
ศาสตราจารย์ ดร.มูฮัมหมัด ยูนูส นักเศรษฐศาสตร์ ชาวบังคลาเทศที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ 2006 ผู้มุ่งมั่นอุทิศตนเพื่อมวลมนุษยชาติในการแก้ไขปัญหาความยากจน ท่านเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของการก่อตั้งสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (Asian Institute of Technology: AIT) เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2552 (Golden Jubilee 1959-2009) และเป็นประธานเปิดศูนย์ยูนูส หรือ Yunus Center ที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียโดยศูนย์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดความยากจนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ชีวิตและผลงานของศาสตราจารย์ Yunus และการดำเนินงานของ Grameen Bank มีผลกระทบต่อความเปลี่ยนแปลงด้านคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนยากจนจำนวนหลายล้านคนของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “Grameen Bank หรือธนาคารคนจน” ซึ่งเป็นต้นแบบการเงินชุมชนที่ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงกรณีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองของประเทศไทยด้วย
ศาสตราจารย์ยูนูส กล่าวว่า “คนจนไม่ได้ขอรับบริจาค หากแต่เขากำลังร้องขอโอกาส--Poor people are not asking for your charity; they are asking for opportunities” และประตูแห่งโอกาสเล็กๆ ก็ได้เปิดขึ้นในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อศาสตราจารย์ยูนูส ได้ทำพิธีเปิดศูนย์ยูนูส หรือ Yunus Center ที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2009 (Vpaa, 2009) ศูนย์นี้ถือเป็นศูนย์แห่งแรกภายนอกประเทศบังคลาเทศ (Bangkok Post, 2009)
ศูนย์ยูนูส มีเป้าหมายเพื่อลดความยากจนผ่านกลไกและวิธีการศึกษาที่หลากหลาย เช่น การลดความยากจนผ่านความมั่นคงทางอาหาร การศึกษาวิจัยในประเด็นต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนยากจน ศูนย์แห่งนี้จะนำเสนอตัวอย่างของธุรกิจเพื่อสังคม (Social Business Models) และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นเครื่องมือในการพัฒนาชนบทและพื้นที่ทางการเกษตร และเป็นศูนย์กลางสารสนเทศด้านการแก้ไขความยากจนด้วยธรรมาภิบาลของภูมิภาค (regional repository of global efforts on good governance) รวมถึงการดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนในรูปแบบและวิธีการใหม่ (Manage non-conventional poverty reduction projects)
ธุรกิจเพื่อสังคม (Social business)--ศาสตราจารย์ยูนูส ได้นิยามคำว่า “ธุรกิจเพื่อสังคม” หรือ “Social Business” ว่าเป็นการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนตน (Selfless) ไม่คำนึงถึงการขาดทุน (Non-loss) เป็นสำคัญ ไม่มีการจ่ายเงินปันผล (Non-dividend company) มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมซึ่งมีต้นเหตุมาจากความยากจน สิ่งแวดล้อมและความไม่มั่นคงทางอาหาร” ธุรกิจเพื่อสังคมจึงเป็นกระจกสะท้อนภาพของธุรกิจแบบดั้งเดิม (Conventional business) นักลงทุนในธุรกิจเพื่อสังคมจะต้องไม่มุ่งแสวงหาผลกำไรเพียงอย่างเดียว หรือกล่าวในอีกมุมหนึ่งก็คือมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น การช่วยเหลือโดยการบริจาคไม่ใช่วิธีการที่ยั่งยืน แต่ถ้าทำธุรกิจเพื่อสังคมก็จะช่วยให้เงินมีการหมุนเวียนไม่มีที่สิ้นสุด โดยศูนย์ยูนูสแห่งนี้จะเป็นศูนย์ในการรวบรวมประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของศาสตราจารย์ยูนูส จากทั่วโลกตลอดระยะเวลาอันยาวนาน เพื่อให้การสนับสนุนและคำแนะนำในการทำธุรกิจเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน และวิธีการสร้างผลกำไรสูงสุดแก่ชุมชน
