บันทึกนี้เขียนขึ้นใน facebook ก่อน แล้วจึงคัดมาไว้ที่นี่ภายหลัง

เขียนเมื่อ 6 เมษายน 2553 เวลาประมาณ 17 น.

------------------------------------------------------------------------

วันนี้ฟังข่าวตามข่าวอยู่บ้าง ดูเช้าที กลางวันที บ่ายๆ อีกที พอมาถึงตอนนี้จู่ๆ ก็เห็นภาพไฟกำลังลามทุ่งอยู่ เห็นผู้คนพยายามดับไฟ แต่ไฟโหมแรงและเร็ว ควบคุมแทบไม่ได้ เพราะไฟทั้งร้อน ควันก็มาก นานไปๆ ก็กินพื้นที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ดูแล้วก็เป็นที่น่าเสียใจของผู้ที่ดูแลทุ่งนั้นเป็นยิ่งนัก เพราะจริงๆ แล้วที่ไฟลุกก็เพราะอวิชชาความ ไม่รู้ กิเลสตัณหา และการไร้การศึกษาของผู้ดูแลในอดีตเองนั่นแหละ


แต่ในสภาพที่เห็นไฟกำลังโหมคุม ไม่ได้อยู่นั้น ภาพอีกภาพหนึ่งก็ปรากฎขึ้น นั่นก็คือภาพไฟที่มอดไหม้ตัวเองจนหมดเชื้อ ยิ่งโหมแรงเท่าใด เชื้อยิ่งหมดเร็วเท่านั้น เหมือนคนที่แพ้ภัยตัวเอง ยิ่งออกแรงมาก ยิ่งหมดแรงเร็ว ยิ่งออกแรงมากแบบไม่มีัปัญญาเท่าใด ยิ่งนำตัวเองไปถึงความอับจนหนทางเร็วเท่าันั้น

ขอให้ผู้ดูแลท้องทุ่งนี้ ดูช่วงจังหวะเวลาให้ดีๆ รู้จักดับไฟโดยที่ตัวเองไม่โดน ไฟคลอกโดยไม่จำเป็น รู้ทางลม กันทางไฟ ยอมให้ไหม้ในส่วนที่กู้ไม่ได้แล้ว เหมือนกับที่นักผจญเพลิงในป่า เขาต้องเผาป่าบางส่วนเืพื่อกันไม่ให้เกิดไฟป่า เสียขาเพื่อรักษาชีวิต

เรื่องนี้อย่างไรคนดูแลอยู่อาศัย อยู่กินในทุ่งนี้ก็คงต้อง เสียหาย และคงจะเสียหายไประยะหนึ่ง แต่อย่าลืมว่าเมื่อไฟไหม้จบไปแล้ว สุดท้ายสิ่งที่มอดไหม้นั้นก็จะกลายเป็นปุ๋ยสร้างทุ่งรวงทองผืนใหม่ ไม่มีอะไรที่เริ่มแล้วไม่มีที่ สิ้นสุด ทุกอย่างเิกิดขึ้นแล้วก็ต้องดับ ไปเสมอ เพียงแต่มันจะตั้งอยู่นานเท่าไหร่ ไฟจะมีเชื้อโหมนานเท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับคนที่อยู่อาศัยในทุ่งรวงทองนี้แล้ว..