ประเทศไทยมีสถานะเป็นประเทศสมาชิกและเป็นส่วนหนึ่งของการรวมกลุ่มของภูมิภาคอาเซียน ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี 1967 และได้ประกาศอย่างชัดเจนในปี 2015 เป็นเป้าหมายในการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community หรือ AEC) เพื่อให้เกิดการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจโดยจะมีตลาดและฐานการผลิตร่วมกัน (single market and single production base) ซึ่งจะมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ แรงงานฝีมือ การลงทุน และเงินทุนอย่างเสรี ทั้งนี้ประเทศสมาชิกได้ลงนามร่วมมือแผนการพัฒนาการเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ระหว่างปี 2009-2015 ตามกฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter) โดยการผูกพันการเปิดตลาดในสาขา/กิจกรรม เป็นไปตามความพร้อมของแต่ละประเทศ เช่น การเปิดเสรีแบบไม่มีข้อจำกัด (full commitment) ผูกพันแบบมีเงื่อนไข (commitment with limitations) หรือไม่ผูกพัน (unbound)
ประชากรของภูมิภาคอาเซียนในปัจจุบันมีประมาณ 570 ล้านคนและมีพื้นฐานทางวัฒนธรรมทางวิถีชีวิตและการนับถือศาสนาที่ค่อนข้างแตกต่างกัน ได้แก่ วัฒนธรรมขงจื้อ (เวียดนาม สิงคโปร์) วัฒนธรรมพุทธ (ไทย พม่า ลาว กัมพูชา) วัฒนธรรมอิสลาม (มาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน) และวัฒนธรรมคริสต์ (ฟิลิปปินส์) จึงทำให้การรวมกลุ่มเพื่อกระชับสัมพันธภาพทางเชื้อชาติและวิถีชีวิตเป็นไปได้ง่ายกว่า โดยกำหนดให้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการสื่อสารระหว่างประเทศสมาชิกในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาความพร้อมของประชากรของประเทศไทยที่มีประมาณ 65 ล้านคนและส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารไม่คล่องมากนัก จะเห็นได้ว่าประชากรใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประชากรวัฒนธรรมมุสลิมประมาณ 1.9 ล้านคนและสื่อสารด้วยภาษามลายูท้องถิ่นที่จะเชื่อมไปสู่ภาษามาเลเซียและภาษาอินโดนีเซียในประเทศสมาชิกที่มีพื้นฐานทางวัฒนธรรมอิสลามและมีเชื้อสายมลายูที่มีประชากรรวมกันกว่า 300 ล้านคน (มาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน สิงคโปร์ และรวมถึงตอนใต้ของฟิลิปปินส์) หรือกว่าครึ่งของประชากรอาเซียน จึงเป็นความโดดเด่นของประชากรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ระบบการศึกษาต้องเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในช่วงเวลา 5 ปี
ทิศทางทางการศึกษาที่จะนำไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของพื้นที่สามจังหวัดฯ ผมมองว่าต้องใช้บุคลากรในพื้นที่เป็นผู้ร่วมกำหนดทิศทางให้มากที่สุด ระยะเวลา ๕ ปีอย่างที่อาจารย์กล่าวถึงเป็นห้วงเวลาที่น่าสนใจสำหรับการขับเคลื่อนพื้นที่แห่งนี้
ขอเป็นกำลังใจในการทำงาน และดีใจที่มีบุคลากรคุณภาพอย่างอาจารย์อยู่ในพื้นที่แห่งนี้อีกท่านหนึ่งครับ มีโอกาสคงได้ร่วมแลกปเลี่ยนเรียนรู้และผลักดนพัฒนาการศึกษาในพื้นที่แห่งนี้ครับอาจารย์
ขอบคุณมากครับ ผมกำลังรวบรวมักวิจัยที่จะร่วมจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย โดยเฉพาะเน้นไปที่การเตรียมคนให้สอดคล้องกับความต้องการในการเคลื่อนย้ายแรงงานในอนาคต
กรอบวิธีวิจัยคงต้งพัฒนาจากการมองภาพจากตลาดแรงงาน หรือ Demand side ในอนาคต และเชื่อมสู่ Roadmap to ASEAN (อ่านเพิ่มได้ใน http://www.asean.org/publications/RoadmapASEANCommunity.pdf) กลับมาสู่การเตรียมคนในระบบการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้
สกว. เสนอจะให้ทุนวิจัย... ตอนนี้กำลังพิจารณา... ทำเรื่องเสนอขอทุนวิจัยอยู่ 2 หัวข้อค่ะ...
เรื่องเกี่ยวกับ การปรับตัวของชาวมุกดาหารรองรับการเป็นประตูอาเซียน เพราะมุกดาหารเป็นเมืองหน้าด่านที่ค่อนข้างได้เปรียบและเป็นศูนย์กลาง....ก็สรุปแล้ว คำถามที่ 1คือ จะเป็น Transit หรือเป็น Destination....
