เรื่องเล่าลดความรุนแรง

เห็นบ้านเมืองเป็นอย่างนี้ ทหารหญิงอย่างฉันก็สุดที่จะทนนิ่งเฉย (1)

           เพื่อนบ้านถามว่า บ้านเมืองวุ่นวาย ทหารมัวทำอะไรอยู่ ฉันก็ตอบไปว่า เท่าที่ทำอยู่ก็ทำงานตามปกติ เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบที่ทหารปฏิวัติก็ไม่ได้ เฉยอยู่ก็โดนว่า ฉันจึงทำในฐานะเท่าที่ทำได้ คือเล่าประสบการณ์ เท่าที่มีให้เพื่อนบ้านฟัง ซึ่งก็ได้ผลระดับหนึ่งที่เพื่อนบ้าน ไม่ต้องไปลำบากตากตรำสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมืองก็แค่นั้น แต่ก็อย่างที่บอกมันทำอะไรได้น้อย จึงอยากบอกออกไป เผื่อใครจะเอาไปเล่าต่อได้บ้างก็น่าจะดี

            เรื่องสนุก ๆ ก็มีอยู่ว่า ฉันชอบพาแม่ไปเยี่ยมเพื่อน ๆ ของแม่ในวันหยุด คนอายุเกือบแปดสิบไปไหนไม่ไหว ให้อะไรก็ไม่อยากได้ การที่ได้พบเพื่อนคุยกับเพื่อนที่เหลืออยู่ไม่มากนั้น เป็นความสุขที่ทำให้ได้ไม่ยาก แล้วเราก็ได้อะไรจาการฟังคนแก่คุยกันด้วย เรื่องการเมืองก็มีนะ เช่นวันนึง ฉันพาแม่ไปบ้านป้ายุ้ย ปรากฏว่าป้าอายุ 85 คุยไปคุยมาก็นอนคุยกันซะงั้น ฉันก็เลยปล่อยเขานอนคุยกันไป ใช้เวลาว่างไปเดินเล่นรอบ ๆ บ้าน พบว่าที่บ้านน้าก้อย เพื่อนรุ่นน้องของแม่บ้านติดกันกับบ้านป้ายุ้ย มีถนนตัดใหม่ เข้าไปในไร่ของเขายาวสุดลูกหูลูกตา เป็นถนนคอนกรีตอย่างดี มีรางระบายน้ำพร้อมไฟส่องสว่างอย่างดี น้าก้อยมีลูก 5 คน ไม่ได้ขายที่ให้ใคร ทำไมทำถนนได้สวยงามอย่างนี้ ที่บ้านเราก็ลักษณะเดียวกับเขา อยากได้ถนนแบบนี้บ้างจัง ฉันก็เลยถามชาวบ้านแถบนั้นว่าทำยังไงจึงได้ถนน เขาก็ยิ้ม ๆ บอกให้เดินดูเอาเอง  ฉันเดินดูแล้วก็เห็นว่า สองข้างทาง มีห้องแถวห้องเล็กๆ ให้เช่ามากมาย แต่ที่น่าสังเกตคือ ทุกห้องมีเลขที่บ้านทั้งหมด ตอนเดินกลับมาก็ถามเขาอีกว่า ช่วยบอกเคล็ดลับหน่อยเถอะอยากได้มั่งจัง เขาก็หัวเราะบอกว่า ลูกน้าก้อยเป็นเทศมนตรี เราก็ถึงบางอ้อว่า อือฉลาดจัง เลขบ้านมากมายของห้องเช่าทำให้เอาชื่อใครมาลงก็ไม่ผิดสังเกต การเลือกตั้งจึงได้เปรียบจากคนมากนี่เอง แล้วพอเลือกตั้งเข้ามาได้ ก็เป็นความชอบธรรมตามหลักฐาน ที่มีเจ้าของที่หลายราย (ก็ลูก 5 คนนั่นแหละ) แล้วมีคนอยู่อาศัยมากด้วย จึงเอาถนนมาลงในพื้นที่ได้อย่างไม่อายใคร (เอ หรือจะอายก็ไม่ทราบตอนนี้สร้างบ้านปิดทางเข้าไว้ ขับรถผ่านมองเห็นถนนไม่ชัดแล้ว)

