eLearning คืออะไร
::: ความหมายของ e-Learning :::
มีคนพูดถึงมากมายว่าเป็นมิติใหม่ของการเรียนการสอน แต่โดยความเป็นจริง ในเรื่องของการเรียนการสอนที่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยนี้ มีการนำมาใช้ในวงการศึกษานานกว่า 20 ปีแล้วและได้พัฒนา รูปแบบต่างๆ เพื่อให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพสูงที่สุด และในปัจจุบันคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายได้มี พัฒนาไปอย่างรวดเร็วทั้งมีประสิทธิภาพสูงขึ้น จึงทำให้การพัฒนาด้านการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการเรียนการสอน ให้มีรูปแบบที่ขยายกว้างออกในหลายๆทางตามการพัฒนาของเทคโนโลยี คำว่า            e-Learning ได้มีผู้รู้ให้ความหมายไว้หลายนัย โดยสรุปได้คือ คำว่า E หรือ e (บางทีใช้ตัวใหญ่) จากคำว่า Electronic(s) และคำว่า Learning หมายถึง การเรียนรู้ เมื่อรวมกันเราก็จะหมายถึงการเรียนรู้ทาง อิเล็กทรอนิกส์ และยังหมายถึง Computer Learning ซึ่งก็คือการเรียนรู้ทางคอมพิวเตอร์หรือเป็นการเรียนรู้โดย ใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งในปัจจุบันเรามีรูปแบบของการเรียนการสอนที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ให้เลือกใช้ เช่น วีดีโอ ซีดีรอม สัญญาณดาวเทียม (Satellite) ระบบเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็น แลน(LAN) อินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต หรือแม้แต่ ลักษณะของการเอ็กซ์ทราเน็ต และสัญญาณโทรทัศน์ ก็ได้
จากการที่ e-Learning เป็นการเรียนที่สามารถโต้ตอบได้ใกล้เคียงการเรียนในห้องเรียนปกติและยังมีข้อมูล เป็นอิเล็กทรอนิกส์ ก็เลยทำให้เนื้อหาข้อมูลต่างๆ สามารถที่จะนำเสนอโดยใช้เทคโนโลยีที่เป็นลักษณะของมัลติมีเดีย หรือลักษณะของการแสดงข้อมูลเป็น รูปภาพ กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้ ทำให้การเรียนการสอนแบบ e-Learning น่าสนใจมากขึ้น ถ้าเป็นตัวหนังสือล้วนๆ มีหวังหลับคาเครื่องคอมฯครับ และคุณสมบัติหลักอีกอย่าง หนึ่งของการเรียนแบบ e-Learning ก็คือ มันเป็นการเรียนระยะไกล หรือ Distance Learning คือ ผู้เรียน และ ผู้สอนไม่ต้องมาเจอกัน ไม่ต้องมาเห็นหน้ากันก็สามารถเรียนหนังสือได้ โดยไม่ต้องเดินทางกันให้เสียเวลา คือ ผู้เรียน และผู้สอน แค่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ และสามารถเชื่อมเข้าไปในโลกอินเตอร์เน็ตได้ก็สามารถเรียนและสอนกันได้แล้ว ดังนั้นมันก็เลยเป็นผลที่ทำให้เกิดลักษณะที่เรียกว่าเป็น Self-Learning หรือผู้เรียนหาทางเรียนได้ด้วยตัวเองขึ้นมา งานนี้ก็ได้ประโยชน์ตรงที่มันจะเป็นตัวช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ดัวยตนเองและมีอิสระในการเรียน มีความคล่องตัวใน การเรียนมากขึ้น
นอกจากคำว่า e-Learning แล้วก็ยังมีอีก 2-3 คำที่มีลักษณะและความหมายคล้ายคลึงกัน จนบางครั้งก็อาจ ทำให้งงๆกันได้ บางครั้งก็เรียกแทนกันจนงงว่ามันคือตัวเดียวกันหรือไม่ นั่นคือคำว่า" คอมพิวเตอร์ช่วยสอน" หรือ Computer Assisted Instruction หรือ CAI (บางคนก็เรียก Computer Based Learning) และอีกคำ หนึ่งคือ "การสอนบนเว็บ" หรือ Web-Based Instruction หรือ WBI ซึ่งถ้าเป็น e-Learning กับ CAI จะคล้ายๆกันตรงที่เป็นการเรียนแบบมัลติมีเดียผ่านทางคอมพิวเตอร์ และเป็นการเรียนแบบให้นักเรียนเรียนด้วย ตนเองเหมือนกัน แต่ถ้าเป็น CAI มักจะเป็นการเรียนแบบที่ไม่มีการใช้เครือข่าย (Network) กันเลย คือมักจะเน้น ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Stand Alone) คือใช้งานอยู่คนเดียวไม่เกี่ยวกับใคร