คนที่กระตุ้นหรือออกกำลังสมอง ด้วยความคิด และการกระทำ จะทำให้สมองแข็งแรง ลองเข้าไปอ่านพาดหัวของ New York Times ดูนะครับ จะเห็นว่าตัวกระตุ้นสมองดีที่สุดคือ Positive Thinking
ช่วงหยุดยาววว เทศกาลสงกรานต์ ผมฝึกให้สมองคนแก่ปรับตัวหรือออกกำลังด้วยการอ่านหนังสือ เป็นการอ่านหนังสือแนวใหม่ ที่ขยายจากทักษะเก่าที่มี คืออ่านแบบไม่อ่าน หรืออ่านแบบ “ถามหนังสือ”
เดี๋ยวนี้เราสามารถอ่านหนังสือแบบนี้ได้ฟรี โดยไม่ต้องซื้อหนังสือ หากเข้า อินเทอร์เน็ต ได้ ก็เข้าไปที่ Amazon.com เลือกหนังสือที่เราต้องการ “ถามหนังสือ” อย่างวันนี้ผมเลือกฝึกถามหนังสือชื่อ The Brain that Changes Itself แล้ว download ตัวอย่างตอนหนึ่งของหนังสือมาอ่าน พบว่าเป็นหนังสือที่ทำให้เราเปลี่ยนกระบวนทัศน์ว่าด้วยสมอง ว่าส่วนต่างๆ ของสมองมีความสามารถปรับตัวทำหน้าที่แทนส่วนอื่นได้อย่างที่เราไม่คิดมาก่อน หรือจริงๆ แล้วเราเข้าใจผิดกันมานาน ว่าสมองทำหน้าที่แบบ “one function, one location” สมองส่วนไหนตาย หน้าที่นั้นก็สูญเสียไปเลยแบบถาวร หนังสือเล่มนี้หาข้อมูลผลการวิจัยมายืนยันว่า จริงๆ แล้วสมองทำหน้าที่แบบ polysensory เช่นสมองส่วนที่เราเคยเรียนว่ารับรู้ประสาทหู สามารถฝึกให้รับรู้ประสาทตาได้
นำไปสู่การคิดคำใหม่ว่า neuroplasticity = สมองยืดหยุ่นและปรับตัวได้ หมอที่เป็นผู้นำด้านนี้ชื่อ Paul Bach-y-Rita บอกว่าตนเองเป็น neuroplastician เป็นนักหาทางช่วยให้คนที่สมองหรือประสาทบางส่วนเสียไป สามารถฟื้นการรับรู้กลับมาให้มีชีวิตตามปกติหรือเกือบปกติได้ โดยใช้ความเชื่อใหม่ในทำนองว่า “อวัยวะที่เห็นคือสมอง ไม่ใช่ตา” ดังนั้นคนที่ตาเสีย ก็ยังสามารถฝึกหรือช่วยให้ “มองเห็น” ได้ เขาเรียกการรักษาแนวนี้ว่า neuroplastic therapy
หนังสือเล่มนี้ดังมาก จนมีการนำไปทำหนัง documentary เสียดายที่เราอยู่นอกแคนาดา จึงดูหนังนี้ทาง อินเทอร์เน็ต ไม่ได้ แต่ เว็บไซต์ ของ Norman Doidge ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ ก็ให้ข้อมูลเพิ่มเติมมากมาย พอที่จะให้เราเข้าใจว่า เราสามารถกระตุ้นสมองของเราเองได้ในชีวิตประจำวัน คนที่กระตุ้นหรือออกกำลังสมอง ด้วยความคิด และการกระทำ จะทำให้สมองแข็งแรง ลองเข้าไปอ่านพาดหัวของ New York Times ดูนะครับ จะเห็นว่าตัวกระตุ้นสมองดีที่สุดคือ Positive Thinking หนังสือเล่มนี้ช่วยอธิบายว่า Positive Thinking ช่วยทำให้สมองแข็งแรงได้อย่างไร
นอกจากนั้น ยังมีเรื่องราวของ “สมองที่เปลี่ยนแปลงตัวเอง” ใน Wikipedia ด้วย อ่านได้ที่นี่
วิจารณ์ พานิช
๑๓ เม.ย. ๕๓
ขอบคุณค่ะ ขออนุญาต แลกเปลี่ยนด้วยคนค่ะ
เคยได้ยิน neuroplasticity ครั้งแรกตอนไปอบรมกับหนูดี
หนูดีบอกว่า การเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ก็ทำให้สมองสร้างเส้นประสาทมาอย่างสม่ำเสมอ
ถึงจำนวนเซลล์สมองเราจะคงที่เมื่อโตขึ้น
แต่เส้นใยประสาทจะมีการลดหรืออเพิ่มตามการใช้งานตลอดเวลา
ทำให้บางเรื่องที่เราเคยทำได้แต่ไม่ได้ทำนาน กลับมาทำก็จะยากกว่าเมื่อก่อน
ดังนั้นจึงควรใช้งานสม่ำเสมอและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆเพื่อเพิ่มจำนวนเส้นใยประสาท
ซึ่งฝึกบ่อยๆ จะทำให้การทำงานสมองทำงานได้เร็วขึ้นด้วยค่ะ
บวกกับต้อง positive thinking อย่างที่ท่านกล่าวด้วย
ขอบคุณอีกครั้งค่ะที่นำมาแบ่งปัน
เป็นหนังสือดีมากๆ ครับ เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ประกอบการศึกษาเรื่อง Positive Psychology หรือ Positive Thinking ได้ดีมากๆครับ อ่านแล้วจะรู้สึกว่าคนคิดบวก ไม่ได้กำลังทำสิ่งเพ้อฝัน แต่กำลังเปลี่ยนอะไรบางอย่าง แม้กระทั่งชะตากรรมชีวิตครับ หนังสือนี้ผมว่าควรอ่านมากๆครับ มี Case ที่สิ้นหวังหลาย case ครับ เขาไปเจาะไป น่าติดตามมากครับ ภาษาเขียนไม่โหดเกินไปครับ คนไม่ใช่หมออ่านแล้วพอเข้าใจครับ เพราะเขาพูดถึง case จริงๆครับ ตอนนี้ผมสั่งเข้า้ห้องสมุดแล้วครับ ในห้องสมุด MBA ม.ขอนแก่นมีเล่มหนึ่งแล้วครับ
ผมว่าถ้าใครทำวิจัยด้าน Positive Psychology จะได้ประโยชน์จากหนังสือเล่มนี้มากครับ
ไม่ทราบว่า Brain that changes itself มีฉบับแปลๆทยไหมคะ..นายฝรั่งสนใจ..สอบถามมาค่ะขอบคุณค่ะ