้คนอื่นมาสอน ??? คนอื่นไม่ควรยุ่ง
หมายเหตุ..รณรงค์ค้นหาและคัดกรองผู้ป่วยเบาหวานรอบที่ 3 ให้ผลงานผ่านเกณฑ์ 60 Healthy Thailand