ในขณะที่ e-Learning นี่มักจะใช้อยู่คนเดียวไม่ได้ จะมีการใช้เทคโนโลยีของอินเทอร์เน็ตหรือใช้เว็บเป็นส่วนสำคัญ ดังนั้น ถ้าเป็น CAI ก็จะเป็นการเรียนแบบออฟไลน์ ส่วน e-Learning เป็นการเรียนแบบออนไลน์ (ติดต่อได้ตลอดเวลา) และบางครั้งก็ อาจเรียก e-Learning ว่าเป็น CAI ที่ใช้บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจสรุปได้ว่า CAI เป็นหน่วยย่อยของ e-Learning ก็ว่าได้ ส่วน e-Learning กับ WBI สองตัวนี้เหมือนกันครับ คือเป็นการเรียนการสอนผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพียงแต่ WBI จะเกิดมาก่อน e-Learning ซึ่งก็เรียกได้ว่าเป็นต้นกำเนิดของ e-Learning เหมือนกัน คือเมื่อ WBI พัฒนาขึ้นมาก็กลายเป็น e-Learning นั่นเอง
ตัวอย่างแหล่งข้อมูล eLearning ในประเทศไทย
ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างในการพัฒนาเนื้อหา ออนไลน์ ในประเทศไทย บางแห่งก็เริ่มต้นพัฒนาไปเป็นระบบ eLearning แล้ว สามารถใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาระบบ eLearning ของรายวิชาในสถาบันได้
http://www.learn.in.th/ - The First Online Learning Network in Thailand
http://e-book.ram.edu/e-book/emc/ - Educational Media Center : Ramkhamhaeng University
http://www.school.net.th/index.php3 - เครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย
http://www.thaigoodview.com/ - บ้าน thaigoodview เป็นแหล่งรวมความรู้ เชิดชูผลงาน บริการด้วยน้ำใจ เยาวชนไทยได้พัฒนา
http://www.ipst.ac.th/home.asp - สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
http://www.vcharkarn.com/ - วิชาการ.คอม
http://ns.dltv.th.org/e-web/ - สถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ช่อง 11
ตัวอย่างบทเรียนออนไลน์ ในต่างประเทศ
ต่อไปนี้ เป็นตัวอย่างบทเรียนออนไลน์ที่ดี มีรูปแบบที่แตกต่างกัน สามารถนำมาใช้เป็นตัวอย่างได้ ตามความสามารถ และตามถนัด
Education Online Search at http://www.motionnet.com/
http://www.williamson-labs.com/home.htm
http://www.howstuffworks.com/
http://goforit.unk.edu/cscourse.htm - Life Long Learning on the World Wide Web
http://viking.delmar.edu/ - Delmar College
http://wnt.cc.utexas.edu/~wlh/index.cfm - World Lecture Hall
http://www.ai.univie.ac.at/oefai/ml/ml-resources.html - Online Machine Learning Resources
http://www.ee.usyd.edu.au/webteach/ - Electrical and Information Engineering : University of Sydney
e-Learning มีองค์ประกอบที่สำคัญ 4 ส่วน โดยแต่ละส่วนจะต้องได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี เพราะเมื่อ
นำมาประกอบเข้าด้วยกันแล้วระบบทั้งหมดจะต้องทำงานประสานกันอย่างลงตัว
1.เนื้อหาของบทเรียน อย่างไรก็ตามขึ้นชื่อว่าเป็นการศึกษาแล้ว เนื้อหาก็ต้องถือว่าสำคัญที่สุด ดังนั้น แม้ว่าจะ
พัฒนาให้เป็นแบบ e-Learning ก็จะต้องให้ความสำคัญกับเนื้อหาเป็นอันดับแรก
2.ระบบบริหารการเรียน หรือ LMS ซึ่งย่อมาจาก e-Learning Management System ทำหน้าที่เป็น
ศูนย์กลางในการติดต่อสื่อสารและการกำหนดลำดับของเนื้อหาในบทเรียน แล้วส่งผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไปยัง
ผู้เรียน ซึ่งรวมไปถึงขั้นตอนการประเมินผลในแต่ละบทเรียน ควบคุม และสนับสนุนการให้บริการแก่ผู้เรียน LMS
จะทำหน้าที่ตั้งแต่เริ่มเข้าเรียน จัดหลักสูตร เมื่อผู้เรียนเริ่มต้นบทเรียน ระบบจะเริ่มทำงาน โดยส่งบทเรียนผ่านทาง
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นได้ทั้งระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต หรือเครือข่ายอินทราเน็ตในองค์กร หรือ
