เรื่องเล่า                จากกลุ่มเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน โรงพยาบาลเกาะช้าง

Topic                    การดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวีในคลินิกยาต้านไวรัส

                กลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชนโรงพยาบาลเกาะช้าง เป็นหน่วยงานหนึ่งในโรงพยาบาลเกาะช้าง รับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับ งานส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันและควบคุมโรค และรับผิดชอบคลินิกยาต้านไวรัสในกลุ่มผู้ติดเชื้อ

                ในที่นี้จะกล่าวถึง การให้บริการที่คลินิกยาต้านไวรัส ที่ให้บริการยาต้านไวรัสกับผู้ติดเชื้อที่เข้ามารับบริการตรวจสุขภาพในโรงพยาบาลเกาะช้าง

การให้บริการของคลินิกยาต้านไวรัส จะมีชมรมเอราวัณเลิฟเฟรนด์ ที่จะคอยให้การสนับสนุนดูแลกลุ่มผู้ติดเชื้อในเขตพื้นที่ของอำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด

                จากการปฏิบัติงานที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีที่เข้าเกณฑ์ได้รับยาต้านไวรัสยอดสะสมทั้งสิ้น 22 ราย เป็นคนไทยจำนวน 16 ราย เป็นต่างชาติจำนวน  6  ราย  ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จะเป็นคนนอกพื้นที่ เข้ามารับจ้างทำงานในพื้นที่ของอำเภอเกาะช้าง ส่วนคนในพื้นที่จะทำอาชีพทำสวนและทำประมง

                เมื่อต้นปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจำนวน  1 ราย สาเหตุมาจากภาวะแทรกซ้อน ซึ่งเป็นแรงงานที่มาจากทางภาคเหนือเข้ามาทำงานในพื้นที่ของอำเภอเกาะช้าง ซึ่งอยู่ระหว่างรอการพิสูจน์สิทธิ์

                การให้บริการของคลินิกยาต้านไวรัส จะเป็นการเปิดให้บริการทุกวันพุธ สัปดาห์ที่ 2 ของทุกเดือน ให้บริการ

-          ให้คำปรึกษาทางด้านสุขภาพ

-         ให้การตรวจสุขภาพ

-         ส่งเสริมการรับประทานยาต้านไวรัสให้ครบถ้วน ต่อเนื่อง สม่ำเสมอ

-         ติดตาม Adherenc ในการรับประทานยาต้านไวรัส

-         ให้ความรู้

-         ส่งเสริมการดูแลตนเอง

กลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน โรงพยาบาลเกาะช้างจึงได้จัดตั้งคลินิกพิเศษนี้ขึ้นมา สำหรับผู้ที่ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์โดยเฉพาะ เปิดให้บริการทุกวันพุธ เวลา 08.30-16.30 น. ในช่วงเช้าจะเป็นผู้ป่วยรายใหม่ ส่วนภาคบ่ายจะเป็นกลุ่มผู้ติดเชื้อรายเก่ามีมารับบริการยาต้านไวรัสต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน

                กลุ่มชมรมเอราวัณเลิฟเฟรนด์ เป็นกลุ่มโรงพยาบาลจิตอาสา ที่คอยให้ความรู้เรื่องโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพสสัมพันธ์และการปฏิบัติตัว ด้วยกันเอง ซึ่งจะทำให้การดูแลมีประสิทธิภาพมากขึ้น  ตลอดจนถึงช่วยกระบวนการกลุ่มในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การดูแลผู้ที่รับยาต้านไวรัสด้วยกันอีกด้วย 

                ทางกลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเครือข่ายผู้ติดเชื้อของจังหวัด (ชมรมตราดสีทอง) และมูลนิธิรักษ์ไทย เครือข่าย NFA  มาช่วยในการจัดกิจกรรมต่างๆในวันที่คลินิกให้บริการ

