งามอย่างมีคุณค่า
สวัสดีครับ วันนี้ผมขอกล่าวถึงความสวยความงามที่ใครๆก็อยากสวยอยากงามกัน ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ต่างคนต่างกันอยากสวยอยากงามกันทั้งนั้น จะว่าไปแล้วความสวยความงามทางรูปร่างหน้าตานั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่จีรังหยั่งยืน ตกอยู่ในอำนาจแห่งวัฏจักร หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งที่จะทำให้คนเราหรือมนุษย์เดินดินทั้งหลายจะมีความสวยสดงดงามอยู่ตลอดเวลา นั่นก็คือ การดำรงตนให้มีคุณธรรมในหัวข้อ โสภณกรณธรรม หรือธรรมอันทำให้งดงาม นั่นเอง
คำว่า”โสภณ”แปลว่า งาม “ กรณ “แปลว่า ทำ โสภณกรณธรรม แปลว่า ทำให้งาม งาม ในที่นี้หมายถึงความงามจากภายในใจ ทั้งความอดทนและความสงบเสงี่ยม เป็นเรื่องของใจ ใจอดทน ใจสงบเสงี่ยม ใจสงบเสงี่ยมแล้ว กิริยาท่าทางที่แสดงออกก็จะสงบเสงี่ยมตามไปด้วย เป็นที่สบายใจแก่ผู้พบเห็น
ชื่อว่า ทำให้งาม เพราะ
-บุคลิกงาม บึกบึน สู้ ทรหด บุกบั่นอย่างเด็ดเดี่ยว กล้าเผชิญหน้าต่ออุปสรรค และภยันตราย
-อัธยาศัย ใจงาม น้ำใจอดทน เยือกเย็น ยิ้มรับการหยามหมิ่น และอดกลั้น สิ่งยั่วยุและเย้ายวน
โสภณกรณธรรม นั้นมี ๒ ประการ ได้แก่
(๑). ขันติ ความอดทน ต่อทุกข์ยาก ลำบากตรากตรำ ในการประกอบกิจเลี้ยงชีพ ต่อภัยธรรมชาติ หนาวร้อน และสัตว์ร้ายเบียดเบียน อดกลั้นต่อคำกล่าวล่วงเกิน อดใจต่อสิ่งยั่วยวน (อธิวาสนขันติ ยอดของขันติ)
(๒).โสรัจจะ ความสงบเสงี่ยม น้ำใจองอาจ สู้ทน ไม่วู่วาม คุมสติอารมณ์คงที่ ไม่หวั่นไหวเพราะรัก และไม่หวั่นเพราะชัง น้ำใจหนักแน่นมั่นคง ไม่สะทกสะท้าน
ขันติ หมายถึง ความสามารถที่จะทนต่อความลำบาก มีจิตใจเข้มแข็งที่จะทำความดี ควบคุมตนเองมิให้ทำชั่ว ความอดทนทั้งทางกายและใจ ความอดทนอันเป็นสภาพจิตใจที่สามารถทนต่อเหตุการณ์ หรือสภาพการณ์ที่ทำให้เกิดความทุกข์หรือความเจ็บปวดได้ ได้แก่
(๑). ความอดทนทางกาย ได้แก่
(๑.๑). อดทนต่อความยากลำบาก คือ มีจิตใจเข้มแข็งที่จะทำงานให้ลุล่วงสำเร็จ หนักเอาเบาสู้ ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อย หิวกระหาย ก็เพียรพยายามที่จะทำงานที่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จ เช่น อดทนต่องานหนัก อากาศอบอ้าว ทนหิว ทนทำงานหรือศึกษาโดยไม่ท้อถอยแม้จะเหนื่อย ง่วง มึนงง หนักหรืออึดอัดก็ตาม ให้เห็นว่าสภาวะเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นธรรมดา เป็นต้น
