ชื่อเรื่อง รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการสอนเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านขี้นาค อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ
ชื่อผู้วิจัย นายพิจิตร ประมวล
ปีที่วิจัย 2551-2552
บทคัดย่อ
กระบวนการลูกเสือเป็นกระบวนการที่มีคุณประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะการลูกเสือมุ่งเน้นและส่งเสริมให้เยาวชนของชาติเป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบต่อตนเองและประเทศชาติ การนำกระบวนการลูกเสือเข้าไปในโรงเรียน จะช่วยพัฒนาผู้เรียนทุกด้านพร้อม ๆ กันตามวัยของแต่ละคน เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนมีระเบียบวินัยในตนเอง รวมทั้งเป็นรากฐานที่มีในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ผู้รายงานจึงมีความสนใจในการพัฒนาเอกสารประกอบการสอนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ลูกเสือ-เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ขึ้น โดยมีความมุ่งหมายของการศึกษาดังนี้ 1) เพื่อพัฒนาเอกสารประกอบการสอนกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการสอนกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้เอกสารประกอบการสอนกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 โรงเรียนบ้านขี้นาค จำนวน 31 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ เอกสารประกอบการสอนกิจกรรมลูกเสือ – เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 6 ชุด แบ่งเป็น 12 เรื่อง แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 12 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับเท่ากับ 0.85 และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน จำนวน 20 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สูตรการหาประสิทธิภาพ E1/E2 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้ t - test (Dependent Samples) ปรากฎผลการศึกษา ดังนี้
1. เอกสารประกอบการสอนกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ผู้รายงานพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ 83.45/80.75 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่ตั้งไว้
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้เอกสารประกอบการสอนกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. นักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้เอกสารประกอบการสอนกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.43 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.56 ประเด็นที่นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุด 3 ด้าน ได้แก่ 1) ความทันสมัยของสื่อการเรียนการสอน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.71 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.53 2) ความเหมาะสมของเนื้อหาเหมาะกับนักเรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.68 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.48 3) เนื้อหาที่เรียนส่งเสริมทักษะทางการลูกเสือ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.65 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.66 ประเด็นที่นักเรียนมีความพึงพอใจน้อยที่สุด 3 ด้าน ได้แก่ 1) ส่งเสริมให้เกิดกำลังใจในการเรียนครั้งต่อไป มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.03 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.55 2) ผู้เรียนทราบคะแนนจากการประเมินผลทุกครั้ง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.19 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.40 และ 3) ส่งเสริมการรู้จักการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.26 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.73 ตามลำดับ
จากผลการวิจัยดังกล่าวทำให้ได้เอกสารประกอบการสอนที่ดี มีประสิทธิภาพเหมาะสม สามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะมีความรู้เกี่ยวกับวิชาลูกเสือ สามารถปรับตัวในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข สอดคล้องกับการดำรงชีวิตประจำวัน เป็นแนวทางในการศึกษาค้นคว้าให้ครูและผู้ที่เกี่ยวข้องได้นำไปประยุกต์ใช้เพื่อปรับปรุงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และพัฒนาสื่อหรือนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นแนวทางในการสร้างเอกสารประกอบการสอนลูกเสือ-เนตรนารีสำหรับชั้นอื่น ๆ ต่อไป
เป็นผลงานที่ดี กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ด้านุณธรรม จริยธรรม แลคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ให้บรรลุเป้าหมาย การจัดสร้างสื่อที่เหมาะสมมีประสิทธิภาพเหมือนของอาจรารย์จะช่วยให้นักเรียนบรรลุเป้าหมายของหลักสูตร 2544 และ 2551 ได้
ชื่อเรื่อง รายงานการใช้เอกสารประกอบการสอนเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านขี้นาค อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ
ชื่อผู้วิจัย นายพิจิตร ประมวล
ปีที่วิจัย 2551
บทคัดย่อ
กระบวนการลูกเสือเป็นกระบวนการที่มีคุณประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะการลูกเสือมุ่งเน้นและส่งเสริมให้เยาวชนของชาติเป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบต่อตนเองและประเทศชาติ การนำกระบวนการลูกเสือเข้าไปในโรงเรียน จะช่วยพัฒนาผู้เรียนทุกด้านพร้อม ๆ กันตามวัยของแต่ละคน เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนมีระเบียบวินัยในตนเอง รวมทั้งเป็นรากฐานที่มีในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ผู้รายงานจึงมีความสนใจในการพัฒนาเอกสารประกอบการสอนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ลูกเสือ-เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ขึ้น โดยมีความมุ่งหมายของการศึกษาดังนี้ 1) เพื่อพัฒนาเอกสารประกอบการสอนกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการสอนกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้เอกสารประกอบการสอนกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 โรงเรียนบ้านขี้นาค จำนวน 31 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ เอกสารประกอบการสอนกิจกรรมลูกเสือ – เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 6 ชุด แบ่งเป็น 12 เรื่อง แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 12 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับเท่ากับ 0.85 และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน จำนวน 15 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สูตรการหาประสิทธิภาพ E1/E2 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้ t - test (Dependent Samples) ปรากฎผลการศึกษา ดังนี้
1. เอกสารประกอบการสอนกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ผู้รายงานพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ 83.45/80.75 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่ตั้งไว้
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้เอกสารประกอบการสอนกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ายวิชา งพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนนปีที่ 1าวคือ ีที่ 1สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. นักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้เอกสารประกอบการสอนกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.43 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.56 ประเด็นที่นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุด 3 ด้าน ได้แก่ 1) ความทันสมัยของสื่อการเรียนการสอน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.71 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.53 2) ความเหมาะสมของเนื้อหาเหมาะกับนักเรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.68 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.48 3) เนื้อหาที่เรียนส่งเสริมทักษะทางการลูกเสือ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.65 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.66 ประเด็นที่นักเรียนมีความพึงพอใจน้อยที่สุด 3 ด้าน ได้แก่ 1) ส่งเสริมให้เกิดกำลังใจในการเรียนครั้งต่อไป มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.03 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.55 2) ผู้เรียนทราบคะแนนจากการประเมินผลทุกครั้ง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.19 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.40 และ 3) ส่งเสริมการรู้จักการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.26 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.73 ตามลำดับ
จากผลการวิจัยดังกล่าวทำให้ได้เอกสารประกอบการสอนที่ดี มีประสิทธิภาพเหมาะสม สามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะมีความรู้เกี่ยวกับวิชาลูกเสือ สามารถปรับตัวในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข สอดคล้องกับการดำรงชีวิตประจำวัน เป็นแนวทางในการศึกษาค้นคว้าให้ครูและผู้ที่เกี่ยวข้องได้นำไปประยุกต์ใช้เพื่อปรับปรุงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และพัฒนาสื่อหรือนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นแนวทางในการสร้างเอกสารประกอบการเรียนลูกเสือ-เนต