เราจำเป็นต้องแยกเด็กออกมาเพื่อให้พ่อแม่มีสมาธิจดจ่อกับการสัมนา พี่เลี้ยงต้องทำหน้าที่อย่างหนัก มาอ่านกัน

 

เพ็ญกับ พี่โอ๋ ขอบคุณทีมจันทร์ยิ้มที่ให้ร่วมเขียนบันทึกนี้ค่ะ

เคยเผลอออกปากไปว่า ถ้าจันทร์ยิ้มมีอะไรให้ช่วยก็บอกได้

ความที่เราสองคนยังไม่มีลูก

จึงได้รับการวาน ให้ไปช่วยเป็นพี่เลี้ยงเด็กๆ

ไม่ให้รบกวนกลุ่มพ่อแม่ระหว่างที่เข้าสัมมนา

แม้งานจะวุ่นๆ เราก็ตอบว่ายินดีค่ะ

ตารางกิจกรรมเด็กเป็นดังนี้

13.00-14.00

เกมส์ รู้จักกัน ฉันกับเธอ

14.00-15.30

เกมส์ กลุ่มสัมพันธ์

15.30-16.30

ขึ้นช้างชมป่า (เด็ก2 ผู้ใหญ่1/ช้าง1เชือก)

16-30-17.00

พัก

17.30-18.30

อาหารค่ำ

19.00-22.00

ส่องสัตว์เขาใหญ่

ตามตารางแล้วภารกิจของเราแค่ 2ชั่วโมงครึ่งสบายอยู่แล้ว

เราใช้เวลาว่างของช่วงเช้าขณะที่เดินทาง เตรียมกิจกรรม

โดยการ โทรถามหลานอายุ 8 ขวบและ 13 ขวบ ให้ คิดเกมส์ให้

แล้วแวะรายทางเพื่อหาอุปกรณ์ กับรางวัล ที่จะใช้ประกอบกิจกรรม

 

เราเดินทางมาถึงสถานที่นัดหมาย ประมาณ เที่ยงวัน

ได้เวลารับประทานอาหาร กลางวันพอดี

ช่วงเวลาดังกล่าว เราเริ่มทำความคุ้นเคยกับกลุ่มเด็กๆ ที่ยังพอจำกันได้อยู่บ้าง

และเริ่มสังเกตเห็นว่า เด็กมีการสนิทสนมแยกเป็น 2 กลุ่ม

 เราเริ่มคิดแล้วว่าจะต้องทำอย่างไรให้เด็กๆ รวมกันให้ได้

 

กิจกรรม เริ่มขึ้นตามกำหนด

เรามีอาสาสมัครพี่เลี้ยงที่มาก่อนแล้วอีก 3คนคือคุณกิ๊บ คุณอี๊และคุณตั้ม พขร.ที่ถูกเกณฑ์ให้มาช่วยเป็นอันว่า เด็ก 10 พี่เลี้ยง 5สัดส่วนดีไม่น่าหนักใจ

 

บรรดาพี่เลี้ยงเริ่ม เรียกรวมพลเด็กทั้งหมด เพื่อพาไปยังห้องกิจกรรม

แต่แล้วทุกคนก็ต้องพบกับความผิดหวัง

เมื่อห้องที่เตรียมไว้สำหรับพวกเด็กๆๆ ไม่ใช่ห้องประชุมติดแอร์เย็นๆ

 แต่กลายเป็น บริเวณที่กว้างขวางกลางไพร

 

 เราต้องใช้กลยุทธแรก ในการแยกเด็กจาก พ่อแม่

ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่าแยกพ่อแม่จากเด็ก

เพราะดูว่าอาการห่วงลูกกันมากมาย

โดย บอกว่าพ่อแม่คนใดยังไม่ยอมเข้าห้องสัมมนา

ลูกจะถูกทำโทษ .......ซึ่งได้ผลเกินคาด

 