(๑.๒). อดทนต่อความเจ็บป่วย คืออดทนต่อความเจ็บป่วยทางกาย ไม่โอดครวญ ไม่ท้อแท้ ไม่แสดงอาการฉุนเฉียว ไม่แสดงความอ่อนแอจนเกิดเหตุ ไม่นำเอาความเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆมาเป็นข้ออ้างเพื่อขออภิสิทธิ์ท่จะได้ไม่ทำงานต่างๆ
(๒). ความอดทนทางใจ ได้แก่
(๒.๑). อดทนต่อความเจ็บใจ คือ การอดทนต่อสิ่งที่ทำร้ายจิตใจ หรืออดทนต่อการกระทำล่วงเกิน เช่น คำนินทาว่าร้าย คำสบประมาทด่าว่า ถูกด่า ถูกดูหมิ่น ถูกนินทา ถูกยั่วยุ เป็นต้น หากมีคนล่วงเกินอย่างรุนแรงโดยเจตนา ก็ต้องตอบโต้ด้วยสันติวิธี โดยอาศัยกระบวนการของกฎหมายหรือระเบียบกฎเกณฑ์ที่ยึดอยู่เป็นเครื่องมือ
(๒.๒). อดทนต่อกิเลส หรืออดทนต่ออำนาจกิเลส คืออดทนต่อสิ่งต่างๆ ที่เข้ามายั่วยวนชวนให้หลงใหลให้หมกมุ่น มัวเมา รู้จักเดินทางสายกลาง ไม่ปล่อยตัวให้ถลำไปในทางทุจริต หรือ ความไม่หวั่นไหวไปตามโลกธรรม ๘ อันได้แก่ ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ ก็ไม่ตื่นเต้นยินดี
ความอดทนนั้นอาจสรุปเป็น ๓ อย่าง คือ
(๑). อดทนต่อความโลภ แม่เราจะลำบากมีความทุกข์ยากเพียงใดก็ตาม ก็ต้องอดใจไม่คิดโลภอยากได้ของผู้อื่นโดยมิชอบ
(๒). อดทนต่อความโกรธ แม้จะมีผู้มาล่วงเกินเรา ก็ต้องอดทนยับยั้งไม่ถือโกรธ ไม่โต้ตอบ หากการล่วงเกินรุนแรงมากก็อดทนไม่โต้ตอบด้วยความรุนแรงแต่โต้ตอบด้วยสันติวิธี
(๓). อดทนต่อความหลง คือสามารถอดทนต่อสิ่งยั่วยุ ไม่เห็นผิดเป็นชอบ ไม่มัวเมาลุ่มหลงกับสิ่งต่างๆ จนเกินควร
สาเหตุที่จะต้องใช้ความอดทนมี ๔ ประการ โดยสังเขป คือ
(๑). ปรากฎการณ์ธรรมชาติ เช่น ความร้อน ความหนาว เป็นต้น
(๒). ความเหนื่อยยากลำบากในการเรียน ทำงานหรือกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง
(๓). ทุกขเวทนา คือความเจ็บปวด ความป่วยใช้ทางร่างกาย
(๔). ความเจ็บปวดทางจิตใจ เช่น ความโกรธ ความเจ็บใจ เป็นต้น
