สืบเนื่องจากบันทึกเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2553 "งานขุดค้น ขุดแต่งวัดศรีสุคต อ.เมือง จ.พิษณุโลก (ตอนที่ 2) " http://gotoknow.org/blog/middle-man/347832 ที่แจ้งช่วงท้าย ๆ ของบันทึกว่า มีการตั้งที่พักคนงานและดำเนินการบางอย่าง บริเวณกำแพงเมืองพิษณุโลก วัดโพธิญาณ ตามภาพที่แสดงให้เห็นนั้น
วันนี้มีความคืบหน้าว่า กำลังเกิดอะไรขึ้นกับแหล่งประวัติศาสตร์ของพิษณุโลกแห่งนี้อีกครั้ง หลังจากการขุดค้น ขุดแต่ง ฯลฯ ซึ่งใช้งบประมาณไปจำนวนมากและมีสภาพการสิ้นสุดของโครงการที่ดูจะไม่สมบูรณ์ (หรือจงใจกระทำ เพื่อสานต่อโครงการที่ 2) ท่านที่พึ่งเข้ามาอ่านบันทึกอาจจะงง !! ว่ากำลังท้าวความหลังเกี่ยวกับเรื่องอะไร ลองดูข้อมูลเดิมที่นี่ซิครับ
บล๊อกอันเกี่ยวเนื่องกับ
กำแพงเมืองวัดโพธิญาณ
1.การขุดค้น ขุดแต่งกำแพงเมืองพิษณุโลก บริเวณวัดโพธิญาณ
http://gotoknow.org/blog/middle-man/308152
วันที่ 24 ตุลาคม 2552
2.วันเปลี่ยนฤดู (อีกครั้ง) ที่พิษณุโลก
http://gotoknow.org/blog/middle-man/313666
วันที่ 15 พฤศจิกายน 2552
3. เช้าวันที่ 1 มกราคม 2553
http://gotoknow.org/blog/middle-man/324441
แก้ไข 15 มกราคม 2553
4.งานขุดค้น ขุดแต่งของกรมศิลปากรในจังหวัดพิษณุโลก ????
http://gotoknow.org/blog/middle-man/340662
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553
ความเคลื่อนไหวล่าสุด วันนี้ (4 เมษายน 2553) มีป้ายโครงการใหม่ขึ้นอีกครั้งครับ ระบุว่าเป็นการบูรณะกำแพงเมืองพิษณุโลก บริเวณวัดโพธิญาณ ใช้งบประมาณค่อนข้างสูง รวมทั้งสิ้น 6,490,000 บาท (หกล้านสี่แสนเก้าหมื่นบาทถ้วน) ระยะเวลาดำเนินการ 240 วัน ตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม - 31 ตุลาคม 2553 ผู้ว่าจ้าง สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย ผู้รับจ้าง หจก.สามเพชร
ลองตามไปดูนะครับว่าสภาพก่อนจะบูรณะ หลังงานขุดค้น ขุดแต่ง ฯ เป็นอย่างไรกันบ้าง ภาพต่อไปนี้เป็นภาพกำแพงเมืองพิษณุโลก ทิศเหนือ ด้านนอก
และภาพต่อไปนี้เป็นภาพกำแพงเมืองพิษณุโลก ทิศเหนือ ด้านใน
และภาพสุดท้าย เป็นภาพกำแพงเมืองพิษณุโลก ทิศใต้ ด้านนอก ครับ
และนี่คือภาพการบูรณะกำแพงเมืองพิษณุโลก จากด้านนอก บางช่วงครับ หากคาดคะเนไม่ผิด ผู้รับจ้างจะดำเนินการโดยกำหนดแนวกำแพงเมืองที่สอดรับการข้อมูลทางวิชาการของสำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย หลังจากนั้นจะรื้ออิฐบางส่วนที่อยู่เกินแนวที่กำหนดออก ก่ออิฐตามแนวที่กำหนดใหม่ โดยใช้อิฐเดิม ๆ ที่รื้อออกมา หรือหากไม่พออาจจะใช้อิฐใหม่เสริม ก่อเป็นแนวให้เกิดลักษณะกำแพงเมือง ท้ายที่สุดน่าจะมีรูปร่างของงานออกมาคล้าย ๆ กำแพงเมืองที่ประตูท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ครับ แต่มีลักษณะเฉพาะของโครงสร้างกำแพงเมืองพิษณุโลกตามหลักฐานในประวัติศาสตร์
นี่คืออุปกรณ์สำหรับการบูรณะกำแพงเมืองพิษณุโลก บริเวณวัดโพธิญาณ ครับ
http://gotoknow.org/file/kaninu/DSC02150Small.JPG
ภาพนี้ เห็นความแตกต่างของกำแพงเป็น 3 ระดับ
