ผมไปสัมภาษณ์พูดคุยเด็กช่างกลตีกัน

       เช้านี้ผมไปเปิดงานการเข้าค่ายฤดูร้อนของนักเรียนที่อำเภอบ่อไร่    ทราบว่าวิทยากรคนหนึ่งเป็นอดีตเด็กช่างกลที่ชอบตีกัน  ตอนนี้มาทำงานด้านเด็กและเยาวชนให้มูลนิธิ  ผมเลยชวนมาสัมภาษณ์พูดคุย

 

       น้องคนดังกล่าว  ผมดูลักษณะทั่วไปก็ไม่มีแววของคนเกเรหรือคนก้าวร้าวมีปัญหาอะไรเลย  ผมถามว่าเขามีปัญหาเรื่องบ้าน เรืองการเรียนบ้างใหม เขาว่าไม่มี  ผมก็เลยสงสัยว่าตีกันเพราะอะไร  น้องบอกว่าตอนเรียนอยู่  ตีกันตลอด  ทั้งยกพวกไปตีเขา  และ ถูกเขาไล่ตีมา 

 

       เมื่อถามว่าเริ่มต้นอย่างไรที่มาที่ไปของการตี   น้องบอกว่าที่ยกพวกไปตี  เขาไม่เคยมีเรื่องกับใครหรอก  แต่เขาทำตามรุ่นพี่   รุ่นพี่ชวนให้ไปตีก็ต้องไป   ถามว่าไม่ไปไม่ได้หรือ   เขาบอกว่าถ้าไม่ไปก็จะไม่ได้รับการยอมรับให้เข้ากลุ่ม   ถามว่าเข้ากลุ่มแล้วดีอย่างไร  เขาว่าได้ความโดดเด่น  ได้เข้ากลุ่มและได้แสดงออก  ถามว่าทำไมไม่ไปเข้ากลุ่มเด็กเรียน กลุ่มตั้งใจเรียน  เขาว่ากลุ่มนี้มีน้อย  ไม่โดดเด่น และ ไม่มีกลุ่ม

 

      ครับ  คำตอบจากน้องคนนี้ ก็พอมองออกนะครับว่าสาเหตหนึ่งที่เด็กตีกันมาจากอะไร   นั่นคือ  ความต้องการของมาสโลว์ ขั้นที่ 3  ครับ   คือต้องการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม  ก็ตรงกับคำกล่าวที่ว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม ละครับ   ถ้าไม่อยู่ในกลุ่ม  ก็จะเป็นเรื่องที่เหมือนกับโดดเดี่ยวอ้างว้างมากๆ เลยครับ  โดยเฉพาะเด็กที่มาเรียนในสังคมสถานศึกษาแบบนี้

 

      และก็แปลกนะครับ  กลุ่มที่โดดเด่น มักจะเป็นกลุ่มที่ยกพวกตีกันครับ   กลุ่มที่ยกพวกตีกัน  ตัวหัวโจก มักจะเป็นตัวที่มี "ภาวะผู้นำ" สูงครับ  สามารถสร้างกลุ่มที่โดดเด่น และ โน้มน้าวคนมาเข้ากลุ่มได้

 

      แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไรละครับ  

 

      ผมว่าต้องแก้ที่ตัวหัวโจกก่อนละครับ  สถาบันการศึกษาต้องหากิจกรรมที่โดดเด่น   ที่ได้แสดงออกตามเรี่ยวแรงและพละกำลังของเขา   และ  เป็นกิจกรรมที่ได้รับการยอมรับจากทั้งระบบในสถานศึกษา   เป็นกิจกรรมที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับเขา (ขั้น 4 ของมาสโลว์)

 

    เมื่อนำตัวหัวโจก มาเป็นผู้นำในด้านดี  ที่เหลือก็จะตามมาเองครับ

 

    ผมคิดว่าอย่างนั้น