ครูพาไปกราบคุณยายชีที่วัด เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๓ สิ่งที่หนูได้เรียนรู้จากการฟังธรรมจากท่านคือ
ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความห้าวหาญ การเผชิญกับมารที่มาผจญ ท่านเล่าว่า
สาเหตุที่กุฏินี้ต้องล้อมรั้วเอาแสลนมากั้น เพราะว่ามีไก่ แล้วไก่มันก็มาอยู่ก่อน จะไปไล่มันก็ไม่ได้ ไก่มาอยู่ตั้งแต่ยายยังไม่มา กุฏินี้มีอาหารมีข้าว เพราะทำครัว จึงจำเป็นต้องมีการป้องกัน ส่วนตาข่ายที่ล้อมกุฏิเพราะในนั้นมีอุปกรณ์หลายอย่าง เช่น ตู้เย็น ล้อมไว้หลวม ๆ เมื่อไม่อยู่ จะได้ลดข้อครหากับผู้คนที่ผ่านไปมาว่า จะมาขโมยของหรือไม่ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ก็ได้ใช้เงินส่วนตัวไม่ใช่เงินสงฆ์ เพราะสิ่งแวดล้อมที่ท่านดำรงอยู่ มีผู้คนมากมาย มีนักบวช มีผู้คนในวัด ที่คอยเป็นโจทย์คอยเป็นกระจกสะท้อนให้ท่านได้เรียนรู้ใจตนเอง
การได้รับฟังเรื่องต่าง ๆ จากท่านรู้สึกได้ถึงความห้าวหาญเด็ดเดี่ยวกับการเผชิญความจริง การเจอโจทย์เรียนรู้ ทำความเข้าใจ การโอนอ่อนผ่อนตาม และการแสดงความคิดเห็นต่าง เรื่องราวที่ได้รับฟังเหมือนท่านเมตตามาสะท้อนและตอกย้ำภาพของสังคมภายในวัดว่า ทุกคนคือนักเดินทาง สิ่งที่ต้องรบก็คือ กิเลสภายนในใจเฉกเช่นเดียวกัน
การภาวนาของคุณยายชี เป็นการภาวนาผ่านการทำงานและการดำรงอยู่อย่างมีสติ ทำหน้าที่ตามกำลังและศักยภาพที่ท่านมี ตอนหนึ่งท่านเล่าว่า
“มีพื้นที่ว่าง ๆ จึงปลูกผัก เป็นวัตุดิบมาทำอาหารถวายพระ แต่มีแม่ชีท่านหนึ่งเดินมาบอกว่า ทำอย่างนี้มันจะเป็นเปรต”
ทำให้ท่านรู้สึกไม่สบายใจ จึงกราบเรียนถามหลวงปู่ว่า
“ปลูกผักในเขตวัดแล้วนำมาทำอาหารถวายพระได้หรือไม่ ทำเช่นนี้ควรหรือไม่ควร”
หลวงปู่จึงเมตตาว่า
“พื้นที่ในเขตชีนั้นได้แบ่งให้เป็นสัดส่วนแล้ว ต้นไม้เล็ก ๆ หรือหญ้าจัดการได้ตามสะดวก ส่วนต้นไม้ใหญ่หากจะทำอะไรต้องถามท่านก่อน การปลูกผัก เราทำเพื่อถวายพระ ไม่ใช่ทำขายหรือทำเอากำไร มันไม่มีอะไรหรอก”
เหมือนท่านมาสอนเรื่องความอดทนอดกลั้น การเผชิญและแก้ไขปัญหาด้วยสติปัญญา ท่านทำให้เห็นว่า การภาวนาไม่จำเป็นต้องอยู่แค่การนั่งสมาธิ หรือ เดินจงกรม แต่การภาวนานั้นคือทุกขณะของการดำรงอยู่ สิ่งที่คุณยายแสดงให้เห็นคือความตรงไปตรงมาอย่างเป็นธรรมชาติเต็มไปด้วยความจริงของใจที่ปรากฏทุกขณะ
การได้เข้าไปกราบคุณยายชีพร้อม ๆ กับครู ทำให้หนูได้มีโอกาสได้รับฟังธรรมะ ฝึกฝนการฟัง รู้สึกได้ถึงความนิ่งเย็นภายใต้การเคลื่อนไหว คุณยายชีนิ่ง ครูนิ่ง เมื่อกราบลาคุณยายชี ครูเมตตาถามหนูว่า “ได้อะไร” ถ้าเป็นเมื่อก่อนหนูจะรู้สึกผลักไสคำนี้ แต่ ณ ขณะนั้นเป็นความรู้สึกอบอุ่นในใจ ปรากฏขึ้น ปรารถนาจะตอบแต่พอเริ่มเอ่ยขึ้นมา “ใจหนูก็มีความอยากดูดี ปรากฏขึ้น การเรียบเรียงเรื่องราวดูสะเปะสะปะ แต่ระยะทางที่เดินสั้น ๆ บทสนทนาจึงจบลงเร็ว” การได้เห็น ได้ยิน ทำให้หนูได้เรียนรู้ กราบขอบพระคุณครูเจ้าค่ะ
ขอบคุณค่ะ พี่อ่านแล้วพี่ก็ได้สิ่งดีๆ จากบันทึกนี้เช่นกันค่ะ
ขอบคุณสิ่งดีมีสาระประโยชน์ในบันทึกนี้ครับ