สิทธิประโยชน์ในเรื่อง "การได้รับพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พระราชทานเพลิงศพ พระราชทานดินฝังศพและพระราชทานหีบเพลิง"

สิทธิประโยชน์ในเรื่อง "การได้รับพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พระราชทานเพลิงศพ พระราชทานดินฝังศพและพระราชทานหีบเพลิง"

สิทธิประโยชน์ในเรื่อง "การได้รับพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ

พระราชทานเพลิงศพ พระราชทานดินฝังศพ

และพระราชทานหีบเพลิง"

บันทึกนี้ ผู้เขียนขอนำเรื่อง สิทธิประโยชน์ในเรื่อง "การได้รับพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พระราชทานเพลิงศพ พระราชทานดินฝังศพและพระราชทานหีบเพลิง" มาบอกกล่าวให้ทราบ ดังนี้ค่ะ...

ข้าราชการนอกประจำการทั้งหลายควรรู้หรือแจ้งให้ทายาทได้รับรู้ว่าตนเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติพิเศษตามที่ทางราชการระบุ แม้เมื่อชีวิตหาไม่แล้ว ทางราชการก็ยังคำนึงถึงคุณงามความดีที่ได้เคยรับใช้งานราชการ ซึ่งเป็นงานของแผ่นดิน สมควรได้รับการยกย่องเพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูลสืบต่อไป ด้วยการขอพระราชทานเครื่องเกียรติยศเมื่อสิ้นชีวิต หรือพระราชทานเพลิงศพได้ ทั้งนี้ สำนักพระราชวังวางระเบียบหลักเกณฑ์กำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิขอพระราชทานไว้ ดังนี้...

ผู้มีสิทธิได้รับพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ เพลิงศพ ดินฝังศพและหีบเพลิง

1. พระสมณศักดิ์ ตั้งแต่ชั้น "พระครูสัญญาบัตร" ขึ้นไป

2. พระราชวงศ์ ตั้งแต่ชั้น "หม่อมเจ้า" ขึ้นไป

3. ผู้ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์

4. ข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นตรี ขึ้นไป

5. ข้าราชการฝ่ายทหาร ตำรวจ ยศชั้นร้อยตรี ขึ้นไป

6. พนักงานเทศบาลตรี ขึ้นไป

7. ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตั้งแต่ "เบญจมาภรณ์มงกุฏไทย" (บ.ม.) ขึ้นไป

8. ผู้มีเกียรติที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ "จุลจอมเกล้า" (จ.จ.) หรือ "ตราสืบตระกูล" (ต.จ.) ขึ้นไป

9. ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เหรียญ "รัตนาภรณ์" รัชกาลปัจจุบัน

10. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ สมาชิกสภาจังหวัด สมาชิกสภาเทศมนตรี ที่ถึงแก่กรรมในขณะดำรงตำแหน่ง

11. รัฐมนตรี ถึงแก่อนิจกรรมในขณะดำรงตำแหน่ง

12. ผู้ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นกรณีพิเศษ

ผู้มีสิทธิได้รับพระราชทานเพลิงศพ เป็นกรณีพิเศษ

1. ผู้ที่อยู่ในราชสกุล ชั้นหม่อมราชวงศ์และหม่อมหลวง

2. พระสงฆ์ที่พระราชาคณะพิจารณาขอพระราชทานให้

3. พนักงานรัฐวิสาหกิจระดับสูง

4. ผู้ที่ได้รับพระราชทานเหรียญราชรุจิ เหรียญกล้าหาญและเหรียญชัยสมรภูมิ

5. ผู้ที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ เช่น ศิลปินแห่งชาติ นักกีฬาระดับชาติ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ อดีตสมาชิกสภาจังหวัด หรืออดีตสมาชิกสภาเทศบาล

6. ผู้ทำคุณประโยชน์ เช่น บริจาคเพื่อการกุศลคิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 300,000 บาท บริจาคร่างกายหรืออวัยวะ

7. บิดามารดาของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับ 6 หรือเทียบเท่าขึ้นไป

8. บิดามารดาของผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ "ตริตาภรณ์ช้างเผือก" (ต.ช.) ขึ้นไป

หมายเหตุ บุคคลผู้ทำลายชีดตนเอง ไม่พระราชทานเพลิงและ

เครื่องประกอบเกียรติยศ

ขั้นตอนการขอรับพระราชทานเพลิงศพ

กรณีขอรับพระราชทานเพลิงศพ

เจ้าภาพหรือทายาท ผู้ประสงค์ขอพระราชทานเพลิงศพ จะต้องทำหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงเจ้าสังกัดของผู้ถึงแก่กรรม โดยระบุ...

