ย้อนเวลากลับไปสักประมาณ 2 ปีที่แล้วข้าพเจ้าได้มีโอกาสหยิบหนังสือของแม่ชีทศพรมาอ่านจากการเดินดูหนังสือในห้างสรรพสินค้า เรื่องราวในหนังสือเป็นเรื่องราวของผู้คนที่เข้ามากราบไหว้และต้องการที่พึ่งทางใจจากคำแนะนำของแม่ชีทศพร เรื่องทุกเรื่องของประชาชนชาวพุทธที่แม่ชีได้นำมาเขียน ต้องขออนุญาตจากประชาชนชาวพุทธก่อน  ท่านจึงนำมาเขียนและตีพิมพ์เป็นหนังสือ  หนังสือหลายเล่มของแม่ชีเป็นหนังสือที่ติดอันดับ  1 ใน 10 เสมอ จริงๆแล้วข้าพเจ้าเป็นคนที่ไม่ชอบอ่านสักเท่าไร  แต่เป็นคนที่ชอบดูและชอบฟังมากกว่า  แต่เมื่อได้อ่านเรื่องแรกแล้วทำให้อยากอ่านเรื่องต่อๆไป เพราะส่วนใหญ่เป็นเรื่องของผู้คนในสังคมที่ดำเนินชีวิตที่ต่างกัน ชีวิตที่ผู้คนเหล่านั้นดำเนินไปทั้งที่ดีและไม่ดี คนส่วนใหญ่ที่ได้มาหาแม่ชีพวกเขา  ยินดีที่จะให้แม่ชีได้ถ่ายทอดเรื่องราวของตนให้ผู้อื่นได้อ่าน ซึ่งหลายๆ เรื่องที่ข้าพเจ้าได้อ่านแล้ว ก็คิดเสมอว่า เรื่องบางเรื่องที่เราเคยทำไปโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตามก็ถือว่าเป็นบาป ยกตัวอย่างบางเรื่องเช่น  ผู้หญิงคนหนึ่งมีอาชีพขายอาหารทะเลแช่แข็ง เธอมีอาการเนื้อตัวพุพองปวดแสบ  ปวดร้อน  เมื่อได้เข้าไปหาแม่ชีทศพร  เธอได้เล่าเรื่องราวของเธอให้แม่ชีฟัง ท่านบอกว่าเป็นกรรมที่นำสัตว์ทะเลที่ยังไม่ตายไปแช่แข็ง แต่นั่นก็คืออาชีพของเธอ  แม่ชีท่านได้ให้แก้กรรมด้วยการทำบุญให้กับสัมมาอาชีพของเราก็จะดีขึ้น ซึ่งเธอก็รับปากที่จะไปทำตามที่แม่ชีบอก  บางคนมีลูกดื้อ บอกไม่เชื่อฟัง ก็เป็นผลจากที่ตนเองได้ทำกับพ่อแม่ไว้ เมื่อมีลูกลูกก็เป็นเหมือนที่ตนเคยเป็นในสมัยตอนเป็นเด็กเช่นกัน แม่ชีท่านบอกไว้ว่าสิ่งใดที่เราทำไว้ให้ไปขออโหสิกรรมต่อสิ่งนั่นเช่นฆ่าสัตว์ตัดชีวิตให้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร  ที่เราเคยได้ทำต่อชีวิตของเขา แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือถ้าเคยด่าพ่อแม่  หรือกระทำกรรมสิ่งใดต่อพ่อแม่ด้วยกายหรือใจก็ดี ให้ไปอโหสิกรรมต่อท่านโดยตรงตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ กรรมที่ทำกับพ่อแม่ไม่สามารถทำบุญตักบาตรแล้วหายต่อกันได้นะคะ เหมือนอย่างข้าพเจ้าที่จะขอเล่าบางช่วงของชีวิตที่ได้กระทำต่อพ่อแม่ไว้ คือ  ตอนสมัยเรียน ม.ปลาย ข้าพเจ้าจะเป็นคนที่โกรธแล้วจะไม่พูดกับคนๆ นั่นเลยแต่ลึกๆ ไม่มีอะไร เพียงแต่ไม่พูด ข้าพเจ้าเคยคิดว่าแม่ไม่รัก  รักแต่น้องชาย  เหมือนกับว่าข้าพเจ้าทำอะไรก็ผิดไปหมด ที่จดจำได้ไม่พูดกับแม่ประมาณเกือบปีได้โดยที่ต่างคนต่างอยู่ เวลาไปโรงเรียนก็มีแต่พ่อที่ท่านให้เงินและเข้าใจข้าพเจ้า  วันหนึ่งทางโรงเรียนให้ไปนั่งสมาธิที่วัดวะภูแก้ว  ข้าพเจ้าปฏิบัติไม่ได้เลย แต่ที่ปฏิบัติได้อย่างตั้งใจคือการสวดมนต์ทำวัตรเช้าและทำวัตรเย็น สวดเสียงดังมาก เมื่อท่านดร.