"ผมได้ใช้เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างในการสอนคุณธรรมและจริยธรรมลูกหลาน"

ในระยะไม่กี่สัปดาห์มานี้ ผมได้ยินเด็ก คนหนุ่มสาว และผู้ใหญ่หลายคน
นำคำว่า "เหวง" มาใช้ในความหมายว่า วุ่นวายบ้าง วกวนบ้าง เช่น "อย่ามาเหวงนะ"

คำนี้มีที่มาจากชื่อของแกนนำคนหนึ่งของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ
แห่งชาติ (นปช.) ซึ่งโดยอาชีพแล้วเป็นแพทย์ ผมไม่รู้จักเขาเป็นส่วนตัว
แต่ได้ยินชื่อเสียงมานานตั้งแต่ครั้ง ๑๔ ต.ค.๒๕๑๖ และ ๖ ต.ค.๒๕๑๙
เท่าที่ทราบประวัติมาบ้าง นายแพทย์คนนี้เป็นคนที่ต่อสู้กับเผด็จการ
ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และกับความไม่เป็นธรรมต่างๆ ในสังคมมานาน
เพียงแต่อาจมีคนไม่ชอบเขา จะด้วยเหตุผลกลใดก็ตามแต่ 
ผมเข้าใจว่าอาจจะมาจากเมื่อครั้งที่ฝ่ายรัฐบาลกับฝ่าย นปช.เจรจาออกทีวีกัน 2 ครั้ง 
วิธีการพูดที่ดูคล้ายจะตอกย้ำวนเวียนอยู่แต่กับบางเรื่องบางประเด็นที่บางคน
เห็นว่า "นอกประเด็น" กระทั่งฟังแล้วรู้สึกเบื่อรู้สึกรำคาญ หรือไม่ก็รู้สึกว่าไม่ได้
มาเจรจาแต่มาหาเรื่องด้วยการตั้งคำถามกับอีกฝ่ายในลักษณะของการโจมตี ฯลฯ

ผมเข้าใจว่า ผู้ที่นำคำ "เหวง" มาใช้ในความหมายข้างต้น ส่วนใหญ่เป็นฝ่าย
ที่ไม่เห็นด้วยกับ นปช. เป็นพื้นอยู่ก่อน ผมเองไม่ได้เป็นฝ่ายไหนทั้งสิ้น
ที่ยกประเด็นนี้ขึ้นมาเพราะอยากให้เราแต่ละคนมองคนทะลุผ่านพฤติกรรมภายนอก
เข้าไปให้ถึงส่วนที่อยู่ลึกลงไปในจิตใจของมนุษย์ทุกคน ผมเชื่อว่า มนุษย์เราทุกคน
โดยพื้นฐานแล้วมีความดีอยู่ในจิตใจ ผมเองมีความรู้สึกว่า นายแพทย์คนนี้
เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีจิตใจรักความเป็นธรรมมากทีเดียว และสิ่งนี้เป็นพลังขับเคลื่อน
ให้เขาออกมาอยู่แถวหน้า (ของฝ่ายที่เขาเห็นว่าร่วมอุดมการณ์กับเขา)

การนำชื่อคนอื่นมาล้อเลียนให้กลายเป็นตัวตลกเป็น “ความรุนแรง” อย่างหนึ่ง
เป็นการกระทำที่เริ่มจาก “ใจ” ผ่าน “วาจา” ออกไป “กระทำ” ต่อมนุษย์คนอื่น
ซึ่งผู้ถูกกระทำ(ถูกทำร้าย)ย่อมเจ็บปวด สมาชิกในครอบครัวเขาก็ย่อมเจ็บปวดไปด้วย
ลองคิดถึงใจลูกเมียเขาดู (เอาใจเขาใส่ใจเรา)
ถือเป็นการ “เบียดเบียน” คนอื่นอย่างหนึ่ง ตามความหมายของศีลข้อแรกในพุทธศาสนา
อีกทั้งยังเป็นเป็นการไม่เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนอื่น

บางคนอาจไม่พอใจในพฤติกรรมบางอย่างของเขา
เมื่อมีคนมาทำให้เราไม่พอใจ ทำอะไรที่กระทบใจเรา
แล้วเราตอบโต้ด้วยวิธีการแบบเดียวกัน
แสดงว่าทั้งเราทั้งเขา “พอกัน” หรือเปล่า?

หากมีคนทำตัวเป็นอันธพาลมาตีหัวเรา เราตีหัวเขากลับ
อย่างนี้เรามิกลายเป็นอันธพาลไปด้วยหรือ?

การทำให้ใครคนใดคนหนึ่งมีภาพพจน์เป็น “ตัวตลก” จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม
ในทางวิชาการเรียกว่า "การฆาตกรรมทางบุคลิกภาพ" (Characteristic Assassination)
มีการใช้วิธีนี้กันมากในทุกวงการ โดยเฉพาะในวงการเมือง ในหลายประเทศ
การนำหนังเรื่องฮิตเลอร์มาแปลงเป็น “แม้วเลอร์” ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง
ของวิธีฆาตกรรมทางบุคลิกภาพ

ลูกหลานผมบางคนก็นำคำ “เหวง” มาพูดที่บ้าน โดยจำมาจากเพื่อนๆ ที่โรงเรียน
ผมได้ใช้เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างในการสอนคุณธรรมและจริยธรรมลูกหลาน
ทั้งในเรื่องการเคารพในศักดิ์ศรีของมนุษย์ เรื่องการเอาใจเขาใส่ใจเรา
ไม่ล้อเลียนคนอื่นด้วยความคะนองปาก การบ่มเพาะความเมตตา
รวมทั้งความกรุณา มุทิตา และอุเบกขา ให้เบ่งบานขึ้นในจิตใจของเรา

คนเราควรมี “สัมมาวาจา” กับทุกคน ไม่ว่ากับผู้ที่เรารักเราชอบ
คนที่เราสื่อสารด้วยกิจธุระเฉยๆ หรือแม้แต่กับคนที่เรารู้สึกไม่ชอบ

สัมมาวาจานี้เป็นองค์ประกอบหนึ่งของ “มรรค” (ทางสู่ความดับทุกข์) ในพุทธศาสนา

สุรเชษฐ เวชชพิทักษ์
27 เมษายน 2553