แผนแม่บทกับงานไอที
การนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยในการดำเนินการจัดการในหน่วยงานกลายเป็นสิ่ง จำเป็นสำหรับการพัฒนาทั้งด้านคุณภาพและปริมาณเพื่อการสนองต่อเป้าหมายของหน่วยงานนั้น ๆ ดังนั้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในหน่วยงานขนาดเล็กจนถึงองค์กรระดับประเทศจึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกการที่หน่วยงานต่าง ๆ จะมีระบบสารสนเทศไม่ใช่เรื่องยาก (หากมีงบประมาณ) แต่การบริหารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากเทคโนโลยีสารสนเทศมีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงรวดเร็วตามกระแสของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร ดังนั้นการวางแผนการดำเนินงานด้านระบบสารสนเทศจึงต้องคำนึงถึงเรื่องราวต่าง ๆจำนวน มากและจำเป็นต้องมีแผนการหรือนโยบายดำเนินการต่าง ๆ จำนวนมาก ในบทความนี้เป็นเพียงการแนะนำให้รู้จักกับแผนแม่บทสำหรับเทคโนโลยี สารสนเทศอย่างง่าย ๆ เท่านั้น
คำว่า "แผนแม่บท "มีความหมายในตัวคือ เป็นแผนการหรือนโยบายหลักที่ใช้เป็นต้นแบบซึ่งแผนการย่อยต่าง ๆ ที่มี อยู่จะต้องมีความสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับแผนแม่บทดังจะเห็นแผนแม่บทในเรื่องต่าง ๆ มากมาย
ในปัจจุบันได้มีการกำหนดแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศในหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อที่จะได้เป็นกรอบและนโยบายในการดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศ เช่น จัดหาและนำเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ อุปกรณ์รอบข้าง และระบบเครือข่ายโทรคมนาคมมาใช้ให้เหมาะสมและลดความซ้ำซ้อน
ทำไมต้องมีแผนแม่บท
การจัดทำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศ ช่วยให้มีภาพรวมของระบบสารสนเทศที่สนับสนุนและสอดคล้องกับแผนกและการดำเนินงานตามภารกิจหลักของหน่วยงาน และเป็นกรอบหรือแนวทางในการดำเนินการ รวมถึงการพิจารณาต้นทุน การดำเนินการของหน่วยงานต่าง ๆ ด้วย เนื่องจากแผนแม่บทไอทีมีการวางแผนการใช้ทรัพยากรเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งด้านอุปกรณ์ งบประมาณและบุคลากร
แผนแม่บทไอทีจะช่วยให้มีการใช้สารสนเทศให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการต่าง ๆ ภายในหน่วยงานอย่างเหมาะสมและลดความซ้ำซ้อน ซึ่งเป็นส่วนก่อให้เกิดความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการขาดแผนการดำเนินงานที่ดี หน่วยงานที่ทำแผนแม่บทไอทีมักมีวัตถุประสงค์ใกล้เคียงกัน ดังนี้
- เพื่อแก้ไขปัญหา อุปสรรค์ ที่เกิดขึ้นในระบบที่ใช้งาน หรือปรับปรุงระบบงานเดิมที่ใช้งานอยู่ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
- เพื่อให้การออกแบบสำหรับระบบใหม่สอดคล้องกับความต้องการอย่างแท้จริง โดยให้สามารถนำระบบสารสนเทศไปช่วยในการปฏิบัติงานได้จริงในส่วนนี้จะต้องคำนึงถึงความเกี่ยวข้องในเรื่องของการกำหนดสถาปัตยกรรมในระบบต่าง ๆ เช่น
- การออกแบบสถาปัตยกรรมระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อระบุความต้องการทรัพยากรต่าง ๆ
- การออกแบบโครงสร้างระบบงานและสารสนเทศ
- การออกแบบโครงสร้างระบบงานเครือข่าย ทั้งภายในหรือเครือข่ายภายนอก
- การจัดลำดับความสำคัญของระบบงานย่อยต่าง ๆ
- การฝึกอบรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาบุคลากร
- การประเมินผลกระทบและความสำเร็จของระบบงานเชิงคุณภาพ
- เพื่อวิเคราะห์และประเมินค่าใช้จ่ายระบบงานประกอบด้วยการวางแผนสำหรับค่าใช้จ่ายในการจัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ ทั้งปรับเปลี่ยนระบบเดิมและสร้างระบบใหม่หากจำเป็น การเชื่อมโยงสื่อสารข้อมูล ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาอุปกรณ์ทางด้านคอมพิวเตอร์ การพัฒนาระบบงาน การผึกอบรม ค่าใช้จ่ายในการจ้างที่ปรึกษาควบคุมดูแล การดำเนินงานของโครงการ ค่าใช้จ่ายในการจัดเตรียมข้อมูล และวิเคราะห์ช่วงเวลาการทำงานว่าตรงตามกำหนดหรือไม่เพื่อที่สามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขได้
- เพื่อช่วยในการตัดสินใจว่าจะนำระบบสารสนเทศมาใช้กับหน่วยงานหรือไม่ หรือนำมาใช้ในรูปแบบใด และลำดับขั้นตอนในการดำเนินการจะเป็นอย่างไร