เครือข่ายคอมพิวเตอร์อื่นๆ ไปแสดงที่ Web browser ของผู้เรียน จากนั้นผู้เรียนก็จะเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และ
ระบบก็จะติดตามและบันทึกความก้าวหน้า รวมทั้งสามารถจัดทำรายงานกิจกรรม และผลการเรียนของผู้เรียนในทุก
หน่วยการเรียนอย่างละเอียด จนกระทั่งจบหลักสูตร
3.การติดต่อสื่อสาร ความโดดเด่นและความแตกต่างของ e-Learning กับการเรียนทางไกลแบบทั่วๆไป ก็คือ
การนำรูปแบบการติดต่อสื่อสารแบบ 2 ทาง(Two-way communication) มาใช้ประกอบในการเรียนเพื่อสร้าง
ความน่าสนใจ และความตื่นตัวของผู้เรียนให้มากยิ่งขึ้น เช่น ในระหว่างบทเรียน ก็อาจจะมีแบบฝึกหัดเป็นคำถาม เพื่อ
เป็นการทดสอบในบทเรียนที่ผ่านมา และผู้เรียนก็จะต้องเลือกคำตอบและส่งคำตอบกลับมายังระบบในทันที ลักษณะ
แบบนี้จะทำให้การเรียนรักษาระบบความน่าสนใจในการเรียนได้เป็นระยะเวลามากขึ้น นอกจากนี้วัตถุประสงสำคัญ
อีกประการของการติดต่อแบบ 2 ทางก็คือ ใช้เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้เรียนได้ติดต่อสอบถาม ปรึกษาหารือ และ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างตัวผู้เรียนกับผู้สอน และระหว่างผู้เรียนกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนคนอื่นๆ โดยเครื่องมือ
ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารอาจแบ่งได้ เป็น 2 ประเภทดังนี้
==> ประเภท Synchronous ได้แก่ Chat (message, voice), White board/Text slide, Real-time Annotations, Interactive poll, Conferencing และ อื่นๆ
==> ประเภท Asynchronous ได้แก่ กระดานข่าว, อีเมล์ เป็นต้น
4.การสอบ/วัดผลการเรียน เป็นส่วนประกอบสำคัญที่จะทำให้ การเรียนแบบ e-Learning เป็นการเรียนที่
สมบูรณ์ โดยทั่วไปแล้วการเรียนไม่ว่า จะเป็นการเรียนในระดับใด หรือเรียนวิธีใด ก็ย่อมต้องมีการสอบ/การวัดผล
การเรียนเป็นส่วนหนึ่งอยู่เสมอ แต่รูปแบบก็อาจจะแตกต่างกันไป กล่าวคือ ในบางวิชาต้องมีการวัดระดับความรู้
(Pre-test) ก่อนสมัครเข้าเรียน เพื่อให้ผู้เรียนได้เลือกเรียนในบทเรียน หลักสูตรที่เหมาะสมมากที่สุด ซึ่งจะทำ
ให้การเรียนที่จะเกิดขึ้นเป็นการเรียนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อเข้าสู่บทเรียน ในแต่ละหลักสูตรแล้วควรก็จะมี
การสอบย่อยท้ายบท และการสอบใหญ่ ก่อนที่จะจบหลักสูตรเพื่อเป็นการวัดประสิทธิภาพในการเรียน ซึ่งการสอบ
ใหญ่นี้ ระบบบริหารการเรียนจะใช้ข้อสอบที่มาจากระบบบริหารคลังข้อสอบ (Test Bank System) ซึ่งเป็นส่วน
ย่อยที่รวมอยู่ในระบบบริหารการเรียน (LMS : e-Learning Management System) สำหรับระบบบริหาร
คลังข้อสอบนั้น ควรมีลักษณะดังนี้ เป็นตัวอย่าง
คลังข้อสอบนั้น ควรมีลักษณะดังนี้ เป็นตัวอย่าง
==> สามารถทำการสอบออนไลน์ผ่าน Web browser ได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการประเมินผล
และสามารถในบริการได้อย่างครบวงจร
==> สามารถใช้สื่อมัลติมีเดียมาประกอบในการสร้างข้อสอบ เพื่อให้มีลักษณะเดียวกันกับบทเรียน ที่ผู้เรียน
สามารถทำความเข้าใจลักษณะการใช้งานรวมถึงการตอบโต้ในรูปแบบต่างๆ ผ่านทางหน้าจอ
==> การรักษาความปลอดภัยทั้งในด้านการรับ-ส่งข้อสอบ เนื่องจากการดำเนินการต่างๆ รวมถึงขั้นตอนการสอบเป็นข้อมูลส่วนตัวสำหรับบุคคล
อาจารย์เตรียม(ทำ) อะไร? ใน e-Learning
เมื่อเราได้ทราบว่ากระบวนการจัดทำe-Learning ประกอบด้วยกลุ่มใดแล้ว คณาจารย์ก็ต้องมีการเตรียมระบบ การเรียนการสอนด้วย ซึ่งนักจิตวิทยาการศึกษาได้กล่าวว่าระบบการเรียนการสอนที่ดีนั้น จะต้องสร้างสถานการณ์ ให้ ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ 6 ประการ นั่นคือ
