ในยามที่ดอกคูนบานสะพรั่ง และสายลมร้อนกระพือพัดร้อนแรงและจัดจ้าเช่นนี้ ผมไม่เคยมีความรู้สึกเป็นอื่นใดนอกจากการอยาก “กลับบ้าน”
ผมเชื่อว่า “ลูกบ้านนอก” เช่นเดียวกับผมอีกหลายคนตกอยู่ในห้วงชีวิตที่ไม่ต่างกันนัก ซึ่งนั่นก็หมายถึง ทั้งเขาและผม ต่างถูกแรงเหวี่ยงของชะตากรรมผลักรุนให้ไกลห่างออกมาจาก "บ้านเกิด" ขึ้นเรื่อยๆ โดยในชะตากรรมที่ว่านั้น ทุกคนต่างก็ถวิลถึงการกลับไปเยือนที่บ้านเกิดอยู่อย่างไม่รู้จบ แต่หากจะถามว่า “กลับไปอยู่อย่างถาวร” นั้น ก็ดูจะเป็นโจทย์แห่งความกลัวของเราทุกคนอย่างมหาศาลเลยทีเดียว

เล้าข้าวและคอกวัวที่กำลังถูกโยกย้ายในเร็ววันนี้
สงกรานต์ปีนี้
ผมกำลังรอเวลาที่จะหลับไปเยือนบ้านเกิดอีกครั้ง
หลังจากที่ห่างเหินไปสู่เส้นทางแห่งการงานมาอย่างยาวเหยียด
แต่ยังคงกลับไปแบบชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น
หาใช่การกลับไปอยู่อย่างถาวรเหมือนที่หัวใจของผมกำลังโหยหา...
ระยะปีนี้ผมพูดบ่อยครั้งเหลือเกินว่า
ผมเตรียมตัวที่ออกไปจากระบบราชการ ออกไปจากระบบ "คนในเงินเดือน"
เพื่อกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดอย่างเงียบสงบ
ซึ่งผมก็ไม่รู้หรอกว่า เมื่อเอาเข้าจริงๆ แล้ว
ผมจะค้นหาความ ”สงบและสมดุล” นั้นได้หรือเปล่า
เพราะการกลับไปเป็นชาวไร่ชาวนานั้น
ดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผมเลย
อีกทั้งผมก็หลอกตัวเองไม่ได้อยู่ดีว่า...การเป็น
“ลูกชาวนา” ก็ไม่ได้หมายความว่า
“ผมจะทำนา” ได้เสียที่ไหน
แต่ทั้งปวงนั้น ผมจำเป็นต้อง “กล้า”...กล้าที่จะ “เรียนรู้” และ
“ฝังตัว” กับวิถี หรือชะตากรรมนั้นด้วยตัวเอง
ผมพูดถึงเรื่องนี้บ่อยมาก ....
ผมบอกกับพ่อและแม่
หรือแม้แต่คนรอบกายว่าผมกำลังเตรียมตัวกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดอย่างถาวร
ผมใฝ่ฝันที่จะมีศูนย์เรียนรู้เพื่อเด็กๆ และเยาวชนเล็กๆ
ในหมู่บ้าน
ผมใฝ่ฝันที่จะสอนหนังสือในวันหยุดให้กับเด็กๆ ...ชวนให้เขาได้ทำกิจกรรมเพื่อบ้านเกิดของเขาเองอย่างต่อเนื่อง
รวมถึงการมีห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์เล็กๆ สำหรับหมู่บ้านด้วยเช่นกัน
ก็แน่นอน-ชีวิตและความฝันของคนเราจำเป็นต้องใช้ทุนทรัพย์ขับเคลื่อนอย่างมากเลยทีเดียว มันเป็นความจริงที่ผมไม่อาจหลอกตัวเองได้เลยว่า “ไม่จำเป็น” ...แต่มันก็คงไม่ยิ่งใหญ่ไปกว่าความกล้าที่จะกลับไปเริ่มต้นมิใช่หรือ...
สภาพความแร้นแค้นของท้องทุ่งคือโจทย์ใหญ่ที่ผมไม่มีความรู้ใดๆ พอที่จะรับมือกับมันได้ ความเป็น “ลูกบ้านนอก” ในเยาว์วัย คงไม่เพียงพอต่อการเผชิญกับทุกอย่างของวันนี้ แต่ถึงกระนั้น ผมก็แน่ชัดแล้วว่า ...ผมจะต้องกลับบ้านอย่างถาวรให้จงได้

บ้านหลังเล็กๆ
ที่พ่อกับแม่ลงทุนสร้างขึ้นมาเพื่อให้ความฝันของผมก่อรูปก่อร่าง
ล่าสุด...
