iPhone 4G


ปิดไม่มิด "ไอโฟน 4G" ไมโครซอฟท์ส่ง "Kin" ลุยตลาด

ข่าวใหญ่ สำหรับแฟนพันธุ์แท้ "ไอโฟน" เมื่อเว็บไซต์คอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ชื่อดังอย่าง "Gizmodo" เผยแพร่ภาพ ไอโฟนรุ่นล่าสุดที่คาดเดากันว่าน่าจะเป็น "ไอโฟน 4G" สู่สาธารณะ

"Gizmodo" เล่าว่า ได้ไอโฟนต้นแบบนี้มาจากบุคคลผู้หนึ่งซึ่งเจออุปกรณ์ดังกล่าวในคืนวันที่ 18 มี.ค. ภายในบาร์แห่งหนึ่งย่านซานโจเซ่ เมืองแคลิฟอร์เนีย ห่างจากสำนักงานใหญ่ของแอปเปิลประมาณ 20 ไมล์ โดยบุคคลดังกล่าวได้ส่งภาพเครื่องไอโฟนดังกล่าวมาให้ "Gizmodo" หลังจากนั้นเพียง 1 สัปดาห์ "Gizmodo" ได้รับอุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในครอบครอง แต่ต้องแลกกับเงินประมาณ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ

คาดว่าไอโฟนต้นแบบ น่าจะมาจากวิศวกรของแอปเปิลรายหนึ่งมาฉลองวันเกิดที่บาร์และเกิดอาการเมา เบียร์จนลืมมือถือเครื่องดังกล่าวทิ้งไว้

เบื้องต้นทางเว็บไซต์ "Gizmodo" ได้โพสต์รูปภาพอุปกรณ์และส่วนประกอบ ต่าง ๆ ของอุปกรณ์ซึ่งปรากฏสัญลักษณ์ แอปเปิลติดอยู่ พร้อมระบุว่าไอโฟนดังกล่าววัสดุทำมาจากเซรามิก ขอบอะลูมิเนียม กล้องด้านหน้าและหลังมีเลนส์และแฟลชที่ช่วยในการถ่ายภาพในที่มืด โดยกล้องด้านหน้าสำหรับวิดีโอคอลด้วยหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นมาพร้อมความละเอียด สูงขึ้น แบตเตอรี่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขณะที่ตัวเครื่องมีขนาด บางกว่าไอโฟน 3GS โดยทำงานบนระบบปฏิบัติการไอโฟน เวอร์ชั่น 4.0 ที่แอปเปิลเพิ่งเปิดตัวก่อนหน้าเพียงไม่กี่สัปดาห์




หลัง จากข่าวและภาพเริ่มแพร่สะพัดไปทั่วอินเทอร์เน็ต ฝ่ายกฎหมายของแอปเปิลได้ร่อนจดหมายอย่างเป็นทางการเพื่อทวงขอไอโฟนเครื่อง ดังกล่าวจาก Gizmodo คืนทันที

ใจความจดหมายระบุว่า "อุปกรณ์ดังกล่าวที่ Gizmodo ครอบครองอยู่ในตอนนี้เป็นสมบัติของแอปเปิล จดหมายฉบับนี้จึงเขียนขึ้นเพื่อขอร้องอย่างเป็นทางการ ขอให้คุณคืนอุปกรณ์ดังกล่าวกลับมายังแอปเปิลด้วย"

"ไบรอัน ลัม" ผู้อำนวยการบรรณาธิการ Gizmodo กล่าวว่า "ตอนซื้อสินค้าไม่รู้ว่าสินค้านี้ถูกขโมยมา แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่ามันไม่ใช่ของเลียนแบบ และมันเป็นของแอปเปิล ทางเราก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะส่งสินค้าดังกล่าวกลับคืนสู่เจ้าของที่ถูกต้อง"

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้รับการยืนยังจากแอปเปิลว่า ไอโฟนเครื่องดังกล่าวจะเป็น ไอโฟน เวอร์ชั่นใหม่ ที่กำลังจะออกสู่ตลาดหรือไม่ เพราะอุปกรณ์ที่พบนั้นเป็นเพียงเครื่องต้นแบบเท่านั้น แม้ว่านักวิเคราะห์หลายรายต่างคาดหวังว่า ไอโฟนยุคที่ 4 ใกล้จะเปิดตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ขณะที่ล่าสุด แอปเปิลได้ประกาศผลประกอบไตรมาสแรกของปี 2010 ว่าจำหน่ายไอโฟนไป 8.75 ล้านเครื่อง เติบโตขึ้น 130% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งรายได้จากการขายไอโฟน คิดเป็นสัดส่วน 40% ของรายได้แอปเปิลทั้งหมด