คำถามที่2 คือ จะเตรียมตัวหรือปรับตัวอย่างไร เนื่องจากเป็นเมืองชายแดน บนเส้นเขตแดน เราจะรองรับตรงนี้อย่างไร......ซึ่งมุกดาหารก็มีหลักสูตร ธุรกิจในกลุ่มประเทศอินโดจีนรองรับนะ...
วันพรุ่งนี้ หอการค้าไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม หอการอีสาน 19 จังหวัด ที่มุกดาหาร
วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร ก็จะขอมีส่วนร่วมคะ....
ได้ข้อมูลAEC เพิ่มเติมจากอาจารย์แล้วเป็นประโยชน์มากเลยค่ะ....
น้องดี(ลูกสาว) ก็โตแล้วค่ะ เป่าเค้กวันเกิดครบ 3ขวบ เมื่อวันที่ 2กันยายน ที่ผ่านมา...ตอนนี้อยู่อนุบาล 1 เทอมที่ 1
อืมแล้วลูกชาย ผอ. 2 คนชื่อน้องอะไรบ้างเนาะ... ไม่ได้คุยกันซะตั้งนาน...
ขอบคุณครับ DrJang ก่อนตอบประเด็นยุทธศาสตร์การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนต่อไป ขอบอกว่าตอนนี้ลูกชายมี 3 คนแล้วครับ คนกลางอายุ 4 ขวบพอดี ส่วนคนเล็กก็ขวบครึ่ง สนุกกับเวลาที่มีให้ครอบครัว แต่ดูเหมือนงานวิทยาลัยชุมชนจะเอาเวลาพวกเราไปมากเพื่อให้ชุมชนพวกเราเกิดความเข้มแข็งและรองรับความเปลี่ยนแปลงครับ
เห็นจะเป็นความยินดียิ่งที่ทราบว่าวิทยาลัยชุมชนมุกดาหารมุ่งเข้าสู่การเชื่อมกับ Real sectors โดยเฉพาะในเวทีการประชุมหอการค้าภาคอีสาน อยากทราบว่าบทบาทหอการค้าทำอะไร หาดูพระราชบัญญัติ หอการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 ซึ่งปรับปรุงจากฉบับเดิม พ.ศ. 2509 อ่านเพิ่มเติมใน link www.dbd.go.th/mainsite/index.php?id=1819
แต่บทบาทปัจจุบันยังคงเป็นคล้ายๆ ฉบับแรกมากกว่าหอการค้าจังหวัดหลายจังหวัดไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนักตั้งแต่มีการตั้งหอการค้าจังหวัดตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2537 เป็นต้นมา รูปแบบหอการค้า (Chamber of Commerce) ทั่วโลกเท่าที่จำได้มีอยู่ 4 รูปแบบใหญ่ แบบของไทยคือใช้ความสมัครใจในการรวมกลุ่มการค้าโดยที่แต่ละแห่งเป็นนิติบุคคล มีคณะกรรมการบริหารซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการในจังหวัดนั้นๆ และมีบทบาทในการเสนอแนะแนวทางพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจให้แก่จังหวัด ปัจจุบันสัดส่วนของสมาชิกจะประมาณ 10-20% ของจำนวนผู้ประกอบการในจังหวัดนั้นๆ ความเข้มแข็งของการรวมตัวมีความเข้มแข็งต่างกันไป สำหรับผู้ที่จะเป็นสมาชิกมักจะถามว่า "เป็นสมาชิกแล้วจะได้อะไร" ซึ่งคณะกรรมการบริหารของแต่ละหอการค้ามีแนวทางแตกต่างกันไปที่จะดึงความร่วมมือของสมาชิกเพื่อการรวมกลุ่มทำการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่ ที่ยังมีจำนวนสมาชิกไม่มากอาจเป็นเพราะประเทศเรามองเรื่องประโยชน์ของธุรกิจตนเป็นหลักก่อนการทำงานให้กับสังคมในภาพรวม ผู้ที่เป็นคณะกรรมการต้องมีความพร้อมในการมั่นคงทางธุรกิจค่อนข้างมากจึงจะมีเวลาและกำลังพอที่จะทำงานเพื่อส่วนรวม
การรวมตัวหอการค้าภาคอีสานเพื่อมองการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคไปสู่ความเชื่อมโยงและโอกาสของการพัฒนาของภูมิภาคในอนาคตยากที่สรุปได้ว่าเป็นในทิศทางใด แต่อย่างน้อยก็เป็นการสร้างความสัมพันธ์และกลับมาทบทวนขีดความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) ของภูมิภาค เห็นปัญหาและอุปสรรคร่วมกัน เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจตามรอยต่อตะเข๊บชายแดนไทยในฝั่งลาวอาจมีผลต่อธุรกิจของผู้ประกอบการในจังหวัดชายแดนอีสานตอนบน เป็นต้น สิ่งที่ยากที่สุดก็คือการทบทวนเพื่อเข้าใจปัญหาร่วมกันไปสู่แนวทาง "ความร่วมมือ" ในการสร้างความเข้มแข็งของพื้นที่ แต่ก็ยากซึ่งเห็นได้จากตอนที่เราคิดจะสร้างวิทยาลัยชุมชนมุกดาหารในปี พ.