เสียงแห่งความฝันของผมที่ก้องดังออกจากหัวใจอย่างต่อเนื่องนั้น
ถูกส่งต่อไปยังพ่อและแม่อย่างที่ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ท่านรับรู้เสมอมา
แต่ผมไม่เคยคิดว่าท่านจะเห็นดีเห็นงามกับวิถีเช่นนั้นเลยสักนิด
ล่าสุด...
ท่านควักเงินทุนก้อนเดียวที่มีอยู่ในชีวิตออกมาเป็นค่าใช้จ่ายในการปลูกบ้านหลังเล็กๆ
ที่ชายทุ่งโดยไม่ให้ผมรู้ตัวมาก่อน
เมื่อเป็นรูปเป็นร่างแล้วถึงสื่อสารกลับมายังผมอีกครั้ง...
เหตุการณ์ครั้งนี้ มันไม่เพียงเป็นสัญญาณที่ถามผมอีกครั้งว่า ผมเริ่มต้นที่จะกลับไปอยู่ที่บ้านเกิดอย่างถาวรแล้วหรือยัง แต่มันยังหมายถึงการพร่ำถามกับตัวเองว่า ถ้าเรื่องที่ว่านั้นเป็นความฝันอันสูงสุดของผม ไฉนเลยผมยังไม่ลงมือสักที ทำไมปล่อยให้ความฝันของตัวเองเป็นภาระของพ่อและแม่
แล้วความฝันของพ่อและแม่ล่ะ...มีสิ่งใดที่ท่านยังไม่ได้ทำ...แล้วสิ่งนั้น ผมจะช่วยอะไรท่านได้บ้าง
แต่ที่แน่ๆ...สงกรานต์ปีนี้ ผมจะกลับบ้านอย่างแน่นอน ถึงมันจะเป็นแค่การกลับอย่างชั่วคราวก็เถอะ...

เที่ยวสงกรานต์ให้สนุกนะคะ
เดินทางกลับบ้านด้วยความปลอดภัยค่ะ
รออ่านเรื่องต่อนะคะ
ดีใจด้วยครับที่ได้กลับบ้านแล้วน้องชาย พักผ่อนมากๆๆ ฝากระลึกถงคนใกล้ตัวและเด็กน้อยสองคนด้วย ป่านนี้คงโตมากแล้ว
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์
อ่านบันทึกท่านแล้วคิดถึงชีวิตสมัยเด็กๆมากค่ะ...
อาจารย์เป็นคนจังหวัดอะไรคะ....
ตอนแรกนึกว่าเป็นคน ก.ท.ม.(กลางทุ่งมหาสารคาม)55555
แซวเล่นค่ะ...ขอให้การกลับบ้านครั้งนี้...
ได้รับความสุขกลับมาขับเคลื่อนความฝันต่อนะคะ
ในวาระปีใหม่ไทย...ขออำนวยอวยพร
ให้อาจารย์และครอบครัวประสบแต่ความสุข
ความรุ่งเรือง..ความเจริญตลอดไปค่ะ
สวัสดีคะ อาจารย์
พอลล่าขอให้อาจารย์กลับบ้านด้วยความสวัสดิภาพค่ะ
พ่อ แม่ พี่น้องคงจะรอ สมาชิกคนนี้อย่างใจจดใจจ่อเลยนะคะ
พอลล่าอยากบอกอาจารย์ว่า อยากมีชีวิตที่สงบสุข ชีวิตที่พอเพียง อยากทำนามากๆ เลยค่ะ
แต่ พอมาทบทวนแล้วอาจจะคล้ายๆ กับที่อาจารย์ว่า เราจะสมดุลย์และพอเพียง ได้จริงหรือป่าว
หรือเป็นแค่ ความอยากมี อย่างเขา
คิดอย่างนี้ พอลล่าคงยังไม่พอเพียงเสียทีค่ะ ก่อนไป อยากชวนไปหนองคายค่ะ ...จิตอาสาโกทูโนว์กับคนไข้ไตวาย
ถ้าอาจารย์พอจะมีเวลา อิอิ
คิดถึงอาจารย์เสมอค่ะ
สวัสดี วันอาทิตย์ คิด แต่ เรื่องดี ครับ
สวัสดีครับ คุณชาดา ~natadee
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะครับ
ตอนนี้ยังกลับบ้านไม่ได้ เพราะพรุ่งนี้ยังมีงานต้องทำ...