"ทิม คุก" ผู้บริหาระดับสูงฝ่ายปฏิบัติการของแอปเปิล กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของยอดขายไอโฟน เกิดขึ้นในตลาดต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะตลาดเอเชีย หากดูการเติบโตของตลาดในเอเชีย-แปซิฟิก จำนวนยอดขายไอโฟนเติบโตอย่างเหลือเชื่อถึง 474% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปีที่ผ่านมา

ขณะที่ก่อนหน้านี้ คู่แข่งสำคัญอย่าง "ไมโครซอฟท์" ก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเช่นกัน โดยหลังจากมีข่าวลือหนาหูว่ายักษ์ใหญ่แห่งวงการซอฟต์แวร์กำลังซุ่มพัฒนาโป รเจ็กต์มือถือ "Pink" เมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัวมือถืออย่างเป็นทางการแล้วภายใต้ชื่อ "Kin" ประกอบด้วยรุ่น "Kin1" และ "Kin2" โดยเบื้องต้นจะจำหน่ายเฉพาะในสหรัฐเท่านั้น ผ่านผู้ให้บริการมือถือเวอร์ริซอลไวร์เลส จะเริ่มวางจำหน่าย ผ่านทางออนไลน์ในต้นเดือน พ.ค.นี้ และจากนั้นจะเริ่มวางจำหน่ายตามร้านค้า รวมถึงจะขยายการจำหน่ายไปยังสหราชอาณาจักรเยอรมนี อิตาลี และสเปน ผ่านโอเปอเรเตอร์โวดาโฟน

Kin ผลิตโดยบริษัท ชาร์ป จากประเทศญี่ปุ่น ใช้ระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์ เน้นเจาะกลุ่มวัยรุ่นเป็นหลัก เป็นคุณสมบัติมือถือประเภททัชสกรีน เน้นกลุ่มเป้าหมายที่กลุ่มวัยรุ่นนักแชต แฟนเครือข่ายสังคม พร้อมคีย์บอร์ดสไลด์ โปรแกรมเล่นมัลติมีเดีย Zune ซึ่งสามารถเชื่อมต่อสถานีวิทยุ พอดคาสต์ พร้อมเว็บบราวเซอร์ที่รองรับมัลติทัช หรือการสัมผัสหลายจุดพร้อมกัน ขณะที่ฟังก์ชั่นเครือข่ายสังคมที่ไมโครซอฟท์ภูมิใจนำเสนอคือ Kin Loop เป็นบริการอัพเดตสถานะจากเฟซบุ๊ก มายสเปซ และทวิตเตอร์แบบอัตโนมัติ ที่สำคัญคือปุ่มกดสีเขียวท้ายคีย์แพดที่ไมโครซอฟท์ให้ชื่อว่า Kin Spot ซึ่งเป็นปุ่มที่สร้างมาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถแชร์ไฟล์ภาพ วิดีโอ เว็บเพจ และข้อมูลถิ่นที่อยู่ได้แบบทันใจ

โดย Kin1 จะมาพร้อมกล้อง 5 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช LED ถ่ายวิดีโอได้ ความจุขนาด 4 GB ขณะที่ Kin2 มีทรงเหลี่ยมกว่าคีย์แพด และหน้าจอใหญ่กว่ากล้องขนาด 8 ล้านพิกเซล ความจุ 8 GB

ถือเป็นอีกก้าวของไมโครซอฟท์ที่ต้องการกระตุ้นธุรกิจมือถือ มากขึ้น โดยพยายามเข้าไปมีส่วนร่วมในการออกแบบสินค้าฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และการบริการ หลังจากหลายปีที่ผ่านมาเน้นการพัฒนาระบบปฏิบัติการมือถือ "วินโดวส์ โมบาย" เป็นหลัก และส่งต่อให้ผู้ผลิตมือถือพันธมิตรนำไปติดตั้ง แต่ช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์เผชิญกับคู่แข่งในตลาดสมาร์ทโฟนมากขึ้น ทั้งจากไอโฟนระบบ         แอนดรอยด์ และมือถือทัชสกรีนยี่ห้ออื่น ๆ ทำให้ไมโครซอฟท์ต้องออกแรงรุกตลาดอีกครั้ง

คำสำคัญ (Tags): #แวดวงไอที
หมายเลขบันทึก: 354311เขียนเมื่อ 26 เมษายน 2010 23:57 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 13:51 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี