ระบบปัญญาประดิษฐ์

ระบบปัญญาประดิษฐ์

 

            ปัญญาประดิษฐ์ [Artificial Intelligence (AI)] หมายถึง อุปกรณ์ที่ต้องอาศัยการรับคำสั่ง เพื่อสามารถทำงานให้ได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้หน่วยความจำที่มีขนาดใหญ่ หรือหมายถึง การทำให้คอมพิวเตอร์สามารถคิดหาเหตุผลได้ เรียนรู้ได้ ทำงานได้เหมือนสมองมนุษย์ (ทักษิณา สวนานนท์.2539:13) ซึ่งการทำงานมีลักษณะเช่นเดียวกันกับการประมวลผลของสมองมนุษย์ ฉะนั้นความสามารถของคอมพิวเตอร์ทางด้านสติปัญญา และด้านพฤติกรรมจึงมีลักษณะคล้ายกับมนุษย์

            สิ่งที่สำคัญทางด้านปัญญาประดิษฐ์ ( AI ) มี 2 ประการ คือ (1) ความสามารถที่จะเข้าใจภาษาธรรมชาติ (2) ความสามารถที่จะให้เหตุผล ดังนั้น ความหมายของปัญญาประดิษฐ์ ( AI )    จึงหมายถึง ความสามารถของระบบคอมพิวเตอร์ที่มีระบบการทำงานคล้ายคลึงกับสติปัญญาของมนุษย์ จึงถูกเรียกว่าปัญญาประดิษฐ์ [Artificial Intelligence (AI)]

            วิวัฒนาการของปัญญาประดิษฐ์ (Evolution of AI) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้มีการนำมาใช้เป็นครั้งแรกในช่วงกลางทศวรรษที่ 1950 โดย John McCarthy มีลักษณะเป็นตัวประมวลโปรแกรมการใช้งาน (Software Processor) ซึ่งทำงานภายใต้สัญลักษณ์ และเครื่องหมายมากกว่าเรื่องของตัวเลข

            ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พัฒนามาจากหลายสาขาวิชา ประกอบด้วย (1) สาขาวิชาคณิตศาสตร์จะเกี่ยวข้องกับเรื่องการพิสูจน์ทฤษฏีต่าง ๆ และในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนด้านเกมต่าง ๆ เช่น การเล่นโอเอกซ์ (O,X) หมากรุกฝรั่ง (2) สาขาจิตวิทยาในเรื่องการฟังและการวิเคราะห์ปัญหาทางจิต ซึ่งการพัฒนาสิ่งดังกล่าวเกิดขึ้นโดยผ่านผู้เชี่ยวชาญ (Experts)

            โปรแกรมหมากรุกฝรั่งในช่วงแรก ๆ เป็นโปรแกรมที่ได้มาจากการใช้กำลังของเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นการทำงานโดยการคำนวณผลกระทบของการเดินแต่ละครั้ง เพื่อจะได้รู้ว่าวิธีการเดินแบบไหนจึงจะดีที่สุด ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่เป็นวิธีการเล่นของมนุษย์ เพราะวิธีการเดินแต่ละก้าวของมนุษย์ ล้วนมาจากประสบการณ์และกฎเกณฑ์ด้านการปฏิบัติ (Heuristic) ฉะนั้นถ้าโปรแกรมหมากรุกอาศัยการทำงานแบบกฎเกณฑ์ด้านการปฏิบัติ (Heuristic) ก็จะหมายถึงเทคนิคด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence techniques)

