ยุทธการปราบ "เมียน้อย"

  ยุทธการปราบ "เมียน้อย"/ Life and Family

      ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบ  ถึงขั้นเกลียดเข้าไส้  คือคำว่า  "เมียน้อย"  ทำไมผู้หญิงทุกวันนี้จึงยอมถูกตราหน้าเรียกว่า  "เมียน้อย"  โดยไม่อาย  หรือเรียกว่า  "ไร้ยางอาย"   ดิฉันได้อ่านพบคอลัมภ์นี้   จึงคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อบรรดา  เมีย เมีย  ที่เป็นบ้านใหญ่  ที่คุณสามีเจ้าชู้  ไปมีบ้านเล็ก  หรือ เรียกว่า  เมียน้อย   นำไปใช้เผื่อจะได้ผล  นะค่ะ  และมีเรื่องราวที่จะแบ่งปันกันอีกมากมายในเรื่อง  เมียน้อย  ที่ถือว่าเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์  เสมือนตัวเชื้อโรคร้ายแรง  เข้าครอบครัวไหนแพร่เชื้อได้อย่างรวดเร็ว

             ลองนำไปปฏิบัติดูนะค่ะ

      หลังจากคอลัมภ์คุยกับนักสืบ  นำบทความเรื่อง “ว่าด้วยเรื่องเมียน้อย” นำเสนอไปแล้ว  บางท่านอาจจะทราบบทสรุปว่าสุดท้ายเรื่องดังกล่าวจะจบอย่างไร  ทีมงานทนายความและนักสืบ  รายการทนายคลายทุกข์  จึงนำบทสรุปที่เป็น ยุทธการ “ปราบเมียน้อย” จากเหตุการณ์มรสุมในครอบครัวของคุณพรรณพิมล (จากเรื่อง "ว่าด้วยเรื่องเมียน้อย") คาดว่าหลายคนคงเสียวสันหลังอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะครอบครัวที่มีสาวใช้วัยกระเตาะอยู่ที่บ้านหรือสามีที่มีเพื่อนสาวรายล้อมอยู่เว้นแต่ละวัน

             ดังนั้นเราลองมาดูวิธีป้องกันหรือสร้างภูมิคุ้มกันให้ครอบครัวกันดีกว่าว่า ก่อนที่แก้วจะร้าว ครอบครัวจะแตกเป็นเสี่ยงๆเพราะคนอื่นนั้น หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “ศรีภรรยา”นั้นควรทำอย่างไรกันบ้าง

             1. “สำรวจตัวเอง” เห็นได้ว่า จากเหตุการณ์ตัวอย่างของครอบครัวที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ช่องว่างของความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนอาจเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สามีปันใจ

             เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราสามารถทำได้นั่นก็คือ เราต้องเข้าใจบทบาทของตัวเองในการเป็นแม่ที่ดีของลูกและเป็นภรรยาที่ดีของสามี อย่ามัวแต่จ้องจับผิดจนไม่ทำการทำงาน เพราะการไม่ไว้วางใจกันนานๆเข้าจะกลายเป็นการไม่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน

            ภรรยาควรทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด งานบ้านไม่ให้ขาด งานดูแลหัวใจเติมความรักให้ครอบครัวก็ไม่ควรเว้นแม้แต่ชั่ววัน ซึ่งหน้าที่ของภรรยา(ที่ควรจะมี) นั่นคือ ดูแลเรื่องในบ้านให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าของสามี เสื้อผ้าของลูก อาหารการกิน รวมไปถึงสิ่งเล็กๆน้อยที่จะทำให้บ้านน่าอยู่ยิ่งขึ้น

        2. "สวยสดอยู่เสมอ" แม้ว่าคนที่เป็นภรรยาควรดูแลลูกและสามีก็ตาม แต่อย่าลืมดูแลตัวเองเป็นอันขาด หน้าตา รูปร่าง และบุคลิกของคุณผู้หญิงควรดูดีอยู่เสมอ ดั่งสำนวนที่ว่าไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง

             แม้จะไม่ต้องทำให้เป็นคนสวย เซ็กส์ เอ็กซ์ อึ๋ม แต่หากสามีกลับมาจากที่ทำงานเหนื่อยแล้วมาเจอคนที่บ้านในสภาพ หน้าตาบึ้งตึง หน้ามัน หัวฟู ฯลฯ สามีคนไหนก็หนีไปแน่นอน

             3. “ให้ความสำคัญ” การที่คนเก่งกับคนกล้าอยู่ด้วยกันนั้น หลายคนอาจเข้าใจว่าคู่นี้ดูสมบูรณ์แบบ แต่ทว่าในความเป็นจริง ผู้หญิงต้องอย่าลืมไปว่า ไม่มีผู้ชายคนไหนชอบผู้หญิงที่เก่งกว่าตน

             แม้ว่าสมัยนี้สิทธิสตรีจะมีบทบาทมากกว่าเมื่อก่อน แต่หากว่าด้วยเรื่องชีวิตคู่แล้ว คำว่า “สิทธิสตรี” อาจใช้ไม่ได้ในบางกรณี เมื่อผู้ชายส่วนใหญ่ยังคงอยากเป็นผู้นำครอบครัว เป็นช้างเท้าหน้าให้ภรรยาเดินตาม ดังนั้นการที่ผู้หญิงเก่ง กล้ามากความสามารถอาจทำให้ศักยภาพของคุณสามีถูกลดถอยลงไป

             ดังนั้นผู้หญิงคนไหนที่เก่งไปเสียทุกอย่าง ลองลดดีกรีความสามารถลงเพื่อต่ออายุความรักดูบ้างโดยการ ‘เอ่ยปาก’ ขอความช่วยเหลือเรื่องที่ผู้ชายต้องทำเช่น เปลี่ยนหลอดไฟ ก๊อกน้ำ ฯลฯ เพื่อให้เขาเขารับรู้ว่าเขามีความสำคัญกับครอบครัว และเป็นคนที่เราไว้วางใจที่สุด

             4. “รักเรา ไม่เก่าเลย” ยังจำได้ไหมว่าคุณบอกรักกันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กัน? แน่นอนว่า เมื่อเจอคำถามแบบนี้ บางคนอาจตอบว่า ‘วันแต่งงาน’ ซึ่งมันนานไปไหม?

             คุณผู้หญิงทั้งหลายอย่าลืมเด็ดขาดว่า แม้จะอยู่ด้วยกัน นอนเตียงเดียวกัน แต่ไม่เคยบอกรักกันนานมาแล้ว มันก็ทำให้ความรักมันดูจืดจางได้เช่นกัน

             ดังนั้นการที่ได้บอกรักกัน แม้จะเป็นเพียงคำพูด แต่เชื่อเถอะว่าฝ่ายชายที่กำลังจะไปมีเล็กมีน้อย ต้องฉุกคิด เรียกสติกลับคืนมาได้แน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น การกอดกัน สัมผัสกันก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญเพราะการกอดตอกย้ำความรัก ความผูกพันได้เป็นอย่างดี

        5. “เรื่องบนเตียง” ผู้ชายหลายคนที่ตัดสินใจเมียน้อยส่วนใหญ่ ยอมรับว่า สาเหตุหนึ่งมาจากการที่คนสองคนไม่มีเวลาให้กัน เมื่อห่างเหินมากขึ้นทุกวันๆ เรื่องบนเตียงก็ลดน้อยลง หรือแทบจะไม่มีอีกเลย

             ซึ่งเรื่องนี้ คนที่แต่งงานย่อมเข้าใจดีว่า การมีเพศสัมพันธ์กันนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ ดังนั้นการที่สามี-ภรรยาไม่ได้มีภารกิจความรักกันนานๆ มันก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกหากปัญหานี้จะเป็นสาเหตุให้สามีคุณไปนอนบ้านอื่น

             ฉะนั้นถ้าไม่อยากให้เขาไปนอนกับคนอื่นที่ไม่ใช่คุณ ภรรยาทั้งหลายควรจัดการเวลางาน และเวลาครอบครัวให้ลงตัว อย่ามัวแต่หมกมุ่นกับเรื่องงาน หรือเรื่องส่วนตัวจนหลงลืมคนที่บ้านเด็กขาด

             6. “เน้นวาทะ ลดปะทะ” ไม่ใช่แค่ผู้หญิงเท่านั้น แต่ทุกคนที่รักกันควรท่องให้ขึ้นใจเลยว่า ‘คนรักกัน จะไม่พูดจาทำร้ายกันเด็ดขาด’ เพราะการที่พูดจาประชดประชัน หยาบคาย หรือทำร้ายจิตใจกัน เปรียบเสมือนการสาดโคลนใส่กัน ทำลงไปก็เจ็บกันทั้งสองฝ่าย

             ทั้งนี้ เรื่องง่ายๆที่ทั้งผู้หญิงและผู้ชายอาจหลงลืมไปบ้างนั่นคือ เมื่อคนที่เรารักทำผิดพลาดไป หรือมีเรื่องให้ต้องกระทบจิตใจ คำว่า “ขอบคุณและขอโทษ” ยังคงใช้ได้สมอ และอีกสิ่งหนึ่งคืออย่าลืมที่จะให้ “อภัย” กันและกันด้วย

             อย่างไรก็ดี“กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี...” ศีลข้อสามที่ดูเหมือนจะรักษาง่ายสุด (โดยเฉพาะคนที่ยังไม่มีความรัก) กลับเป็นศีลที่พบว่า หลายคนทำผิดบ่อยครั้งพอๆกับการโกหกและฆ่าสัตว์ตัดชีวิต

             ดังนั้น...ก่อนที่สามีจะผิดศีล ก่อนที่คุณผู้หญิงจะทุกข์ใจ ก่อนที่ครอบครัวจะแตกแยก...วันนี้คุณบอกรักแล้วหรือยัง??

            เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับบทความเกี่ยวกับยุทธการปราบเมียน้อย  จากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์  ท่านผู้อ่านคงนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน  ถ้าท่านอาจแล้วยังไม่สามารถหาทางออกได้  ก็สามารถขอคำแนะนำจากทีมงานทนายความและนักสืบ  รายการทนายคลายทุกข์  ได้ที่ 02-9485700 นะคะ  

     ไม่จำเป็นที่เราจะต้องไปโวยวาย   หรือตบตีกับบ้านเล็กให้เสียสุขภาพจิต  เราก็สามารถปราบเมียน้อยได้ด้วยหลักจิตวิทยา  ทำให้คุณสามีกลับมาหาเราโดยไม่ต้องลดตัวเองไปทะเลาะกับคนที่เราเรียกว่า  "เมียน้อย"   ให้เสียเวลา 

 ขอขอบคุณบทความจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