การสร้างคุณค่าของห้องสมุด

Saracevic  and Kantor  (1997)  ได้ทำการศึกษาคุณค่าของการให้บริการห้องสมุดและสารสนเทศ  โดยมีการศึกษา 2  ช่วง  ช่วงแรกเป็นการศึกษากรอบแนวคิดทฤษฎี  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาประเภทของคุณค่าในการให้บริการของห้องสมุดจากการประเมินของผู้ใช้ และเสนอวิธีการและเครื่องมือในการศึกษาการให้บริการของห้องสมุด  ในช่วงที่ 2  เป็นวิธีการรวบรวมข้อมูล  โดยมีวัตถุประสงค์ 4  ประการได้แก่  1.   เพื่อพัฒนาและทดสอบประเภท  (taxonomy)  ของคุณค่าในการให้บริการของห้องสมุดจากการประเมินผู้ใช้  2.  เพื่อกำหนดค่าร่วมกันกับการให้บริการเฉพาะอย่าง  (specific services)  3.  พัฒนาวิธีการสำหรับการรวมกันและความสัมพันธ์กันระหว่างราคากับคุณค่า   และ 4.  เพื่ออธิบายรายละเอียดของคำตอบจากการศึกษา

วิธีการศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูลมีขั้นตอนดังนี้

วิธีการ  (Approach)  เลือกห้องสมุดขนาดใหญ่ จำนวน  5  แห่ง   แต่ละแห่งเลือกศึกษา 2-3 บริการ   รวมแล้วได้ 18  บริการ  สัมภาษณ์ผู้ใช้ในแต่ละบริการ  ซึ่งบางคร้งเลือกที่จะสัมภาษณ์ ณ จุดให้บริการ  แต่บางครั้งก็เลือกสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์  แล้วนำมาวิเคราะห์ผล

Focus Group    จากการสัมภาษณ์ผู้ใช้  การศึกษาครั้งนี้ได้เลือกที่จะทำโฟกัส กรุ๊ปเพื่อ 1) ทดสอบแนวคิดและคำถามเบื้องต้น  โดยใช้แบบสอบถาม  และ 2)  เพื่อทราบความคิดเห็นทั่วๆ ไปเกี่ยวกับการรับรู้คุณค่าของห้องสมุดของผู้ใช้

แบบสอบถาม (Questionaire)  คำถามใช้ทฤษฎี R-I-R  Model  โดยแบบสอบถามนี้ให้ผู้ตอบตอบได้ใน 2  ลักษณะ  คือแบบ  likert scale  และแบบ open ended  คำถามตาม R-I-R Model  ประกอบด้วย

R  =  Reason  เป็นการถามผู้ใช้ถึงเหตุผลในการเข้ามาใช้บริการห้องสมุดในขณะนั้น  ความคาดหวังที่จะได้รับจากห้องสมุด  ผู้ใช้ต้องการอะไรบ้างจากการได้รับบริการของห้องสมุด

I  =  Interaction   เป็นการถามถึงคุณภาพที่ผู้ใช้ได้รับจากการบริการของห้องสมุดว่ามีมากน้อยเพียงใด  มีปัญหาอะไรในการเข้าใช้  ได้รับความสะดวกมากน้อยแค่ไหน  และหลากหลายแง่มุมในการให้บริการของห้องสมุด

R  =  Results  เป็นการถามว่าผู้ใช้ได้รับอะไรบ้างจากการเข้าใช้บริการของห้องสมุด  ได้รับบริการตามที่คาดหวังไว้ในระดับใด  และห้องสมุดมีประโยชน์ต่อผู้ใช้อย่างไร

การสัมภาษณ์  (Interviews)  ใช้การสัมภาษณ์ทั้งแบบตัวต่อตัว  และสัมภาษณ์ทางโทรศัทพ์  การเลือกสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการก็เพื่อให้ได้รับคำตอบที่แน่ชัดเพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ผล  เพื่อให้ได้รับรู้การประเมินคุณค่าจากผู้ใช้บริการที่แท้จริง  การศึกษาครั้งนี้จึงเลือกการสัมภาษณ์ 2  แบบ  คือ 1)  เลือกสัมภาษณ์ผู้ใช้บริการทันทีที่ใช้บริการเสร็จสิ้นลง  และ 2)  รอสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์หลังจากท่ผู้ใช้ใช้บริการผ่านไปแล้ว 2 สัปดาห์

กลุ่มผู้ใช้  (Users)  ผู้ที่ถูกเลือกให้สัมภาษณ์ก็คือนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา  (graduate student)  และผู้เชี่ยวชาญ (professional)  การสัมภาษณ์จะมีโควตาสำหรับแต่ละบริการ  ผู้ใช้ที่ถูกสัมภาษณ์มีจำนวน 534  คน โดยที่ 388  คน (ร้อยละ 73)  เป็นผู้ถูกสัมภาษณ์หลังจากใช้บริการโดยทันที  และผู้ถูกสัมภาษณ์จำนวน 146  คน  (ร้อยละ 27)  เป็นผู้ถูกสัมภาษณ์หลังจากใช้บริการผ่านไป 2 สัปดาห์   จากผู้ถูกสัมภาษณ์ทั้งหมด  มีข้อมูลที่สามารถนำมาวิเคราะห์ผลได้จำนวน 528  คน