ประเภทของ  AI  ครอบคลุมสาขาต่างๆ ดังนี้ 

1.      ระบบผู้เชี่ยวชาญ [Expert Systems (ES)] หมายถึง โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่แสดงความสามารถได้เหมือนกับผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ หรือในงานเฉพาะอย่าง (ทักษิณา สวนานนท์.2539:99) หรือหมายถึงระบบโปรแกรมใช้งาน (Software systems) ซึ่งมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันในเรื่องของกระบวนการในการใช้เหตุผล (Reasoning process) และให้ข้อมูลเกี่ยวกับคำแนะนำแกผู้ที่ต้องตัดสินใจ ซึ่งพบในผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์ เช่น ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจมีความรู้สึกอย่างไร ระหว่างความเสี่ยงกับอัตราการเจริญเติบโตของการลงทุนในโครงการต่าง ๆ และถ้าลงทุนแล้วจะได้ผลตอบแทนอย่างไร เป็นต้น และหลังจากที่ได้รับคำตอบจากลูกค้าแล้ว ระบบผู้เชี่ยวชาญก็จะถามต่อไปจนกว่าจะมีการแนะนำแฟ้มเอกสาร หลังจากนั้นระบบก็จะดึงฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์สำหรับผู้ใช้มาใช้ (User) เช่น รายละเอียดตัวหุ้น ประวัติต่าง ๆ รายงานการวิจัย และการพยากรณ์ทางด้านเศรษฐกิจ

2.      ภาษาธรรมชาติ (Natural languages) เป็นภาษาที่เกี่ยวข้องกับการใช้คอมพิวเตอร์จะเกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสารด้วยภาษาต่าง ๆ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน เป็นต้น ซึ่งบ่อยครั้งจะมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้คำหรือประโยคในการสื่อความหมาย บางครั้งอาจเลือกใช้คำผิดหรือวางตำแหน่งของคำผิดไป

3.      ระบบจับภาพ (Vision systems) หมายถึง การที่ระบบคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้โดยการใช้สายตา ซึ่งเป็นการทำงานโดยใช้เทคนิคการจดจำรูปแบบ เช่น ระบบจับภาพที่ใช้ในการตรวจหาชิ้นส่วนที่บกพร่อง โดยระบบนี้จะจดจำรูปแบบต่าง ๆที่บกพร่อง หรือเสียหาย จากนั้นจะทำการเก็บไว้ในฐานข้อมูล

4.      ศาสตร์ด้านหุ่นยนต์ (Robotics) เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ การสร้าง และการนำหุ่นยนต์ไปใช้งาน หุ่นยนต์จะถูกนำมาใช้กับงานที่มีความเสี่ยงต่ออันตราย เป็นงานที่ใช้กำลังและซ้ำซาก เพื่อจะได้งานที่รวดเร็วและมีคุณภาพที่ดีขึ้น การทำงานของหุ่นยนต์จึงต้องทำงานร่วมกับคนโดยได้รับการควบคุมจากระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert systems) และภาษาธรรมชาติ (Nature languages)

5.      เครือข่ายเส้นประสาท (Neural networks) เป็นระบบที่อาศัยความรู้เป็นพื้นฐาน ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับกระบวนการจดจำรูปแบบต่าง ๆ ของสมองมนุษย์ หรือหมายถึง ระบบคอมพิวเตอร์ที่สร้างขึ้นแบบเส้นใยประสาทของมนุษย์ที่เรียกว่า นิวโรน ในสมองมนุษย์ซึ่งมีนับจำนวนล้าน ๆ ตัว การประมวลผลกิจกรรมต่าง ๆ จะออกมาในลักษณะแบบขนาด (ไม่ใช่แบบอนุกรม) หมายถึง ทำงานพร้อม ๆ กัน เพื่อให้ได้คำตอบเดียว (ทักษิณา สวนานนท์.2539:212)

ระบบที่เป็นเครือข่ายเส้นประสาท ไม่ได้เป็นระบบที่มีการป้อนคำสั่งไว้ล่วงหน้าเหมือนกับวิชาพีชคณิต แต่เป็นระบบที่ออกแบบให้มีการเรียนรู้โดยอาศัยการสังเกต และการทำงานที่ซ้ำซาก เครือข่ายเส้นประสาทที่ได้รับการพัฒนาแล้ว เช่น โปรแกรม (Software) ต่าง ๆ ที่ใช้ได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ ได้มีการพัฒนาเครือข่ายเส้นประสาทที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นพื้นฐาน (Hardware base neural nets) ซึ่งมีการประมวลผลแบบขนาน (Parallel Processing) และการใช้จุดเชื่อมโยงระหว่างช่องสัญญาณข้อมูลต่าง ๆ ที่อยู่ภายในเครือข่าย เพื่อให้มีการทำงานที่คล้ายคลึงกับระบบประสาทของมนุษย์