โสรัจจะ หมายถึง ความสงบเสงี่ยม ความมีอัธยาศัยงาม ความประณีต ความสงบ เรียบร้อย ความไม่หรูหรา การไม่ทำตัวหรูหรา โอ่อ่า ทำตัวเป็นจุดเด่นจนเกินควร หรือการรักษากิริยาท่าทางสีหน้าให้เป็นปกติ ไม่แสดงอาการโกรธให้ปรากฎ หรือความสงบเสงี่ยมที่เป็นการควบคุมพฤติกรรมทั้งที่เป็นการกระทำและคำพูดให้เป็นไปอย่างถูกต้องด้วยความเรียบร้อยสวยงาม นุ่มนวล อ่อนโยนเป็นที่ประทับใจแก่คนทั่วไป หรือความสงบเสงี่ยมเรียบร้อย ไม่แสดงความในใจออกมาให้ผู้อื่นรู้เห็น ในเมื่อเขาพูดดูถูกเหยียดหยาม ไม่แสดงอาการดีอกดีใจจนเกินไปในเมื่อได้รับคำยกย่องสรรเสริญ
ขันติกับโสรัจจะ ทั้ง ๒ นี้ เป็นธรรมที่มักจะไปด้วยกันเสมอ รวมกันแล้วเรียกว่า” ธรรมอันทำให้งาม” ผู้ใดมีแล้วเรียกว่าเป็นคนงาม คนงามในที่นี้หมายถึงงามในความประพฤติทั้งทางกาย วาจา และใจ
โสรัจจะ นั้นจัดเป็นส่วนหนึ่งที่เสริมให้ขันติมีความงามพร้อม ทำคนให้งามได้ คนที่ประณีตรักสวยรักงาม จะทำอะไรก็ละมุนละไม อ่อนหวาน นุ่มนวล ย่อมเป็นที่งามตาแก่ผู้ที่พบเห็น คนที่พูดจาเรียบร้อย ไม่กระโชกโฮกฮาก ไม่ส่งเสียงดังโดยไม่สมควรย่อมเป็นที่ชื่นชมแก่ผู้สนทนาด้วย
คนที่มีความอดทนนั้นเรียกว่าเป็นคนงาม นั่นก็คือ มีใจเข้มแข็งน่ายกย่อง มีวาจาที่ไม่ก้าวร้าว ไม่หยาบคาย เพราะอดทนได้ มีการกระทำที่อยู่ในกรอบของความพอเหมาะเพราะฝืนใจไว้ได้ หากจะให้งามยิ่งขึ้นต้องมีโสรัจจะด้วย กล่าวคือ ต้องอดทนด้วยความสงบเสงี่ยม ไม่แสดงท่าฮึดฮัดเดินพล่าน บ่นกระปอดกระแปด ทำหัวเสียกับคนข้างเคียง คนบางคนอดทนอะไรต่ออะไรได้มาก แต่ไม่สามารถอดทนด้วยความสงบ ต้องแสดงกิริยาว่าไม่พอใจที่ต้องอดทน หรืออาจจะบ่นอยู่ตลอดเวลาอย่างนี้ เรียกว่าไม่งามจริง (งามเพียงครึ่งเดียว) คือส่วนที่เป็นขันติ แต่ไม่งามพร้อมเพราะไม่มีโสรัจจะ
การสร้างนิสัยดีงาม
(๑). สนใจเลือกเฉพาะงามสุจริต ต้องตามประเพณีนิยม และเที่ยงธรรมสมเหตุสมผล เท่านั้น
(๒). ตั้งใจประกอบภารกิจที่กำลังทำ แม้จะยาก ด้วยความอดทนจริงจังแบบหนักเอาเบาสู้
(๓). ใช้วิจารณปัญญาอันแยบยล ปรับปรุงตนเองให้แก่งานสถานที่และบุคคลที่เกี่ยวข้อง
(๔). กล้าหาญเอาชนะปัญหาและอุปสรรค บางครั้งแกล้งทำเป็นโง่ไม่รู้ และทำเป็นยอมแพ้
ผลสนองทันตา
(๑). สุขภาพสมบูรณ์ แช่มชื่น บุคลิกองอาจ มีเสน่ห์ กิริยามารยาทสง่างาม อายุยืน
( ๒). อุปนิสัยดีงาม จิตใจสูงส่ง เชื่อมั่นตนเอง เป็นที่น่ายำเกรงและรักใคร่ของเพื่อนฝูง
(๓). งานบรรลุตรงเป้าหมาย ชีวิตครอบครัวปลอดภัย ยาสุกมั่นคง
(๔). เป็นบุคคลแบบอย่างที่ดี ญาติมิตร หน่วยงานต่างๆ และประเทศชาติพึงปรารถนา