            กลับถึงบ้านป้ายุ้ย ฉันจึงถามแม่ว่า ใครเป็นนายกเทศมนตรีตอนนี้ แม่บอกว่า อ้ายเปี๊ยกเพื่อนฉันไม่ได้รับเลือกตั้งแล้ว เนื่องจากกินไปมากแล้ว รอบนี้เลยเปลี่ยนเป็นทีมจ่าน้อย แม่ว่า มันก็ผลัดกันอยู่ 2 ทีมแค่นี้ ไม่รู้เป็นไงทำไมไม่มีคนอื่นมาให้เลือกมั่ง ต้องจำใจเลือกอยู่แค่ 2 ทีมนี่แหละ ฉันจึงชวนแม่ว่า งั้นเราไปเยี่ยมน้านงค์ ซึ่งเป็นน้าของอ้ายเปี๊ยกกันดีกว่า แม่ว่า แม่ก็อยากไปอยู่แล้ว เพราะจะไปคุยกันเรื่องชมรมผู้สูงอายุที่แม่กับเพื่อน ๆ ตั้งขึ้นมานานหลายปี แต่ปีนี้ ปลัดเทศบาลคนใหม่จะยึดกลุ่มของแม่โดยบอกว่าจะเอาเฉพาะคนที่อยู่ในเขตเทศบาล แล้วตั้งชื่อใหม่ แม่ว่าการเลือกตั้งกับข้าราชการแบบนี้นี่แหละ ที่ทำให้กลุ่มซึ่งสามัคคีกันเหนียวแน่นมานาน เริ่มรวนเร

            ผลการคุยกับน้านงค์ ได้ข้อมูลที่น่าสนใจมาก คือฉันถามน้านงค์ว่า ทำไมงวดนี้อ้ายเปี๊ยกมันแพ้ล่ะ น้าบอกว่า มันแพ้กันคืนหมาหอนนิดเดียวเองหนูเอ๊ย  ฉันก็แกล้งแซวไปว่า ก็น้าให้น้อยละซิ  แกว่าก็ไม่น้อยนะหนู ก็หัวละ 500 เท่ากันแล้วเราแจกก่อนด้วยเราก็เลยมั่นใจไปหน่อย ฉันถามว่าแล้วแพ้เขาตอนไหนล่ะน้า แกว่า ฝ่ายตรงข้ามมันซ้ำเช้ามืดอีก 300 น่ะ แม่ร้องว่า โฮ้โฮ คนละ 1300 ฉันไม่เห็นได้มั่งเลย น้าแกก็ว่า ก็แกออกไปอยู่นอกเขตเทศบาลแล้ว แล้วคนอย่างแกให้ไปก็ไม่มีประโยชน์ เดี๋ยวแกก็เลือกมั่งไม่เลือกมั่ง ฉันก็แอบยิ้มว่าเขารู้ใจกันดีจริงๆ คราวนี้ไม่ได้หลอกถาม แต่ถามด้วยความเป็นห่วงเนื่องจากเคยเห็นน้าแกขายที่ดินช่วยหลานช่วงเล่นการเมืองใหม่ ๆ ก็ถามไปว่า แล้วน้าเอาที่ไหนมาแจก มีที่ขายอีกหรือ แกก็ว่า ไม่มีแล้วละหนู ที่แจกได้ก็เพราะคนเขาช่วยเหลือกันมา ฉันก็ถามว่า จริงหรือใครช่วยหรือ น้าก็รู้ว่าฉันเป็นห่วงจึงบอกไล่รายชื่อให้ฟังว่า อ้ายช้างช่วยล้านนึง อ้ายเสือ 5 แสน อ้ายหมี 4 แสน อ้ายห่าน 6 แสน และอ้าย .... อีกหลายรายจำชื่อไม่หมด แต่จำได้ว่าก็เป็นนักการเมืองจากทุกค่ายนั่นแหละ และทุกคนมีบริษัทรับเหมาก่อสร้างหรือไม่ก็ทำธุรกิจค้าขายกันทั้งนั้น  ฉันถามต่อด้วยความเป็นห่วงว่า แล้วรอบนี้อ้ายเปี๊ยกมันสอบตก แล้วมันทำอะไรกินล่ะน้า เห็นเมียมันก็ขายของก็อกๆ แก็กๆ แลดูไม่น่าจะพอกิน น้าก็ว่า ก็ทำเหมือนเดิมแหละหนู หลังเซ้าซี้ถามอยู่ตั้งนานน้าก็ไม่ยอมบอก ฉันจึงต้องแซวไปว่า ที่ว่าทำเหมือเดิมน่ะ เกาะน้ากินหรือไง น้าแกจึงยอมบอกว่า ไม่ใช่ ที่ว่าทำเหมือนเดิมมานานแล้วไม่ว่าจะเลือกตั้งได้หรือไม่ได้ก็คือ เวลามีงานประมูลอะไร เราก็ไปประมูลเอามาให้เขา มันก็แค่นั้นเอง ฉันก็ถึงบางอ้อว่า ธุรกิจการเมือง มันเป็นเช่นนี้เอง ทุกวันนี้คนจึงรวยจนต่างกันมากมายเหลือเกิน อย่างถนนที่บ้านน้าก้อยก็คงเป็นคนในทีมที่ไปประมูลมาสร้างอีกด้วย แล้วเงินทองมันจะไปไหนเสีย คนรายเล็กรายน้อยที่เข้าไม่ถึงวงการนี้ จึงต้องยากจนต่อไป และ คนที่เข้าถึงก็ต้องรีบตักตวงกันอย่างไม่อายใคร และยอมรับสภาพนี้ว่าเป็นวิถีชีวิตปกติ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ได้ประโยชน์ยอมรับและยกให้เป็นวัฒนธรรมการเมืองไทยไปเลยนั่น