การศึกษาเพื่อลดความยากจน (Education for poverty reduction)--ศาสตราจารย์ยูนูส กล่าวว่า “การศึกษาจะเป็นพื้นฐานของชีวิตอันแท้จริง ผู้เรียนจะต้องเข้าไปหาประชาชน สัมผัสวิถีชีวิตของเขา รับรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึก ขีดความสามารถของเขาเหล่านั้น สิ่งเหล่าเป็นหนทางเดียวที่จะช่วยให้สามารถเข้าใจคนยากจนและสามารถตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาความยากจนได้ดีที่สุด” ศูนย์ยูนูส จึงมีอีกหนึ่งวัตถุประสงค์ในการถ่ายทอดการศึกษาด้านการลดความยากจน (Poverty reduction methods) โดยละทิ้งโครงสร้างการศึกษาแบบดั้งเดิม หากแต่จะใช้โครงการหรือปัญหาเป็นฐานในการเรียนรู้ (Project-based or problem-based learning) ผู้เรียนจะเรียนรู้โดยตรงจากปัญหาและการแก้ปัญหาจริง ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ยูนูส ต้องการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอนจากแบบดั้งเดิมไปเป็นการเรียนรู้จากปัญหาและแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาจริง ผู้เรียนจะลงไปค้นหาปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นในชุมชนของพวกเขา การนำภูมิปัญญาชุมชนมาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการและให้บริการทางวิชาการโดยสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย
ศาสตราจารย์ยูนูส กล่าวว่า “การเรียนจะไม่อยู่ในห้องเรียนแบบเดิมๆ อีกต่อไป ผู้สอนจะไม่สอนนักศึกษาเพียงเพื่อให้ได้รับปริญญาโท หากแต่นักศึกษาจะกำหนดกรอบปัญหาที่ต้องศึกษาด้วยตนเอง แล้วทำการศึกษา เรียนรู้เพื่อวางแผนการแก้ไขปัญหานั้นๆ ซึ่งจะมีความแตกต่างกันออกไป แต่มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในชุมชน หมู่บ้าน หรือภูมิลำเนาของนักศึกษาคนนั้นให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนเหมือนกัน สิ่งนี้จะทำให้มั่นใจได้ว่านี้คือความสำเร็จของการศึกษาอย่างแท้จริง”
ในการศึกษาแบบดั้งเดิม นักศึกษาจะเรียนรู้เกี่ยวกับความยากจนผ่านตำราโดยไม่ได้ลงไปสัมผัสความยากจนจากคนจนอย่างแท้จริง แต่การศึกษาของศูนย์ยูนูสจะก้าวข้ามสิ่งเหล่านี้ไปสู่การเรียนรู้และแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาจากคนยากจนจริงๆ โดย ศาสตราจารย์ยูนูส ได้กล่าวไว้ว่า “…หลักสูตรนี้มีแนวคิดที่จะรับนักศึกษาเข้าศึกษาปีละประมาณ 20 คน โดยพวกเขาจะลงไปเรียนรู้ในชุมชนของตนเอง (Project-based learning in their communities) โครงการของนักศึกษาอาจจะไม่ได้จบลงที่การพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาได้มากมาย แต่ถ้าสามารถก่อเกิดความคิดเพื่อหาทางออกให้กับปัญหาหนึ่งๆ ได้ในแต่ละปี ก็ถือได้ว่าเพียงพอแล้ว เพราะเพียงหนึ่งความคิดอาจจะเปลี่ยนแปลงโลกได้…ผู้ที่สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรนี้ อาจจะไม่ได้ทำให้คุณภาพชีวิตของทุกคนดีขึ้น แต่ที่สำคัญในทุกๆ ปีการศึกษา นักศึกษาทั้ง 20 คน จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเขาอย่างแน่นอน ประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นจากการเรียนรู้ภาคสนามและการทำงานร่วมกับศูนย์ยูนูสจะฝั่งแน่นอยู่ในตัวเขาเหล่านั้นและต่อเนื่องไปในอนาคตเมื่อเขาออกไปทำงาน นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดของการศึกษา (That's most important. That's what education is all about!)…" ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับศูนย์ยูนูส ได้ที่ http://tinyurl.com/n6qkb5

ยอดมากครับ ขอชื่นชมทุกท่านที่มีส่วนร่วมในเรื่องนี้เลยครับ