งานของฉัน


คนขยัน ย่อมว่างเสมอ

         เมื่อตอนเป็นเด็กก็อยากเป็นผู้ใหญ่มาก ๆ เลย  แต่ปัจจุบันได้เป็นอย่างที่อยากเป็นแล้ว รู้สึกว่าอยากจะกลับไปเป็นเด็กดีกว่า  เพราะเป็นเด็กนั้นไม่ต้องรับผิดชอบอะไร  ไม่ต้องมีหน้าที่การงาน  ไม่ต้องสนใจอะไร  เล่นไปให้มันผ่านพ้นไปวัน ๆ เท่านั้นก็พอ  แต่ว่ามาถึง  ณ  จุดนี้แล้วคงไม่สามารถที่จะกลับไปย้อนได้อีก  ภาระหน้าที่การงานต่าง ๆ ต้องรับผิดชอบให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งผู้ที่มีหน้าที่การงานใหญ่โต  ก็คงต้องดูแลมากยิ่งเท่านั้น 

      หน้าที่การงานที่ข้าพเจ้ารับผิดชอบในปัจจุบัน

    เป็นพลขับ ในการไปส่งท่านอาจารย์ไปยังที่ต่าง  ๆ ส่งเอกสารของสำนักงานในแต่ละวัน  อีกทั้งดูแลรับผิดชอบสำนักงานด้วย  ซึ่งเวลาในการทำงานนั้นไม่สามารถที่จะระบุได้แน่นอนว่าเข้างานและออกงานเวลาไหน  เพราะงานพลขับต้องรับภาระในการไปส่งเจ้านาย  ไปยังที่ต่าง  ๆ โดย  เวลาที่เข้างานช่วงเช้าที่สุดก็จะเป็นเวลา  04.00  และเวลาที่กลับบ้านช้าที่สุดก็จะเป็นเวลา  23.00  และในบางครั้งก็ต้องออกไปพักค้างที่อื่น ๆ  แต่บางวันถ้าไม่มีงานอะไรทำ  ก็อยู่ที่สำนักงาน เช่น  ส่งเอกสารไปยังที่ต่าง  วัดต่าง ๆ เป็นต้น  นอกเหนือจากงานที่รับผิดชอบก็จะเป็นการไปส่งอาจารย์ไปเทศน์ยังที่ต่าง   ๆ ทั้งในตัวจังหวัดลำพูน  จังหวัดเชียงใหม่  และจังหวัดใกล้เคียงบ้างเป็นบางครั้ง  เช่น  ที่สุโขทัย  ที่ลำปาง  ที่กรุงเทพ ฯ  เหล่านี้ป็นต้น  จึงส่งผลให้เวลาในการอ่านหนังสือไม่เพียงพอกับการเรียนเท่าไร  แต่ไม่เป็นไร  เพราะคนขยัน ย่อมว่างเสมอ  เมื่อทำสิ่งไดแล้วต้องทำสิ่งนั้นให้บรรลุถึงเป้าประสงค์  ตามความจำนงค์ของเราและเพื่อบุคคลอื่น ๆ ได้ภาคภูมิใจ  เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่อนุชนรุ่นหลังในความเพียรพยายามของเรา  เพราะความพยายามอยู่ที่ไหน  ความสำเร็จก็ย่อมอยู่ที่นั้น  บุคคลใดก็ตามมีความเพียร  ความขยัน  ความอดทน  ความซื่อสัตย์  ความกระตือรือร้น  ความกล้าในสิ่งที่ถูกต้อง  ในฐานะผมเป็นนักเรียนนักศึกษาคนหนึ่ง  เชื่อว่า  สักวันหนึ่งก็ต้องเป็นวันของเราแน่นอน  ท้อได้  แต้อยากถอย  อ่อนได้ แต่อยากอ่อนแอ  แพ้ในวันนี้  ไม่ได้แปลว่าจะแพ้เสมอไป  จงใช้คำว่าแพ้นั้นให้เป็นแรงบันดันใจ  แต่ส่วนตัวผมใช้อนาคตที่ยังมองไม่เห็นมาเป็นแรงจูงใจให้ตัวเอง  ใช้คำ ว่ากล่าวตักเตือน(ถูกด่า)ของแต่ละคนมาเป็นแรงจูงใจ  ใช้ความดูถูกของคนอื่นมาเป็นแรงขับเคลื่อนให้ชีวิตที่ไม่มีคุณค่านี้  ให้เป็นประโยชน์แก่ตัวเองและสังคมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ (เรียนครู  เพื่อเป็นครู เพื่อสร้างต้นแบบให้มนุษย์)

      ชีวิตคนเรานี้ช่างสั้นนัก  แต่ทำไมไม่ทำชีวิตอันสั้นนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม  ภาระหน้าที่  การงาน  ต่าง ๆ ย่อมมีความหมายกับบุคคลนั้น ๆ ถึงแม้ว่างานนั้นจะตำต้อยสักเพียงไหนก็ตาม  (งานสุจริต) ให้คิดอยู่ใจเสมอว่างานนั้นสุจริต  ไม่เบียบเบียงชีวิตคนอื่นก็ดีพอแล้ว  ดังได้พรรณนามาด้วยประการ ฉะนี้

หมายเลขบันทึก: 354423เขียนเมื่อ 27 เมษายน 2010 13:28 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 13:51 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (8)

สวัสดีค่ะ คุณคนเก็บฟืน

เป็นกำลังใจให้นะคะ

คนเก่ง ยอมแพ้คนขยันอยู่แล้วค่ะ

คุณเป็นคนมองโลกในแง่ดีมากนะคะ

สิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์มากคะ

สำหรับผลักดันให้เราก้าวไปสู่ความสำเร็จ

เช่นคำคมที่ว่า เวลาเจอคำตำหนิ ให้บอกตัวเองว่า

"นี่คือ การชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ"

ขอบคุณครับคุณด้ามชอล์กที่เข้ามาทักทาย

สวัสดีครับ ว่าที่คุณครู คนเก็บฝืน ;)

เดี๋ยว ๆ ตกลงเนี่ย เป็น "คนเก็บฟืน" หรือ เป็น "คนเก็บฝืน" ;) ฝึนใจกันแย่เลย 555

ชอบนำครับคำว่า "คนขยันย่อมวางเสมอ" นั่นเป็น สัจธรรมที่คนดีพึงมี

"คำสำคัญ" อย่าลืมชื่อตัวเอง นามแฝงตัวเองด้วยนะครับ ;)

เป็ฯกำลังใจให้นะ สู้ๆเพื่อตัวเราเอง อิอิ

ขอขอบคุณอาจารย์ที่เข้ามาให้กำลังใจ ครับ

ขอขอบคุณคุณหมูหวานอีกคนครับที่มาให้กำลังใจ ครับ

รีบ รีบ ทำงาน

แล้ววันหนึ่งจะเป็นวันของ

คนเก็บฟืน

ขอบคุณครับคุณอาทิตย์ลับฟ้า เหมือนคำที่ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามก็อยู่ที่นั่นใช่ไหนครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี