การชุมนุม - การสลายการชุมนุม

หลังจากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงกับรัฐบาล

ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนหลายราย

มีการเรียกร้องให้สองฝ่าย ถอยกันคนละก้าว มาเจรจากันเพื่อคืนความสงบให้ประเทศไทย ซึ่งถ้าต่างฝ่ายต่างถอยคงมีคนออกมาแสดงความยินดีกระโดดโลดเต้นอีกครั้ง ว่าเมืองไทยกลับสู่ความสงบเสียที คงเป็นภาพที่แตกต่างบนความเหมือน กับคราวที่ผู้คนยินดีที่ทหารเข้ายึดอำนาจเพื่อคลี่คลายเหตุการณ์บ้านเมืองเมื่อปี 49

ผมได้แต่หวังว่าเราจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้โดยมีแนวทางที่ถูกต้องเป็นบรรทัดฐานที่ดี เพื่ออนาคตของบ้านเมืองจะไม่ตกอยู่ภายใต้กฎหมู่ ของคนกลุ่มใดๆ  รวมถึงเป็นการทำให้สังคมได้เรียนรู้ที่จะเคารพกติการเพื่อให้เราอยู่รวมกันอยู่ได้แม้ ในยามที่บ้านเมืองมีปัญหา เพื่อเราจะไม่ต้องเรียกหากติกาพิเศษในอนาคตข้างหน้า

ถึงจะมีการสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บของผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่จำนวนมากในการชุมนุมครั้งนี้ แต่นั่นไม่ได้เปลี่ยนแปลงความเป็นจริงที่ว่า ข้อเรียกร้องของฝ่ายผู้ชุมนุม ไม่มีเหตุ-มีผลและไม่มีน้ำหนักมาตั้งแต่แรก

ถ้าเราจบปัญหานี้ด้วยวิธีที่ต่างคนต่างถอย เท่ากับว่าในอนาคต ไม่ว่าใคร กลุ่มใด มีเงิน มีวิธีการ มีการจูงใจที่ดี ก็สามารถปลุกระดมคนเข้ามาประท้วง จากนั้นเข้าปิดถนนในกรุงเทพฯ หากรัฐบาลเข้าสลายการชุมนุม และกลุ่มผู้ชุมนุมใช้สิทธิตามประชาธิปไตย ยิงอาวุธตอบโต้เจ้าหน้าที่จน เกิดการปะทะบาดเจ็บล้มตาย พวกเขาก็จะได้ในสิ่งที่ต้องการ เหตุผลของพวกเขาจะได้รับการรับฟังและถูกต้องเช่นนั้นหรือ และรัฐบาลในยุคนั้นๆ ต้องยินยอมเจรจากับผู้ชุมนุมและยอมตามเงื่อนไขของกลุ่มผู้ชุมนุม เช่นนั้นหรือ

เช้านี้ผมขึ้นรถประจำทางสถานีวิทยุที่คนขับรถเปิดฟังมีเสียงโฆษกกำลังเล่าข่าวเรื่องมีทหารบาดเจ็บจากอาวุธของผู้ชุมนุม “กระเป๋า”รถเดิน ฉับๆๆ ไปเปลี่ยนคลื่นฟังเพลงในทันใด สักพัก คนขับก็หมุนคลื่นไปฟังเสียงปราศรัยของแกนนำเสื้อแดง ซึ่งเรียก นายกฯ ว่า ไอ้ ทุกคำ พวกเขาฟังกันด้วยสีหน้าพึงใจในถ้อยคำปราศัยจนผมถึงจุดหมาย

ผมเลยอยากถามว่า เชื่อกันจริงๆ หรือว่า ในขณะที่มวลชนของผู้ชุมนุม รับฟังแต่ข่าวสารของตัวเอง และเชื่อเฉพาะสิ่งที่แกนนำของตัวเองพูด ถ้ารัฐบาลยุบสภา หรือยินยอมตามข้อเรียกร้องอื่นๆ ของผู้ชุมนุม ในอนาคตเหตุการณ์บ้านเมืองจะกลับมาเป็นปกติสุข ชาวไทยจะกลับมารักใคร่สมัครสมานสามัคคีกัน

ถ้าปีหน้า แกนนำพวกเขาบอกว่า ไม่ได้แล้วเหวย พวกเรา มี ฯลฯ เกิดขึ้น พวกเราไม่ได้รับความเป็นธรรมพวกเราต้องจัด ชุมนุมใหญ่โดยปราศจากอาวุธและไปปิดถนนในกทม อีกครั้ง พวกคุณจะทำอย่างไร

ร้องขอความเห็นใจจากแกนนำผู้ชุมนุม ขอให้คืนความสงบให้ประเทศไทย?

สำหรับผมแล้ว

สิ่งที่ต้องทำคือการบังคับใช้กฎหมายให้ได้

และหลังจากนั้นก็น่าจะมีการคุยกันเรื่อง การชุมนุมและกฎหมายการสลายชุมนุมให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียทีดีไหม

ผมเห็นด้วยที่ประชาชนไม่ว่าฝ่ายใดจะออกมาชุมนุมทางการเมือง เพราะเป็นการแสดงออกของภาคประชาชนที่มีคุณค่ามากในการตรวจสอบนักการเมือง แต่ต้องเคารพสิทธิคนอื่นและต้องรับผิดชอบในความเชื่อของตัวเองด้วย

ผมมั่นใจว่าทหารสามารถสลายการชุมนุมเพื่อเป็นมาตรฐานของประเทศต่อไปได้ แม้ว่าในกลุ่มผู้ชุมนุมจะมีบางคนมีอาวุธก็ตาม

แต่อาจจะต้องเริ่มด้วยมาตรการหนักสุดในการสลายการชุมนุม

และที่สำคัญ ต้องมีหัวขบวนที่เสียสละมาควบคุมรับผิดชอบงานนี้ ซึ่งคนที่รับผิดชอบอาจจะหมดอนาคตและเสียชื่อเสียงไปตลอดหากเกิดการผิดพลาด

ซึ่งตรงนี้เองที่ผมรู้สึกว่า ท่านนายกฯ  หรือนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลคงไม่มีใครกล้ากล้าลงมารับผิดชอบตรงนี้ เพราะนักการเมืองก็คือนักการเมือง

คงไม่มีใครอยากเอาอาชีพนักการเมืองมาเสี่ยง ด้วยเรื่องการสร้างบรรทัดฐานการควบคุมและการสลายการชุมนุมประท้วงให้ประเทศไทย ซึ่งก็คงเป็นเพียงความต้องการของคนเพียงส่วนน้อย เมื่อเทียบกับคนที่ต้องการให้มันจบไปแบบสงบๆ ดังนั้นให้มันจบๆ สงบไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนปัญหาข้างหน้าก็เป็นเรื่องของวันข้างหน้าคงจะดีกว่า เพราะชีวิตนักการเมืองนั้นมันเนิ่นนานยาวไกล ประเทศไทยเราคงยังไม่สลายไปง่ายๆ หรอก ผลัดๆ กันมีอำนาจ ดีกว่าหมดอนาคตไปในทีเดียวหากเกิดพลาดพลั้งในการสลายการชุมนุม

สุดท้าย

…ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียทุกท่าน ก็ได้แต่หวังว่าพวกเราจะได้เรียนรู้จากการสูญเสียของพวกท่าน หวังว่าสุดท้ายคนไทยที่รักสงบคงจะไม่รีบกวาดซากศพของพวกท่านทิ้งไปจากสายตาแล้วก็ลืมเหตุการณ์ที่ผ่านมา ไม่สนใจที่มาที่ไป ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ และปล่อยให้ผู้ที่ใฝ่หาอำนาจใช้ชีวิตของประชาชนเป็นบันไดเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจอันตนพึงปราถนา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า