กราบสวัสดีพ่อแม่พี่น้องทุกท่านทั้งหลายครับ ความรู้ที่ผมเก็บเกี่ยวมาฝากครั้งนี้ก็เป็นความรู้เฉพาะเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย โซ่ แต่พ่อแม่พี่น้องที่ใช้สายพานอย่าเพิ่งน้อยใจไปเก็บเอาความรู้ที่ผมจะนำเสนอไปนี้ไปใช้กับรถที่บ้านหรือบอกเล่าต่อกันก็ได้ครับ เห็นทีแล้วที่ผมจะขอนำเสนอซักทีแล้วก่อนที่จะเสียเวลาอันมีค่าของพ่อแม่พี่น้อง

โซ่  เป็นตัวถ่ายพละกำลังขับเคลื่อนที่ออกมาจากเครื่องยนต์ไปยังชุดสเตอร์ที่ยึดติดกับล้อหลัง  เพื่อให้ล้อนั้นหมุนโดยที่โซ่เป็นตัวกระชาก  ดังนั้นโซ่จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่จะต้องทำความเข้าใจระบบโซ่ว่าประกอบด้วยอะไรและจะทำการตรวจซ่อมอย่างไรในสภาพการใช้งาน  ปกติจะมีฝุ่นจากถนนซึ่งจะเกาะติดไปกับโซ่เมื่อวิ่งไปบนถนนที่เปียกโซ่จะต้องผจญกับสภาวะที่หนักกว่าเพราะมีทั้งน้ำและความชื้น  อีกทั้งสเตอร์หน้าที่ดึงให้สเตอร์หลังหมุนตามจะเกิดความตึงในเส้น โว่ จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับน้ำหนักและการบรรทุกและสภาพถนน  นอกนั้นการสั่นสะเทือนในการขับขี่ซึ่งโซ่จะมีการสะบัดตัวและการขับเคลื่อนของล้อหลังจะเกิดแรงกระชาก  เหล่านี้เป็นสาเหตุของการเสื่อมสภาพของโซ่ทั้งสิ้น  ดังนั้นเมื่อโซ่เป็นอย่างนี้เราจึงต้องบำรุงรักษาหรือตรวจเช็คกันแล้วละครับ

การบำรุงรักษา  โซ่

  เมื่อสภาพของโซ่เต็มไปด้วยคราบสกปรก การดูแลรักษาจึงเป็นเรื่องจำเป็นนั่นคือการทำความสะอาดและปรับตั้งโซ่  เรื่องทำความสะอาดมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากนักโดยเริ่มต้น

1. ทำการถอดชุดครอบโซ่หน้าและหลังออก  เมื่อทำการถอดชุดบังโซ่ออกหมดแล้วให้ทำการตรวจระยะความตึงของโซ่  หากพบว่าหย่อนให้ทำการคลายน๊อตยึดเพลาหลังเพื่อปรับตั้งความตึงโซ่

2. จากนั้นใช้ไขควงหรือคีมดันคลิป ล๊อค ข้อต่อโซ่ออก

3. ทำการถอดข้อต่อโซ่และโซ่ออกจากสเตอร์ เพื่อนำมาล้างทำความสะอาด  พร้อมกับตรวจเช็คสภาพของโซ่  ถ้าหากว่าโซ่มีอาการติดขัดตรงข้อต่อหลายๆข้อไม่ควรนำมาใช้งาน  สำหรับการทำความสะอาดโซ่นั้นให้ใช้น้ำมันก๊าซและแปรงล้างสิ่งสกปรกออก(ห้ามใช้น้ำมันเบนซิลล้างเป็นอันขาด  เนื่องจากมีปฎิกิริยาในการทำละลายสูง)

4. ในขณะเดียวกันนั้นก็ให้เช็คสภาพของสเตอร์หากฟันสเตอร์สึกมากก็ควรเปลี่ยนสเตอร์เสียเลย  ด้วยเวลาเปลี่ยนควรเปลี่ยนทั้งข้างหน้าและข้างหลังพร้อมกันรวมไปถึง โซ่ ด้วย

5. เมื่อทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วให้ชโลมด้วยน้ำมันหล่อลื่นแล้วใส่โซ่ลงบนสเตอร์พร้อมข้อต่อโซ่

6. ตั้งระยะความตึงของโซ่ให้มีระยะความตึงถึงตกท้องช้างไม่เกิน 2-3 ซม.

 

เพียงเท่านี้พ่อแม่พี่น้องก็สามารถดูแลรถได้เองแล้วง่ายโดยไม่ต้องพึ่งพาช่างให้เสียเงินโดยป่าวประโยชน์และที่สำคัญก็ยังใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์อีกด้วยไม่เชื่อลองทำดูครับ....จากครูหนุ่มชอบซิ่ง BIG BIKE