ก. ชื่อ ตำแหน่ง ชั้น ยศ ของผู้ถึงแก่กรรม

ข. ถึงแก่กรรมด้วยโรคอะไร ที่ใด เมื่อใด

ค. ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อะไรบ้าง

ง. มีความประสงค์จะขอรับพระราชทานเครื่องเกียรติยศประกอบศพอย่างใดบ้าง

จ. ประกอบการฌาปนกิจศพที่วัดใด จังหวัดใดและวันเวลาใด

กรณีขอรับพระราชทานเพลิงศพ เป็นกรณีพิเศษ

เจ้าภาพหรือทายาท ผู้ประสงค์ขอพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ ต้องทำหนังสือถึงเลขาธิการพระราชวัง โดยระบุ...

ก. ชื่อ - สกุล และประวัติโดยย่อของผู้ถึงแก่กรรม

ข. ถึงแก่กรรมด้วยโรคอะไร ที่ใด เมื่อใด

ค. ระบุคุณงามความดีที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ หรือคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์การพิจารณาการขอพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ

ง. ระบุ วัน เวลา สถานที่ที่จะประกอบการฌาปนกิจ

หลักฐานที่ใช้ในการขอพระราชทานเพลิงศพ หรือพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ

เอกสารต่อไปนี้ให้แนบทั้งต้นฉบับและสำเนาไปพร้อมกับหนังสือหรือใบคำร้องด้วย

1. ใบคำร้อง (สำหรับการขอพระราชทานเพลิงศพ) หรือหนังสือแจ้งสำนักพระราชวัง (สำหรับการขอพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ)

2. ใบมรณบัตรของผู้ถึงแก่กรรม

3. ทะเบียนบ้านของทายาทของผู้ถึงแก่กรรม

4. บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวข้าราชการของทายาทของผู้ถึงแก่กรรม

5. บัตรประจำตัวข้าราชการผู้ถึงแก่กรรม

6. หนังสือรับรองจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หรือใบอนุโมทนาบัตร หรือใบประกาศเหรียญกล้าหาญ หรือเหรียญชัยสมรภูมิ

7. หลักฐานการได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ครั้งสุดท้ายของผู้ถึงแก่กรรม หรือของทายาทของผู้ถึงแก่กรรม

ข้อสังเกต

ในการขอพระราชทานเพลิงศพนั้น จะต้องไม่ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และวันเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติ พระราชพิธีฉัตรมงคล (และตามประเพณีนิยมที่ไม่มีการเผาศพในวันศุกร์)

ผู้มีสิทธิได้รับพระราชทานเพลิง ถ้าจะพระราชทานเพลิงศพในต่างจังหวัด ยกเว้นปริมณฑล ใกล้กรุงเทพฯ ทางสำนักพระราชวังจะได้จัดหีบเพลิงให้กระทรวงเจ้าสังกัด หรือทายาทของผู้ถึงแก่กรรมรับส่งไปพระราชทานเพลิง แต่ถ้าเป็นการพระราชทานเพลิงศพในกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑลใกล้กรุงเทพฯ สำหรับระยะทางไม่เกิน 50 กิโลเมตร สำนักพระราชวังจะจัดเจ้าพนักงานเชิญเพลิงหลวงไปพระราชทานโดยรถยนต์หลวง ทั้งนี้ เจ้าภาพไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นเพื่อการนี้...

ที่มา : คู่มือสวัสดิการและสิทธิประโยชน์เกื้อกูลของผู้รับบำนาญ

โดย...สำนักบริหารการเบิกจ่ายเงิน กรมบัญชีกลาง...

จะเห็นได้ว่า ทางราชการได้พยายามที่จะมอบสิทธิต่าง ๆ เสมอด้วยผู้ที่ยังรับราชการอยู่ โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่า ผลตอบแทนจากภาคราชการอาจเป็นเงินเพียงน้อยนิด ความรู้ ความสามารถ ที่แต่ละคนพากเพียรอุตสาหะร่ำเรียนมานั้น หากเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนที่จะได้รับจากภาคเอกชน ย่อมแตกต่างกันอย่างชัดเจน ข้าราชการนอกประจำการทุกท่านควรภาคภูมิใจ เพราะความเสียสละและเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ย่อมนำความรู้ ความสามารถของตนมาใช้เพื่อก่อประโยชน์ให้แก่สังคม แก่ประเทศชาติ ด้วยการรับราชการ นับได้ว่าท่าน คือ บุคคลที่สมควรได้รับการยกย่อง ทั้งขณะมีชีวิตอยู่ แม้กระทั่งลาจากโลกนี้ เกียรติประวัติ ความดีงามทั้งหลาย ย่อมได้รับการกล่าวถึงและเป็นความภาคภูมิใจของผู้อยู่เบื้องหลังตลอดไป...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บุษยมาศ



ความเห็น (0)