ขั้นตอนการสร้างแผนแม่บท หน่วยงานที่ต้องการสร้างแผนแม่บททางสารสนเทศสำหรับหน่วยงานตนเองสามารถทำโดยการว่าจ้างบุคคลหรือ บริษัทด้านไอทีเป็นผู้วางแผนแม่บทให้(IT Outsourcing)หรือดำเนินการด้วยบุคลากรภายในหน่วยงานซึ่งทั้งสองวิธีก็มีทั้งข้อดีและ ข้อเสียทีแตกต่างกัน สำหรับแนวทางหลักในการดำเนินการสร้างแผนแม่บทจะประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้
- การศึกษาระบบงานเดิมและความต้องการของหน่วยงานตลอดจนนโยบายของหน่วย โดยศึกษาจากระบบและบุคลากรในหน่วยงาน
- การวิเคราะห์ปัญหาต่าง ๆ ในระบบเดิมที่ใช้โดยการวิเคราะห์สภาพการจัดระบบงานสารสนเทศของหน่วยงานในเรื่องของความ พร้อมด้านอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ อุปกรณ์พ่วงต่อ และระบบเครือข่าย การสื่อสารโทรคมนาคม รวมถึงบุคลากร โดยพิจารณาทั้ง ปริมาณ คุณภาพ และข้อจำกัดต่าง ๆ โดยการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา
- ออกแบบและเลือกวิธีการดำเนินการระบบใหม่เพื่อแก้ปัญหาที่มีอยู่ในระบบเดิม
- แผนการดำเนินงานตามวิธีที่เลือกในเรื่องของการลงทุนและช่วงเวลาที่ใช้และทบทวนใหม่ (เนื่องจากแผนแม่บทไอทีจะมีความเกี่ยวเนื่องกับเรื่องต่าง ๆ มากมาย ทำให้ต้องมีช่วงเวลาในการปรับแผนบางส่วน) เพื่อให้การใช้ระบบสารสนเทศมีความเหมาะสมและตรงตามความต้องการมากที่สุด ตลอดจนสามารถรองรับงาน และมาตรฐานในอนาคตได้ เช่น การกำหนดช่วงเวลาในการเตรียมการจัดหา และกำหนดคุณสมบัติของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์พ่วงต่อ ซอฟต์แวร์ การจัดการข้อมูล และระบบเครือข่ายการสื่อสารโทรคมนาคม (เนื่องจากเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วทำให้ช่วงเวลาในการจัดการที่ต่างกันนั้นจะได้อุปกรณ์มีคุณสมบัติแตกต่าง กัน แต่ต้องใช้งานร่วมกันได้) และกำหนดช่วงเวลาที่จะพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงระบบซึ่งอาจใช้เครื่องมือย่างเช่น Milestones , Critical Path Method(CPM) หรือ Gantt Chart ช่วยในการดำเนินการได้
- แผนการพัฒนาบุคลากรเพื่อการใช้งานระบบให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตั้งแต่ให้ผู้บริหารระดับสูงเห็นความสำคัญ และบุคลากรระดับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องสามารถใช้งานไอที เช่น การจัดฝึกอบรม
- กำหนดกฎต่าง ๆ สำหรับระบบสารสนเทศ เพื่อให้มีความเสถียร และสามารถใช้งานได้อย่างปกติ เช่น กำหนดกฎเกี่ยวกับเรื่องระบบความปลอดภัยข้อมูลกฎเกี่ยวกับการใช้งานและอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ไม่ควรให้ผู้ใช้รู้สึกว่าถูกบีบหรืออึดอัดในการใช้งาน มิฉะนั้นแล้วระบบสารสนเทศจะไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้
- สรุปและพยากรณ์ผลการดำเนินการทั้งด้านการลงทุนและสิ่งที่จะได้รับหลังการดำเนินการ เพื่อให้ผู้บริหารตัดสินใจว่าคุ้มกับการลงทุนหรือไม่และจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป
สรุป
แผนแม่บทไอทีเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญในการดำเนินการทางด้านสารสนเทศของหน่วยงานต่าง ๆ และแผนแม่บทนี้จะบรรลุวัตถุประสงค์ก็ต่อเมื่อบุคลากรที่ใช้เห็นความสำคัญและสามารถใช้งานได้จริง รวมถึงผลลัพธ์ทั้งเชิงปริมาณ และคุณภาพที่ได้นั้นต้องเพิ่มขึ้นคุ้มค่ากับการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นงานบริการหรือการค้าก็ตาม
บทนำ
รัฐบาลมีนโยบายเร่งพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ในการเพิ่มประสิทธิภาพ และกระจายโอกาสทางการศึกษาให้ปวงชนชาวไทยทุกคน ทุกพื้นที่ได้เรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อตอบสนอง ต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน และเตรียมประเทศเข้าสู่เศรษฐกิจใหม่ และปรับกระบวนการ การบริหารราชการโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้ปวงชนชาวไทยได้รับบริการข้อมูลข่าวสารอย่างกว้างขวาง รวดเร็วและเท่าเทียมกันอย่างเป็นระบบและสอดคล้องกัน ซึ่งบริบทดังกล่าว มีผลกระทบต่อการจัดการในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษาของ สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียนที่สำคัญดังต่อไปนี้
- 1. กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ
รัฐบาลเห็นความสำคัญของ “เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา” โดยกำหนดไว้ใน พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 หมวดที่ 9 ดังนี้
ฯลฯ