ยกตัวอย่าง

                นายสวี (นามสมติ)  เป็นชายไทย วันทำงานงาน อายุ  36   ปี  อาชีพ ประมง  การศึกษา ประถามศึกษาปีที่6 รายได้ 15,000 บาท/เดือน สถานภาพ โสด

                รับบริการครั้งแรก เมื่อปี 2545 ด้วยอาการ มีไข้ เป็นๆหายๆ ถ่ายเหลว ไอแห้งๆ ไม่มีแรงๆ ประมาณ 3 เดือน ก่อนมา  น้ำหนัก 70 กิโลกรัม  พบแพทย์ครั้งแรก สั่ง Admit และ Refer รพ.ตราด ผลการรักษาครั้งนั้นพบ HIV+TB-lung

                รพ.ตราด ส่งกลับมาดูแลรักษาต่อ ได้รับยา TB ต่อ  และส่งเข้าคลินิกยาต้านไวรัส ARV

                ช่วงนั้นคนไข้   ผอมแห้ง อ่อนเพลีย น้ำหนักน้อย ไม่ค่อยมีแรง ญาติไม่มาเยี่ยม สภาพจิตใจของคนไข้ ย่ำแย่มากๆ  คนไข้คิดว่า “จะอยู่ไปทำไม อยู่ไปใครๆก็ไม่รัก” “อยู่ไปก็คงไม่รอด หมอไม่ต้องช่วยหลอก  อีกไม่กี่เดือนก็ตายแล้ว” 

                พยาบาลให้คำปรึกษา ก็ได้ให้กำลังใจ ให้คำแนะนำ ประคับประคอง จนสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น  พร้อมเริ่มยาต้านไวรัส (CD4 = 180)

                2 ปีแรก ผู้ป่วย ยังไม่ยอดเปิดเผยตัว เพราะกลัวคนอื่นรู้เพิ่มมากขึ้น คิดว่าจะอยู่ในสังคมลำบาก  พยาบาลให้คำปรึกษา ก็ได้ให้คำปรึกาเกี่ยวกับสิทธิ์ต่างๆที่คนไข้สมควรจะได้รับ ถ้าหากเปิดเผยตัว และทำคุณประโยชน์ให้สังคม   ผู้ป่วยก็ยังลังเลอยู่นานเพราะกลัวว่าจะมีแต่คนรังเกียจ ทำประมงไม่ได้ กลัวไม่มีใครมาซื้อปลา

                หลังจากได้ให้คำปรึกษาไปได้ซักระยะหนึ่ง ประมาณ 4 เดือนได้ และในช่วงนี้ก็เริ่มจัดตั้งชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนในปลายปี 2550 โดยใช้ชื่อว่า ชมรมเอราวัณเลิฟเฟรนด์ มีหน้าที่คอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อHIVที่มารับยาต้านที่คลินิกยาต้านไวรัส โดยมีพี่เลี้ยงจากชมรมตราดสีทองมาร่วมดำเนินการในการจัดตั้ง

                ช่วงนี้ผู้ป่วยได้มองเห็นถึงประโยชน์ของกลุ่มชมรมเอราวัณเลิฟเฟรนดืที่จัดตั้งขึ้น และจากการพูดชังจูงของชมรมตราดสีทอง ผู้ป่วยจึงยอมตัดสินใจเปิดเผยตัวเมื่อปี 2551  สาเหตุเพราะว่า อยากช่วยเหลือผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ระบบการรักษา และจะคอยให้กำลังใจ เพราะว่าเห็นแบบอย่างจากชมรมตราดสีทอง และเป็นการสร้างเครื่อข่ายต่อไป

                หลังจากนั้นผู้ป่วยก็ได้รับการช่วยเหลือในเรื่องค่าครองชีพจากเทศบาลเป็นประจำทุกเดือน เป็นแกนนำกลุ่มผู้ติดเชื้อในการดูแลตนเองต่อไป