ศ. นพ. ประเวศ วะสี เตือนสติที่ประชุมว่า สังคมไทยเป็นสังคมอำนาจ เราจึงมักจะมองการทำงานของสภาฯ เป็นการใช้อำนาจ ในขณะที่ตามความเป็นจริงแล้ว สภาฯ ควรเน้น interactive learning through action เน้นการเรียนรู้ร่วมกันผ่านการปฏิบัติ ร่วมกันในสภาฯ ร่วมกับฝ่ายปฏิบัติ และร่วมกับฝ่ายบริหาร
ในวันที่ ๑๗ มี.ค. ๕๓ ผมมี interactive learning through action ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ถึง ๓ ช่วงด้วยกัน คือ ๘.๓๐ – ๑๐.๐๐ น. กับทีมมหาวิทยาลัยมหิดล นครสวรรค์ ๑๐.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. ในการประชุมคณะกรรมการกิจการสภา และ ๑๓.๐๐ – ๑๗.๓๐ น. ในการประชุมสภามหาวิทยาลัย
ในการประชุมสภาฯ ช่วงบ่าย เรามีประเด็นถกเถียงในลักษณะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันหลายเรื่อง จน ศ. นพ. ประเวศ วะสี เตือนสติที่ประชุมว่า สังคมไทยเป็นสังคมอำนาจ เราจึงมักจะมองการทำงานของสภาฯ เป็นการใช้อำนาจ ในขณะที่ตามความเป็นจริงแล้ว สภาฯ ควรเน้น interactive learning through action เน้นการเรียนรู้ร่วมกันผ่านการปฏิบัติ ร่วมกันในสภาฯ ร่วมกับฝ่ายปฏิบัติ และร่วมกับฝ่ายบริหาร
ดังนั้น ในวาระอนุมัติหลักสูตรใหม่ วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสถาปัตยกรรมทางการจัดการองค์กร เราจึงเตือนสติอาจารย์หัวหน้าทีมจัดการหลักสูตร และท่านคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ว่า เราไม่สบายใจนักกับการที่หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรภาคพิเศษ เพราะสภามหาวิทยาลัยมหิดลไม่มีนโยบายสนับสนุนการเปิดหลักสูตรที่เน้นการหาเงินเป็นเป้าหมายหลัก เราต้องการให้เน้นหาความรู้หรือสร้างความรู้ให้แก่บ้านเมือง ผ่านการสร้างคน เป็นเป้าหมายหลัก ดังนั้นเมื่อได้เปิดหลักสูตรนี้ไปแล้ว ๒ – ๓ ปี ให้ประเมินว่า การเปิดหลักสูตรนี้ได้สร้างความเข้มแข็งด้านการวิจัยเพิ่มขึ้นแก่คณะวิศวกรรมศาสตร์อย่างไรบ้าง หรือว่าหลักสูตรนี้กลับเป็นภาระ ทำให้อาจารย์ขาดโอกาสใช้เวลามุ่งเน้นทำงานวิจัย
ทางผู้มาชี้แจงยืนยันว่า เป้าหมายหลักคือการรับผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานแล้ว ในด้าน ICT มาเรียน และเอาโจทย์วิจัยมาให้แก่คณาจารย์ สภาฯ จึงอนุมัติหลักสูตร โดยไม่วายที่จะเตือนให้ประเมินสถานการณ์ตามเป้าหมายข้างต้น
วิจารณ์ พานิช
๑๘ มี.ค. ๕๓
ดังนั้น ในวาระอนุมัติหลักสูตรใหม่ วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสถาปัตยกรรมทางการจัดการองค์กร เราจึงเตือนสติอาจารย์หัวหน้าทีมจัดการหลักสูตร และท่านคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ว่า เราไม่สบายใจนักกับการที่หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรภาคพิเศษ เพราะสภามหาวิทยาลัยมหิดลไม่มีนโยบายสนับสนุนการเปิดหลักสูตรที่เน้นการหาเงินเป็นเป้าหมายหลัก เราต้องการให้เน้นหาความรู้หรือสร้างความรู้ให้แก่บ้านเมือง ผ่านการสร้างคน เป็นเป้าหมายหลัก ดังนั้นเมื่อได้เปิดหลักสูตรนี้ไปแล้ว ๒ – ๓ ปี ให้ประเมินว่า การเปิดหลักสูตรนี้ได้สร้างความเข้มแข็งด้านการวิจัยเพิ่มขึ้นแก่คณะวิศวกรรมศาสตร์อย่างไรบ้าง หรือว่าหลักสูตรนี้กลับเป็นภาระ ทำให้อาจารย์ขาดโอกาสใช้เวลามุ่งเน้นทำงานวิจัย
ทางผู้มาชี้แจงยืนยันว่า เป้าหมายหลักคือการรับผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานแล้ว ในด้าน ICT มาเรียน และเอาโจทย์วิจัยมาให้แก่คณาจารย์ สภาฯ จึงอนุมัติหลักสูตร โดยไม่วายที่จะเตือนให้ประเมินสถานการณ์ตามเป้าหมายข้างต้น
วิจารณ์ พานิช
๑๘ มี.ค. ๕๓
๑๘ มี.ค. ๕๓