            เมื่อกลับมาที่ทำงานฉันเล่าเรื่องนี้ให้แม่ค้าข้าวแกงฟัง เธอว่า แหมดีจังจะเอาวิธีการทำถนนไปทำที่บ้านเธอมั่ง เพราะน้องสาวเธอก็เป็นหัวคะแนนที่คอยจัดสรรเงินแจกลูกบ้านเวลาเลือกตั้งอยู่เหมือนกัน แถมคุยอีกว่า เป็นหัวคะแนนที่กำหนดได้เลยว่าจะให้ทีมไหนชนะเลือกตั้งก็ได้ ก็เป็นคนกำเงินไว้เองจากทั้งสองฝ่ายเลยนี่ ฉันก็เลยเตือนไปว่า ที่ถูกยิงตายก็พวกหัวคะแนนนกสองหัวนี่แหละ เธอก็สอนฉันกลับมาว่า คนที่คิดไปเปิดโปงเรื่องของเขา หรือบางคนอาจหาญเข้าไปเล่นการเมือง ด้วยคิดว่าจะไปถ่ายน้ำบ้างก็โดนยิงตายเหมือนกัน ฉันก็เลยได้ข้อสรุปว่า รู้แล้วว่าทำไมมันจึงมีกันอยู่แค่ไม่กี่ทีมให้เลือก (ระดับท้องถิ่นส่วนใหญ่แค่ 2 ทีมแค่นั้น) เพราะไม่ว่าจะยุบสภากี่ครั้ง จะเลือกตั้งกันกี่หน จะแก้ หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญ รวมทั้งปฏิวัติกันก็ตั้งหลายครั้งแล้ว วงจรธุรกิจการเมืองมันก็ยังคงเป็นของนักธุรกิจการเมืองกลุ่มนายทุนผู้ทำการค้า การก่อสร้างอยู่ดี

            ทางออกสำหรับบ้านเมืองอย่างนี้ การแก้ปัญหาระยะสั้นอย่างที่ว่า (ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ แก้ไขรัฐธรรมนูญ) ฉันจึงมองว่ามันก็คงไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร เพราะการปฏิวัติหรือรัฐประหาร
มันเป็นการใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแค่นั้น ทำอย่างไร เราจะปฏิรูประบบความคิดของคนไทย เรื่อง ทีใครทีมัน ผลัดกันกินในหมู่พวกกูของกูออกไป ให้คนไทยมีสำนึกสาธารณะมากขึ้นกว่านี้ ที่แล้วมาเราปล่อยให้ คนไม่ดีมีอำนาจมากจนแก้ไขลำบากแล้ว ตอนนี้ฉันได้แต่คิดว่า รู้อะไรอย่าปล่อยเงียบไว้ บอกออกไปบ้าง ไม่ใช่ให้ฝ่ายอื่นเขาพูด แล้วเราเอาแต่นิ่ง การหันหน้ามาพูดคุยกันมันน่าจะทำให้เมืองไทยมีทางออกจากระบบการเมืองอุบาทว์นี้ได้  ที่สำคัญ เราต้องเชื่อว่า
คนเล็ก ๆ อย่างเราแต่ละคน มีพลังในตัวของเรา ถ้าแต่ละคนกล้าทำ มันจะรวมกันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้เอง ไม่ใช่รอตัวแทน ไม่ต้องรอระบบใหญ่ หรือรอกฎหมายใดๆ มาช่วย ฉันคิดอย่างผู้หญิงว่า การเริ่มทำแม้สิ่งเล็ก ๆ มันก็มีผล อย่าดูถูกว่าผลมันเล็กน้อย ทะเลทรายมันก็ประกอบไปด้วยทรายเม็ดเล็ก ๆ ไม่ใช่หรือ อย่าลืมว่าหนูก็อาจช่วยราชสีห์ได้ และนี่จึงเป็นที่มากของการเล่าเรื่องนี้ออกมา

อ่านแล้วคิดเห็นเป็นอย่างไรบอกมั่งนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

อ้อ ลืมบอกชื่อคนสมมุตทั้งนั้น แต่เนื้อหาของจริงนะคะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน  ชุมชนโรงเรียนนายทหารชั้นผู้บังคับฝูง และวิทยาลัยการทัพอากาศ



ความเห็น (0)