ขอบคุณกรณีตัวอย่างที่ทำให้ผมมีแรงบันดาลใจบันทึกนี้...
กรณีศึกษาได้รับความช่วยเหลือจากผู้ปกครองและพี่เลี้ยงประสานงานต่อกับคุณครูและนักกิจกรรมบำบัดให้เน้น "กิจกรรมการสำรวจวัตถุหรือคนในกิจวัตรประจำวัน" และ "กิจกรรมที่มีการออกแรงจนเหนื่อยและค่อยๆผ่อนคลายโดยมีการเคลื่อนไหวตา-มือ-แขน-ขา ในหลายทิศทาง"
เกือบสี่อาทิตย์ กรณีศึกษารู้จักสำรวจและเคลื่อนไหวมากขึ้น แตยังไม่มีสมาธิในการมองตามและต้องใช้ยาควบคุมอารมณ์ให้อยู่นิ่ง
ผมจึงแนะนำข้อมูล Vision Therapy จาก http://www.add-adhd.org/vision_therapy_FAQ.html โดยเน้นความถี่ ความต่อเนื่อง ความหลากหลาย และความเข้าใจในการแทรกขั้นตอนในการบำบัดการมองเห็นในกิจกรรมต่างๆ ที่กรณีศึกษาได้เรียนรู้ในแต่ละวันจากครูการศึกษาพิเศษ ครูที่โรงเรียน นักกิจกรรมบำบัด ผู้ปกครอง และพี่เลี้ยงแล้ว
สามขั้นตอนที่แนะนำได้แก่
- Visual Tracking คือ การจัดกิจกรรมให้กรณีศึกษามีโอกาสปรับเปลี่ยนทิศทางการมองตามวัตถุหรือคนอย่างรวดเร็วโดยไม่หงุดหงิด
- Visual Fixation คือ การจัดกิจกรรมต่อเนื่องมาจากข้อ 1 แล้วฝึกให้กรณีศึกษามองจ้องนานมากกว่า 5 วินาทีด้วยตนเองหรือช่วยจับมอง
- Visual Focus Change คือ การจัดกิจกรรมต่อเนื่องมาจากข้อ 1-2 แล้วฝึกให้กรณีศึกษามองตามวัตถุหรือคนในทิศทางซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย บนลงล่าง ล่างขึ้นบน สลับไปมาไม่เกิน 10 ครั้ง
หนึ่งชั่วโมงก่อนนอน ควรให้กรณีศึกษาได้รับการเล่นหรือการเรียนรู้อย่างอิสระ พร้อมการกระตุ้นมองแสงสีหลากหลาย โดยไม่มีความเข้มของแสงมากจนเกินพอดี ในมุมหรือเต้นท์ที่มืด และไม่มีการบังคับมากจนเกินไป กรณีศึกษาจะได้ปรับความรู้สึกและการรับรู้ข้อมูลจากการฝึกการมองเห็นตลอดทั้งไว้สู่สมองส่วนที่จดจำข้อมูลของการมองเห็นในระดับจิตสำนึก (ลองอ่านเพิ่มเติมจากหนังสือจิตสำนึก ฝึกสมอง หลังอัมพาต ที่ผมแปลไว้ จากร้านซีเอ็ดและร้านหนังสือจุฬาฯ)
ผมกำลังจะติดตามผลอีก 3 อาทิตย์ ว่ากรณีศึกษาจะมีความก้าวหน้าอย่างไร และแนะนำให้ปรึกษาจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งผมอาจจะต้องไปปรับมุมกิจกรรมที่บ้านจริงๆ เสียที กรณีไม่ดีขึ้น เพราะเราควรให้ Vision Therapy ช่วง 6 เดือนแรก ก่อน 6 ปี เพื่อกรณีศึกษาจะได้ใช้ศักยภาพของการมองเห็นร่วมกับการได้ยินที่ดีกว่าคนทั้วไปในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตต่อไป