กิจกรรมแรก เริ่มให้เด็กทุกคนทำความรู้จักและจำกันให้ได้ทุกคน

โดยให้  “จับคู่แนะนำเพื่อน” มีข้อแม้ว่า ต้องเป็นคนที่ไม่ใช่พี่น้อง

ไม่ได้มารถคันเดียวกัน ไม่ได้อยู่โรงเรียนเดียวกัน”

 

เกมส์แรก “นั่งทับลูกโป่งไม่ให้แตก” มีฮือฮาบ้าง

 แล้วก้อได้ผู้ชนะเนื่องจาก เป่าลูกโป่งไว้เล็กมาก

ได้รับรางวัลเป็นปืนฉีดน้ำขนาดกลาง

 

เกมส์ต่อมา “สาริกาคาบเหยื่อ” แบ่งเป็น 2 ทีม

 มีพี่เลี้ยงผสมอยู่ด้วย สร้างคามครึกครื้นกับเด็กได้ดี

แต่แล้วเหตุการณ์ที่บรรดาพี่เลี้ยงไม่อยากให้เกิดขึ้น ก็เกิดขึ้นในเกมส์ที่ 3

นั่นคือเกมส์ “เหยียบลูกโป่ง” เริ่มมีการถอนตัวทีละคนเนื่องจากกลัวลูกโป่งแตก

มีร้องให้บ้าง วิ่งไปหาพ่อแม่ในห้องบ้าง

 เมื่อเราเอารางวัลมาหลอกล่อ

ก้อเริ่มมีเสียงดังออกมาว่า “ที่บ้านมีแล้ว ใหญ่กว่านี้อีก” จ๋อยเลยเรา

 

แต่สุดท้ายด้วยความสามารถของบรรดาพี่เลี้ยง

เราก้อสามารถเล่นเกมส์จนสำเร็จได้

หมดไป 3 เกมส์ ทุกคนมีอาการทั้งเหนื่อย ทั้งร้อน ทั้งหิว

นั่งพักก้อแล้ว ยังไม่หายเหนื่อย

สุดท้าย เรามองไปที่รถตู้ แล้วก้อพาเด็กๆไป Seven eleven

 ซึ่งได้ผลสุดสุด อิอิ สบายไปค่อนข้างนานเลย

เสร็จจาก7/11 บรรดาพี่เลี้ยงก็โล่งอกเพราะโปแกรมต่อไป คือนั่งช้าง

คงช่วยให้พวกเราใช้เวลาได้โดยไม่ต้องลงแรงมากนัก

 

แต่ไม่รู้เวรหรือกรรมอันใดของพวกพี่เลี้ยง ฝนเทลงมาอย่างหนัก

หัวหน้าคณะติดต่อกับพี่เลี้ยงว่าให้งดนั่งช้าง พาเด็กเข้าไปทำกิจกรรมในบ้านพัก

พร้อมประกาศให้พ่อแม่ไม่ต้องกังวล เด็กๆจะได้รับการดูแลอย่างดี

แหม ให้เครดิตกันมากไปหน่อย แต่ก็สู้ๆค่ะ

 

เด็กๆต้องอยู่กับเราต่อ มุขก็เริ่มหมด

นำเด็กๆเข้าห้องพัก “ออกแบบสิ่งของตามจินตนาการจากลูกโป่ง”

และเล่นอื่นเท่าที่คิดได้เวลาก็หมดจนได้

 

กลางคืนเอาอีกแล้ว

ขึ้นเขาส่องสัตว์ไม่ได้

กำลังหวั่นๆว่าจะต้องดูเด็กต่ออีก 3ชั่วโมง

อาจารย์ประกาศงดกิจกรรมผู้ใหญ่

ให้ทั้งแม่และเด็กไปรวมกันที่ห้องประชุมแล้วเล่นร่วมกัน

ตอนนี้สนุกหน่อยเพราะแม่ๆช่วยเล่นช่วยเชียร์

แถมได้พี่ป้อมมาช่วยอีกแรง

ไม่ถึงกับฝันร้ายหรอกค่ะ