ศ. 2545 ประชาชนในจังหวัดทราบดีว่าจะมีสะพานข้ามแดนใหม่และโอกาสการลงทุนและการค้าจะเกิดขึ้นมากกว่าเดิม แต่ก็มองเห็นเวลาที่ผ่านมาคนในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นได้เพียงลูกจ้างของนักลงทุนต่างถิ่น (ทั้งในประเทศและต่างประเทศ) และผู้ประกอบการต่างพื้นที่ที่มีทุนใหญ่มากอบโกยสัดส่วนการตลาดจากผู้ประกอบการในพื้นที่ หากเราไม่สามารถสร้างความตระหนักและภูมิคุ้มกันให้กับธุรกิจของพื้นที่ที่ดีพออาจจะเกิดผู้กระทบต่อผู้ประกอบการทั้งหมด การรวมกลุ่มมวลสมาชิกของหอการค้าจังหวัดก็จะหมดความหมาย
ภายใต้บทบาทของวิทยาลัยชุมชนมุกดาหารที่เข้าไปร่วมในเวทีการประชุม ด้วยความเข้าใจของบุคลากรที่เรามีอยู่มองภาพรวมของการพัฒนาด้านเศรษฐกิจในระดับมหภาคได้ยากนัก เพราะเรามีประสบการณ์ในด้านช่วยขับเคลื่อนชุมชนในระดับรากหญ้ามากกว่า แต่ก็เป็นโอกาสที่จะเรียนรู้และก้าวสู่การยืนหยัดที่จะเป็นคู่คิดของผู้ประกอบการในชุมชนที่จะพัฒนาเศรษฐกิจที่มีมุมมองของความเชื่อมโยงออกไปนอกพื้นที่ เพราะประเทศเราดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจด้านการเปิดตลาดตามแนวทางทุนนิยมเสรี จึงเห็นปลาใหญ่กินปลาเล็กได้ง่าย
ในขณะเดียวกัน ควรมีแนวทางในการสนับสนุนส่งเสริมให้กำลังแรงงานของพื้นที่ได้มีความเข้าใจและมุ่งพัฒนาศักยภาพด้านฝีมือและวิชาชีพ เป็นกลจักรสำคัญกลจักรใหม่รองรับยุทธศาสตร์กำลังแรงงงานและการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้วยการมีความพร้อมด้านภาษาเพื่อการสื่อสารในอาเซียน เข้าใจและรับรู้กฎหมายกฎระเบียบและสภาพทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมที่ต่างกัน ในลักษณะที่ตอบสนองต่อความต้องการในภาคผลิต/การบริการ การมีคุณภาพชีวิจในการทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี ตามสายงานของกำลังแรงงานและการสมประโยชน์ร่วมกับผู้บริโภค/ประชาชนทั่วไป/สังคมส่วนรวม
การวิจัยตามแนวทางของโจทย์ที่ สกว. ให้ว่า ข้อ (1) จะเป็น Transit หรือ Destination แล้ว มองเห็นว่าอย่างไรก็เป็น Transit point หรือเรามักจะเรียกว่า hub ของความเชื่อมโยงตามแนว East-West Economic Corridor โดยเฉพาะการพัฒนาตามลุ่มแม่น้ำโขง หรือ Great Meknong Sub-region (GMS) มากกว่า ลองศึกษางานด้านนี้ดูจะเห็นว่าเป็นจริงตามนั้น โครงการ GMS ปัจจุบันนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ADB อยู่ หากมีเวที/การสัมมนาก็น่าจะหาโอกาสไปร่วมเพื่อเข้าใจภาพการพัฒนาในระดับมหภาคมากขึ้น ส่วนข้อ (2) การเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคในความร่วมมือย่อมนำมาซึีง "การปรับตัว" ภายใต้แนวคิด Change or to be changed เพื่อเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่ว่ายุทธศาสตร์ของพื้นที่จะเป็น "รุก" หรือ "รับ" ซึ่งต้องวิเคราะห์ศักยภาพและความพร้อมของพื้นที่ โดยเฉพาะ "ความร่วมมือ" ของคนไทยไปสู่การเตรียมตัวรองรับความเปลี่ยนแปลงภายใต้ยุทธศาสตร์เดียวกัน สำคัญที่ต้องช่วยกันพายเพื่อให้เรือลำน้ำล่องผ่านนาวาโดยสามารถหลบหลีกเกาะแก่งที่ทั้งมองเห็นและมองไม่เห็นในอนาคตกาล
ขอบคุณค่ะ ซามูไร พ่อลูกอ่อน... Link งานเลี้ยงแสดงความยินดีกับสมาคมฯชุดล่าสุด อยู่ที่นี่แล้วค่ะ วชช.งานเลี้ยงตอนกลางคืน
http://www.youtube.com/watch?v=JeYHfd0rQgw
วชช.พบ รมต.ไชยยศ
http://www.youtube.com/watch?v=D7ufSLok5q8