ดาราวรรณ ท่านให้เขียนระลึกถึงคุณพ่อแม่  ข้าพเจ้าก็ระลึกและนึกถึงแต่แม่ของข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าไม่พูดกับท่าน สิ่งหนึ่งที่มหัศจรรย์ที่ภายหลังแม่ของข้าพเจ้ามาเล่าให้ฟัง คือ ท่านฝันเห็นข้าพเจ้าตอนที่อยู่วัดใส่ชุดสีขาวคลานมากราบท่าน  สิ่งที่ข้าพเจ้าได้ระลึกถึงท่านจิตของข้าพเจ้าก็ส่งมาที่ท่านได้โดยตรง  อย่าพึ่งเชื่อก็ได้นะคะ เพราะหลังจากนั้น ข้าพเจ้าก็มาขอโทษกับแม่ของข้าพเจ้ากับสิ่งที่ผ่านมา หลังจากนั้นข้าพเจ้าได้มาปฏิบัติราชการเป็นครู  ข้าพเจ้าก็มีโอกาสได้ไปวัดวะภูแก้วกับเด็กนักเรียนอีกหลายครั้งต่อมา แม่ของข้าพเจ้าจะโทรมาหาข้าพเจ้าที่วัดแล้วบอกว่าเมื่อคืนฝันเห็นข้าพเจ้าใส่ชุดสีขาวมานั่งในบ้านอย่างสงบนิ่ง แสดงว่าสิ่งที่ข้าพเจ้าได้ทำส่งผลจริงๆ ถ้าไม่ได้อ่านคงไม่มีวันนี้  ก็หมายถึงหนังสือของแม่ชีทศพรนั่นเอง  เพราะหลังจากนั่นมาข้าพเจ้าก็ปฏิบัติตนกับพ่อแม่  ญาติพี่น้อง โดยเฉพาะกับป้า  ป้าของข้าพเจ้ามี 2 คนที่ไม่ได้แต่งงาน คือป้าเพะ  และป้าแฉะ  แต่น่าเสียดายป้าเพะท่านป่วยเป็นมะเร็งเสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2545 ก่อนตายข้าพเจ้าไปดูแลท่านทุกวัน ท่านได้ยินเสียงข้าพเจ้าแต่ไม่สามารถตอบสนองเราได้ ทุกวันที่ 1 มกราคมของทุกปี  ข้าพเจ้าจะซื้อสังฆทาน  และสิ่งของถวายวัดและอุทิศให้นางสาวประนอม  แซ้โคว้ ที่วัดใหม่ประตูชัย อำเภอพิมายตรงที่บรรจุกระดูกของป้าเพะเสมอ ส่วนป้าแฉะข้าพเจ้าจะส่งเงินไปให้ท่านใช้ทุกเดือนเพราะท่านไม่มีอาชีพไม่มีรายได้จากทางใด หรือบางครั้งถ้าข้าพเจ้าว่างก็จะพาท่านไปทานอาหารอร่อยๆ หรือไม่ก็ซื้อของที่ท่านอยากได้ให้ เพราะท่านเลี้ยงข้าพเจ้ามาตั้งแต่เกิด ทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าพเจ้าทำและปฏิบัติเสมอมา ด้วยการให้ความช่วยเหลือทั้งกำลังกายและกำลังทรัพย์เท่าที่ข้าพเจ้าจะทำได้ และเมื่อมีเวลาว่างก็จะหมั่นพาพ่อแม่ น้องและหลาน  ไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัดเสมอ แต่ที่ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติเองก็คือ  สวดมนต์ก่อนนอน  ทำบุญตักบาตรหน้าบ้านอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน ทุกวันที่ 5 ธันวาคม หรือวันที่ 12 สิงหาคม ข้าพเจ้าจะนำพวงมาลัยไปกราบพ่อและแม่ทุกปี และทุกวันคล้ายวันเกิดของข้าพเจ้านอกจากจะทำบุญตักบาตรแล้ว  ข้าพเจ้าจะพาพ่อแม่ไปท่านข้าวให้ท่านอิ่มก่อนเสมอก่อนที่เราจะไปเลี้ยงคนอื่น ทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าพเจ้าได้ทำให้กับทุกคน สิ่งที่ข้าพเจ้ารับรู้ได้คือ  ข้าพเจ้ามีความสุขใจที่ได้ทำ แม่ชีเคยบอกไว้ว่า ใครปฏิบัติดีกับพ่อแม่  ผู้มีพระคุณ ก็จะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง ข้าพเจ้าก็คิดเช่นนั้น คุณๆที่อ่านอยู่ละคะ  คิดอย่างข้าพเจ้าหรือไม่ ?