---------
คำตอบ
---------
การเสียสัญชาติไทยอาจเกิดขึ้นได้ใน ๒ สถานการณ์ใหญ่ๆ กล่าวคือ (๑) การเสียสัญชาติไทยโดยเจตนาของเอกชน และ (๒) การเสียสัญชาติไทยโดยเจตนาของรัฐ
ขอให้ตระหนักในประการแรกว่า การสมรสตามกฎหมายกับคนต่างด้าวอาจนำมาซึ่งสิทธิในการสละสัญชาติไทย
ขอให้ตระหนักในประการที่สองว่า การสมรสตามกฎหมายกับคนต่างด้าวมิใช่เหตุแห่งการเสียสัญชาติไทยโดยเจตนาของรัฐ
ดังนั้น หากสัญชาติของคู่สมรสต่างด้าวที่ได้มาเป็นสัญชาติโดยการสมรส ก็จะไม่เสียสัญชาติไทย แต่หากสัญชาติของคู่สมรสต่างด้าวที่ได้มาเป็นสัญชาติโดยการแปลงสัญชาติ ก็จะเสียสัญชาติไทย ทั้งนี้ ก็เพราะ มาตรา ๒๒ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ บัญญัติว่า “ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยและได้แปลงสัญชาติเป็นคนต่างด้าว หรือสละสัญชาติไทย หรือถูกถอนสัญชาติไทย ย่อมเสียสัญชาติไทย”
แต่โดยผลของมาตรา ๕ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ การเสียสัญชาติไทยของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพราะการแปลงสัญชาติเป็นคนต่างด้าว จะมีผลนับแต่เมื่อได้มีการประกาศการเสียสัญชาติไทยของบุคคลนั้นในราชกิจจานุเบกษา และการเสียสัญชาติไทยจะมีผลเพียงเฉพาะตัวของผู้แปลงสัญชาติเป็นคนต่างด้าวเท่านั้น
เราพบว่า มีคนสัญชาติไทยที่ไปแปลงสัญชาติเป็นต่างด้าวมาก แต่ไม่มีการประกาศการเสียสัญชาติไทยในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งกระบวนการตามมาตรา ๕ ก็ไม่เสร็จสิ้น คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่า คนสัญชาติไทยดังกล่าวก็ยังไม่เสียสัญชาติไทย จนกระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศการเสียสัญชาติไทยในราชกิจจานุเบกษาเท่านั้นที่สิทธิในสัญชาติไทยจะสิ้นสุดลง
จะเห็นว่า ไมว่ากรณีจะเป็นการได้มาซึ่งสัญชาติโดยการสมรสหรือสัญชาติโดยการแปลงสัญชาติ การเป็นคนสองสัญชาติก็จะเกิดขึ้นได้ค่ะ