เรื่อง การศึกษาปัญหาการดำเนินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของโรงเรียนคาทอลิค

สังกัดสังฆมณฑลจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี

ชื่อ นริสรา ดิลกวุฒิสิทธิ์

ปีที่วิจัย  พ.ศ. 2551

วัตถุประสงค์การศึกษา

1. เพื่อศึกษาปัญหาการดำเนินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของโรงเรียนคาทอลิค

สังกัดสังฆมณฑลจันทบุรี จังหวัดชลบุรี

2.  เพื่อเปรียบเทียบปัญหาการดำเนินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของโรงเรียนคาทอลิค

สังกัดสังฆมณฑลจันทบุรี จังหวัดชลบุรี จำแนกตามตำแหน่งการศึกษาอบรมด้านกิจกรรม แนะแนว การศึกษาอบรมด้านกิจกรรมนักเรียน ประสปการณ์การทำงานด้านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและช่วงชั้นที่สอน

ประชากร

ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นผู้ช่วยวิชาการ หัวหน้ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและครูที่ปรึกษากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนคาทอลิคสังกัดสังฆมณฑลจันทบุรี จังหวัดชลบุรี

ที่เปิดช่วงชั้นที่ 1-3 จำนวน 295 คน

กลุ่มตัวอย่าง

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นผู้ช่วยวิชาการ หัวหน้ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและครูที่ปรึกษากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนคาทอลิคสังกัดสังฆมณฑลจันทบุรี จังหวัดชลบุรี

ซึ่งได้มาโยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random)  จำนวน 167 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

                เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบสอบถามที่ผู้ผู้วิจัยสร้างขึ้น แบ่งออกเป็น2 ตอน

                ตอนที่ 1  เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของครูโรงเรียนคาทอลิคสังกัดสังฆมณฑลจันทบุรี จังหวัดชลบุรี มีลักษณะเป็นสำรวจรายการ(Check List)

                ตอนที่ 2  เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับปัญหาการดำเนินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของโรงเรียน

คาทอลิค สังกัดสังฆมณฑลจันทบุรี จังหวัดชลบุรี แบบสอบถามมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณ(Rating Scale)จำนวน72 ข้อ

การเก็บรวบรวมข้อมูล

  1. นำหนังสือแนะนำตัวจากบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา ถึงผู้อำนวยการ

โรงเรียนคาทอลิค สังกัดสังฆมณฑลจันทบุรี จังหวัดชลบุรี เพื่อขอความร่วมมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัย

  1. การส่งแบบสอบถามผู้วิจัยแจกแบบสอบถาม วันที่ 13  ธันวาคม 2550 จำนวน

167   ฉบับ

                3.   การเก็บแบบสอบถาม ผู้วิจัยเก็บแบบสอบถาม วันที่  28  ธันวาคม  2550 จำนวน

167 ฉบับ โดยได้คืนมาคิดเป็นร้อยละ 100

การวิเคราะห์ข้อมูล

  1. นำแบบสอบถามที่ได้รับคืนมาตรวจสอบความถูกต้อง
  2. นำแบบสอบถามที่สมบูรณ์มาลงรหัส ให้คะแนนน้ำหนักคะแนนแต่ละข้อและบันทึก

ข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป

  1. ทำการวิเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์และสมมติฐานของการวิจัยต่อไป

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

  1. ค่าร้อยละ ( Percentage) ใช้ศึกษาข้อมูลทั่วไป
  2. ค่าเฉลี่ย (Mean)    และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)ใช้วิเคราะห์ระดับ

ปัญหาการดำเนินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

  1. การทดสอบที (t- test independent sample)

สรุปผล

 1.   ปัญหาการดำเนินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของโรงเรียนคาทอลิค สังกัดสังฆมณฑลจันทบุรี จังหวัดชลบุรี อยู่ในระดับปานกลางทั้งหมด เมื่อพิจารณารายกิจกรรม พบว่ากิจกรรม ที่มีปัญหา มากที่สุด คือ กิจกรรมแนะแนว รองลงมา คือ กิจกรรมลูกเสือและปัญหาสุดท้าย คือ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามความถนัด ความสนใจ ตามความต้องการของนักเรียน