แต่บ้าน, ยังเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์...
...
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ อ.ขจิต ฝอยทอง
ตอนนี้สองหนุ่มโตเป็นหนุ่มมากครับ ปิดเทอม ผมก็ยังยืนยันในหลักการคือส่งกลับไปเรียนพิเศษที่บ้านนอกกับปู่กับย่า...
วันๆ ..ก็ไปเลี้ยงวัวที่ทุ่ง..
เขาก็สนุกและมีความสุขในวิถี "ลูกชนบท" นั่นแหละครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณมาตายี
ผมเป็นคนกาฬสินธุ์ เมืองน้ำดำโดยกำเนิดครับ..
แต่หัวใจก็มาหลงรักมาหสารคามอย่างแทบไม่น่าเชื่อ
กระนั้นก็ชัดเจนครับว่าจะกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด...
....
สงกรานต์นี้, ขอให้เต็มไปด้วยความสุข นะครับ
สวัสดีครับ♥paula .`๏'- ที่ปรึกษาตัวน้อย.`๏'-
กระแสความพอเพียงน่าสนใจมากเลยทีเดียวครับ แต่ผมไม่ได้คิดอยากกลับบ้านเพราะเหตุผลนั้นอย่างเดียว เพียงแต่รู้สึกอิ่มหน่าย และคิดถึงบ้าน พร้อมๆ กับอยากทำอะไรที่บ้านเกิดบ้าง อย่างน้อยจะได้ทดแทนบุญคุณของพ่อกับแม่ไปในตัว...
สำคัญที่สุด ผมเชื่อว่าคนเรา "กลัว" ที่จะกลับไปใช้ชีวิตอย่างถาวรที่บ้านอยู่มาก เพราะไม่รู้ว่ากลับไปแล้วจะเลี้ยงตัวเองอย่างไร กลับแล้วจะล้มเหลว หรือเป็นภาระใดกับใครบ้าง...แต่สำหรับผมนั้น, คิดว่า นั่นคือฐานที่มั่นทางชีวิตของผมโดยแท้...
...
เรื่องจิตอาสาฯ ที่ชวนนั้น ยินดีเดินทางไปร่วมนะครับ
ขอบคุณที่บอกกล่าวเรื่องดีงามของโลกและชีวิต นะครับ
สวัสดีครับ อ.JJ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะครับ...
การกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด เป็นเรื่องดีๆ ที่ผมเชื่อว่าต้องทำให้ได้...
เช่นเดียวกับกลุ่มที่อยู่กรุงเทพฯ ก็น่าจะ "กลับบ้าน" เหมือนกัน...อย่างน้อยสงกรานต์ จะได้ไม่เป็นสงกรานต์เลือด...
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับอาจารย์
JJ บ้านเกิด อยู่ กทม แต่ ไม่กล้าเข้าไปครับ
สวัสดีครับ คุณไทบ้านผำ
สวัสดีค่ะ
โดนใจทั้งเรื่องเล่า และภาพ
ครูมีนาชอบบรรยากาศชนบท มีความเป็นอยู่เรียบง่าย สบายๆ
ฝันไว้เหมือนกันว่า จะสร้างศูนย์เรียนรู้ให้กับเยาวชนและผู้สนใจ สามีก็เห็นด้วยค่ะ
ฝันกำลังจะเป็นจริง พึ่งได้ที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่ทำงาน กำลังเริ่มลงต้นไม้เกือบทุกอย่างที่เห็น พอมีกำลังหามาได้ เน้นไปที่ความร่มรื่น โชคดีที่เจ้าของเดิมเขาปลูกไว้พอสมควรค่ะ
บ้านอาจารย์อยู่ที่กาฬสินธุ์ ใกล้ร่องคำไหมค่ะ โอกาสหน้าว่างๆจะชวนคุณสามีไปเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ ของอาจารย์ค่ะ ครูมีนาชอบทั้ง 3 ภาพข้างบน
ภาพนี้น่ารักมากๆค่ะ
สวัสดีปีใหม่ไทยนะคะ โชคดีมีความสุขตลอดไปค่ะ
สวัสดีครับ อ.mena
บ้านผม อยู่ชายขอบอำเภอเมือง -ติดกับอำเภอสหัสขันธ์ คนส่วนใหญ่รู้จักกันในนามแถวๆ บ้านพักเรือนแพ ครับ
หวังว่า คงได้พบเจอกันสักวัน นะครับ