อย่าปล่อยเวลาให้ผ่านไป
วันวานที่ผ่านไป
สงกรานต์ปีนี้มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน เราก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ได้หยุดเว้นว่างจากการทำงาน มีความคิดว่าจะไปพักผ่อนกับครอบครัวซักวันสองวัน เก็บกวาดบ้านเรือนให้สะอาดหน่อย หยุดอยู่นิ่งๆเป็นตัวของตัวเองอีกวัน คงเป็นวันหยุดที่คุ้มค่า แล้วบ่ายวันหยุดวันแรกก็เริ่มต้นขึ้น ในขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับการเก็บใบไม้ข้างบ้าน ก็มีเสียงเรียกจากในบ้านให้รับโทรศัทพ์ด้วย จึงละมือจากงานไปรับโทรศัพท์ มองดูรายชื่อที่บันทึกในเครื่องพลางคิดในใจ “เออ....น้องสวยนี่เอง” “สวัสดีจ้า” (น้องสวยเป็นคนที่เราไปพบเมื่อปลายปีที่แล้วประมาณปลายเดือนสิงหาคม)
น้ำเสียงปลายสายเสียงใหญ่ๆ ฟังชัดเจนว่า "พี่ ทำอะไรอยู่ หนูรบกวนพี่หรือเปล่า "
"ไม่รบกวนหรอก ....เป็นไง....." เมื่อปลายเดือนสิงหาคมปี2552เราและทีมงานได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานที่รับผิดชอบ พี่ทีมงานได้นัดกับเจ้าของพื้นที่ให้บอกกับอสม.(อาสาสมัครสาธารณสุข)หรือแกนนำสตรีในชุมชนรวมทั้งผู้ที่รักษ์สุขภาพทั้งหลายให้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนการทำงานกัน เนื่องจากว่าโครงการนี้เน้นให้ผู้หญิงทุกคนมีความรู้และมีพฤติกรรมการดูแลตนเอง เมื่อพบความผิดปกติอย่านิ่งเฉย ต้องมารับการตรวจวินิจฉัยโรคต่อไป ครั้นมาถึงพื้นที่ได้พูดคุยกันหลากหลายประเด็นในการทำงานทั้งความสำเร็จ รวมถึงปัญหา-อุปสรรค ต่างๆ จนกระทั้งมี อสม.คนหนึงพูดกับพี่ทีมงานของเราว่า "มีเพื่อนคนหนึ่งในหมู่บ้าน รู้สึกว่ามีความกังวลใจทุกครั้งเมื่อมีคำแนะนำเรื่องสุขภาพและการสอนให้ตรวจเต้านมด้วยตนเอง (น้องสวย เป็นสาวโสด อายุราว 40 ปี อาศัยอยู่กับแม่สองคน)สวยเคยปรารภกับเพื่อนบ้าง แต่ยังไม่มีใคร ได้พูดคุยถึงสาเหตุที่แท้จริง
ทีมงานจึงได้ถามว่า "น้องสวยวันนี้อยู่บ้านหรือเปล่า? " "พามาคุยกับทีมงานเราได้ไหม?" "หรือจะให้ลงไปพบที่บ้าน? "
เพื่อนสวยรับปากว่าจะไปตามมาพบ ให้พวกเรารออยู่ที่เดิม สักครู่ใหญ่ ก็กลับมาพร้อมกับหญิงสาวในชุดทำงานมีคราบเหงื่อไคลปนใบหน้า น้องสวยกำลังรับจ้างเก็บยอดชะอมอยู่ในไร่ พวกเราลุกขึ้น ทักทาย แนะนำตัว สายตาของน้องสวยที่มองมายังพวกเราค่อนข้างวิตก ลังเล สับสน ไม่แน่ใจ ? หลังทักทายกันสักครู่ผ่านไป จึงชวนน้องสวยพูดถึงเรื่องที่น้องกังวลใจเกี่ยวกับสุขภาพกาย พร้อมพาเข้าห้องเล็กๆ แล้วสิ่งที่กังวลใจก็พรั่งพรูว่า "หนูรู้สึกว่าข้างซ้ายไม่ปกติมาตั้งนานแล้ว"
"กี่ปีล่ะ หนึ่งปี สองปี"
"เกิน   หนูไม่กล้าที่จะถามใคร หนูกลัว หนู......................."