ไม่ทราบว่าเป็นกำแพงเดิมทั้ง 3 ระดับตามที่มีการค้นพบ ประวัิติศาสตร์หน้าใหม่เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า ได้มีการสร้างพระราชวังและกำแพงทับฐานพระราชวังเดิมของสมเด็จพระนเรศวรคือพระราชวังจันทน์ ถึง 3 ชั้น เป็นเหตุให้ค้นหาพระราชวังจันทน์ที่พระองค์ดำเคยประทับเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ไม่พบ
รบกวนอาจารย์าตอบด้วยน่ะค่ะ คนอยู่ไกลสนใจประวัติศาสตร์ และวางแผนจะตามรอยสมเด็จพระนเรศวรไปยังเมืองพิษณุโลก
ภาพที่คุณนิภารัตน์กล่าวถึง เป็นภาพของกำแพงเมืองพิษณุโลก บริเวณวัดโพธิญาณครับ ไม่เกี่ยวข้องกับข้อค้นพบเกี่ยวกับพระราชวังจันทน์ที่มี 3 ชั้น ที่ผมนำข้อมูลจากแผ่นพับของสำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย ในบทความ "ประวัติพระราชวังจันทน์...พิษณุโลก ตอนที่ 2" ที่ http://gotoknow.org/blog/middle-man/341340
จากข้อมูลนั้น จะมีภาพถ่ายทางอากาศที่แสดงแนวกำแพงเมืองพิษณุโลก ซึ่งกำแพงเมือง ณ วัดโพธิญาณ จะอยู่ตามแนวมุมบนขวา แต่แนวพระราชวังจันทน์ที่ซ้อนทับกัน 3 ชั้น จะเป็นไปตามแนวของภาพเส้นร่างด้านขวา ครับ
หากสนใจจะตามรอยสมเด็จพระนเรศวรทุกรายละเอียด ทุกข้อมูล อยากให้ประสานกับผู้รับผิดชอบของสำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย ครับ (หารายละเอียดหน่วยงานได้จากเวบไซด์นี้ครับ http://www.google.co.th/ )
ผมเป็นคนชอบเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ มากเลยครับ เลย อยากทราบ ว่า กำ แพงเมืองพิษณุโลกนั้น มีความยาว ประมาณเท่าไหร่คับ จากจุดตรงไหนถึงตรงไหนคับ และ ขอให้ ช่วย เอารูปมาลงให้ดูด้วยนะคับและก็อยากดูรูปเมืองเก่าในพิษณุโลกที่ถูกสร้างขึ้นในยุคประวัติศาสตร์มากเลยคับว่าถูกสร้างเมื่อไหร่อยู่ส่วนไหนของพิษณุโลกครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ
ผมเข้ามาโดยบังเอิญ ผมอยู่พิษณุโลกครับ ...ช่วยติดต่อผมหน่อยถ้าช่วยเรื่องนี้ได้
คือ เรื่องด่วนที่สุดตอนนี้คือ กำแพงเมืองพิษณุโลกด้านวัดโพธิญานที่กำลังบูรณะโดยบริษัทสามเพชร
กำลังทำลายหลักฐานของชาติ เนื่องจากผู้รับเหมากำลังบูรณะโดยขาดความรู้ความเข้าใจ
หลักการบูรณะคือ
1.อิฐที่ดีซึ่งเป็นของเดิมไม่จำเป็นต้องรื้อออก
2.อิฐใหม่ที่ก่อเสริมจะเสริมในจุดที่อิฐเก่าได้รับความเสียหาย เท่านั้น
3.ปูนที่ใช้ต้องเป็นปูนหมัก ( ปูนตำแบบโบราณ ) เพราะไม่มีกรดเกลือ ห้ามใช้ซีเมต หรือซีเมนต์ขาวในการบูรณะ
แต่ในปัจจุบันผู้รับเหมาได้กระเทาะอิฐดีๆซึ่งเป็นของเดิมด้านนอกออก แล้วก่ออิฐใหม่ปิดทับ
งานที่ออกมาจึงคล้ายกำแพงสร้างใหม่ แต่ก็เหมือนสิ่งก่อสร้างอะไรสักอย่างที่สร้างไม่เสร็จ
ถ้าทำอย่างงี้ต่อไปสู้สร้างกำแพงใหม่ฉาบปูนสวยๆไปเลย ไม่ต้องบูรณะ
ผมนึกว่าบ้านเราไม่มีกลุ่มคนรักวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เข็มแข็งคล้ายเมืองใหญ่ๆแล้วเสียอีก
หลวงพ่อวัดใหญ่คงดลให้ผมมาเจอพวกท่านครับ
เราทำบัตรสนเท่ ไปที่กรมศิลปากรกันเถอะครับ ผมคนธรรมดาไม่มีไร ท่านมียศสักอาจช่วยได้ แต่ผมขอร่วมลงชื่อคนแรกครับ
ผมมีข้อมูลผู้รับเหมาในทางไม่ดี ติดต่อผมครับ 084-2286637