จัดแบ่งเนื้อหาออกเป็นตอนๆ ให้มีความยาวเหมาะสมกับวุฒิภาวะ ทางการรับรู้ของผู้เรียน (Gradual approximation) ด้วย e-Learning ผู้เรียนจะสามารถจัดแบ่งเวลาและเนื้อหา และการเรียกดูข้อมูลเนื้อหาวิชาทีละตอนตามความต้องการของ ตนเองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว มีลักษณะการนำเสนอเป็นตอน ตอนสั้นๆ ที่เรียกว่า เฟรม หรือ กรอบ เรียงลำดับไป เรื่อยๆ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถรับรู้ และพัฒนาการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ
ผู้เรียนสามารถศึกษาได้ด้วยตนเอง(Self Learning) ในe-Learning ควรจะทำปุ่มควบคุม หรือรายการควบคุมการ ทำงานให้ผู้เรียนสามารถโต้ตอบกับคอมพิวเตอร์ได้ เช่น มีส่วนที่เป็นบททบทวน หรือแบบฝึกปฏิบัติ แบบทดสอบ ให้ทำเพื่อ เป็นการประเมินการเรียนรู้ของตนเองได้
เนื่องจากผู้สอนและผู้เรียนไม่ได้ติดต่อกันโดยตรง ผู้เรียนอาจเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย ฉนั้นในการออกแบบ e-Learning จึงควรสร้างบรรยากาศการเรียนที่เป็น Interactive เพื่อทำให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมอยู่ตลอดเวลา
เตรียมระบบที่ผู้เรียนสามารถรับทราบผลการเรียนรู้และกิจกรรมที่ทำโดยทันทีที่งานเสร็จจากการเฉลยคำตอบ จากการประเมินผล Online ซึ่งจะมีส่วนกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความตั้งใจมากขึ้น
เตรียมการนำเข้าสู่บทเรียนหรือกิจกรรมการเรียนที่ดี และมีการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เพื่อประเมิน ความสามารถและทักษะของผู้เรียน เพื่อเลือกระดับของเนื้อหาและกิจกรรมที่เหมาะสมกับผู้เรียน
เตรียมแรงเสริมในทางบวก(Positive Reinforcement) ให้กับผู้เรียนด้วยการแสดงข้อความหรือเสียงชมเชย และ หลีกเลี่ยงการตำหนิ การลงโทษ อันจะทำให้ผู้เรียนเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย ท้อแท้ ซึ่งจะทำให้กระบวนการเรียนรู้ล้มเหลว


บทสรุป
บทเรียนที่เป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ใช่โปรแกรมสำเร็จรูป ที่สามารถซื้อหามาได้ แต่เป็นสิ่งที่บุคลากรในสถาบัน จะต้องร่วมกันสร้าง และ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ความยั่งยืน จึงจะเกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้มิใช่กิจกรรมที่เป็นไฟไหม้ฟาง ฟางหมดแล้วดับมอดไป แต่เป็นสิ่งที่ จะต้องช่วยกัน เติมเชื้อไฟให้ติดต่อเนื่องไป สถานศึกษาทุกระดับต่างเร่งพัฒนาบทเรียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ศิษย์ของตน ได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียน ในเวลา และสถานที่ที่พร้อมจะเรียน สักวันหนึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ eLearning จะเป็นดัชนี ชี้วัด ตัวหนึ่ง ในการประกันคุณภาพการศึกษา และสักวันหนึ่ง ในอนาคตอันใกล้นี้ จันทรเกษม อาจเป็นมหาวิทยาลัยออนไลน์ เช่นเดียวกับ NTU หรือ University of COLORADO Online หรือร่วมกับสถาบันอื่นรวมกลุ่มกันเป็น Virtual University เช่นเดียวกับ eCollege ก็ได้ สถาบันเปรียบเหมือนจอมปลวก จะมีขนาดใหญ่เพียงใดขึ้นอยู่กับความสามารถของราชินี ว่าจะ คิด(ให้สถาบัน)ใหญ่ ในทุกด้าน , มอง(การณ์)ไกล , ใจกว้าง มองเห็นความสามารถของคน และใช้คนเป็น ,สร้างศรัทธาและสามัคคี ให้เกิดขึ้นในใจคนทุกระดับและ มีคุณธรรม จรรยา เป็นตัวอย่างที่ดีต่อศิษย์ และคนทั่วไป ได้ดีเพียงใด

::: อ้างอิง

             เปิดโลกe-Learningการเรียนการสอนบนอินเทอร์เน็ต โดย ดร.ศุภชัย สุขะนินทร์ และกรกนก วงศ์พานิช