"......ใจเย็นนนนๆ ฟังพี่อธบาย......." ถ้าเราพบว่ามีสิ่งหนึ่งสิ่งใดของร่างกายต่างไปจากเดิมที่เคยเป็น น้องถามคนที่รู้เรื่องนี้....ใกล้ๆตัวได้ทุกเวลา อย่ากลัว พวกพี่ทุกคนมีหน้าที่ในการดูแล ให้คำแนะนำอยู่แล้ว และคำตอบที่ได้ก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายหรอกนะ มันต้องมีการพิสูจน์วินิจฉัย วันนี้เท่าที่พวกพี่ดู รูปร่างลักษณะต่างๆ พี่คิดว่าน้องต้องหาคำตอบแล้วล่ะเชื่อคำแนะนำพวกพี่หรือเปล่า ?
 คำถามน้องสวย???????????? เกิดขึ้นมากมาย ความสับสน ความเงียบ................ มึนงง .............เกิดขึ้นชั่วขณะ .............. และสุดท้ายของวันนั้น.....มีอะไรโทรหาพี่นะ"
       เราโทรหากันนานๆ ครั้ง ถามสารทุกข์ สุกดิบ ครั้งสุดท้ายก็ปีใหม่ บางครั้งน้องสวยบอกว่า
"พี่หนูจะไม่ไหวแล้วนะ หนูท้อ หนูเป็นตัวประหลาดของหมู่บ้าน......ให้ยาแล้วก็ยังไม่ยุบ ผมก็ร่วง กินอาหารก็ไม่อร่อย น้ำหนักก็ลดลง......” วันนั้นเราคุยกันนานสักครึ่งค่อนชั่วโมง
สุดท้ายน้องสวยรับปากเราว่า “หนูจะพยายาม หนูจะสู้ หนูจะไม่ท้อ หนูสบายใจขึ้น” เวลาผ่านไปจากวันนั้นถึงวันนี้ 8 เดือนกว่าๆ แล้ว ที่ไม่ได้เจอกันเลย
    และวันนี้เมื่อรับโทรศัพท์ “พี่ ทำอะไรอยู่ หนูรบกวนพี่หรือเปล่า”
             “หนูผ่าตัดแล้วนะ หมอตัดไปหนึ่งข้าง แต่ให้มาสองข้าง หนูก็ได้กำไรนะเนี่ย” น้ำเสียงดังสดใส เล่าไปหัวเราะไป
“เหรอ เมื่อไหร่ล่ะ”
"วันที่ 8 เมษานี่เอง หมอจะให้กลับบ้านแล้วล่ะพี่ ตอนนี้ยังมีลูกระเบิดอยู่สองลูก แต่ไม่มีอะไรออกเพิ่มแล้ว " (ถุงใส่ระบายเลือด-น้ำเหลืองหลังผ่าตัด)
"จ้า จ้า พร่งนี้พี่จะไปเยี่ยม อยู่ไหนล่ะ?"
    วันรุ่งขึ้นไปเยี่ยมน้องสวยโรงพยาบาล น้องดูอ้วนขึ้นจากเดิม หน้าตาสดใส ยิ้มแย้ม เราพูดคุยกันนานพอควร
   น้องสวยบอกว่า “วันนี้หนูมีกำลังใจจากทุกคนรอบข้าง ทุกคนใจดี เข้าใจหนู หนูไม่น่าเก็บเอาไว้นานเลย ถ้ารู้ว่าสุดท้ายเป็นอย่างนี้
“พี่ขอให้หนูเป็นครูของผู้หญิงทุกคนในหมู่บ้านนะ และอยากให้น้องเป็นคนสุดท้ายที่ต้องสูญเสียเวลา ร่างกาย จิตใจ และภาพลักษณ์ ”
  มะเร็งเต้านมถ้าพบในระยะแรกสามารถที่จะรักษาให้หายได้ อย่าปล่อยเวลาให้ผ่านไปเนิ่นนาน ผู้หญิงทุกคนควรรักษ์สุขภาพตนเองเพื่อคนในครอบครัว และสังคมนะ (เรื่องจริงนามสมมุติ)