มาตรา 64 รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิต และพัฒนาแบบเรียน ตำรา หนังสือทางวิชาการ สื่อสิ่งพิมพ์อื่น วัสดุอุปกรณ์ และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอื่น โดยเร่งรัดพัฒนาขีดความสามารถในการผลิต จัดให้มีเงินสนับสนุนการผลิตและมีการให้แรงจูงใจแก่ผู้ผลิต และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ทั้งนี้ โดยเปิดให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม
มาตรา 65 ให้มีการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิต และผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อ การศึกษา เพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการผลิต รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่ เหมาะสม มีคุณภาพ และประสิทธิภาพ
มาตรา 66 ผู้เรียนมีสิทธิได้รับการพัฒนาขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในโอกาสแรกที่ทำได้ เพื่อให้มีความรู้และทักษะเพียงพอที่จะใช้เทคโนโลยี เพื่อการศึกษาในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
มาตรา 67 รัฐต้องส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนา การผลิตและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา รวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการใช้เทคโนโลยี เพื่อการศึกษา เพื่อให้เกิดการใช้ที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับกระบวนการเรียนรู้ของคนไทย
ฯลฯ
2. ยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาด้านการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
คณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2546 ให้ดำเนินการยุทธศาสตร์ การปฏิรูปการศึกษาด้านการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ดังนี้
ฯลฯ
ยุทธศาสตร์ย่อยที่ 2 : การจัดการความรู้และแหล่งเรียนรู้
ฯลฯ
2.3 ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเพิ่ม ประสิทธิภาพการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยกำหนดมาตรการ เช่น การลดหย่อนภาษีเพื่อส่งเสริมให้ ทุกองค์กร หน่วยงาน ชุมชน และสื่อต่าง ๆ ร่วมผนึกพลังสร้างสรรค์กระบวนการเรียนรู้ให้เกิด องค์ความรู้ที่มีประโยชน์ โดยเผยแพร่ข่าวสาร ข้อมูล และความรู้ของตนอย่างเป็นระบบ เข้าใจง่าย โดยใช้สื่อและรูปแบบวิธีการที่หลากหลายสามารถตอบสนองความต้องการการเรียนรู้ของประชาชน และกระตุ้นให้เกิดบรรยากาศที่ทำให้เกิดความกระหายและสนุกที่จะได้เรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ และมีการเชื่อมโยงระหว่างแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดโครงข่ายการบริการการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
ยุทธศาสตร์ย่อยที่ 3 : การส่งเสริมให้ชุมชนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ฯลฯ
3.2 เร่งรัด ปรับปรุง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนในทุกชุมชนให้ทั่วถึง โดยเฉพาะแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ศูนย์การเรียนของชุมชน ตลอดจนโครงข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยจัดทำขึ้นใหม่ พัฒนาให้ดีขึ้น ส่งเสริม ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ให้หลายหลากและ มีจำนวนมากเพียงพอกับความต้องการการเรียนรู้ของประชาชน รวมทั้งเชื่อมโยงประสานเครือข่ายการเรียนรู้ของแต่ละชุมชนเพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง
ฯลฯ
3. แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2547- 2549
กระทรวงศึกษาธิการ กำหนดแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการศึกษา พ.ศ.2547-2549 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. วิสัยทัศน์
ผู้เรียน สถานศึกษา และหน่วยงานทางการศึกษาทุกแห่ง มีโอกาสเข้าถึงและ ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต การบริหารจัดการ การวิจัย การพัฒนาอาชีพ การพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยได้รับบริการอย่างทั่วถึง เท่าเทียม มีคุณภาพและประสิทธิภาพ นำไปสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้
2. พันธกิจ
นำ ICT มาสนับสนุนการจัดการศึกษา ทั้งทางด้านการเรียนรู้และการบริหาร จัดการ และการพัฒนาการศึกษาเป็นรากฐานของการพัฒนา ICT โดยเน้น
1) การพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพการเรียนรู้
2) การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
3) การผลิตและพัฒนาบุคลากรด้าน ICT
4) การกระจายโครงสร้างพื้นฐาน ICT เพื่อการศึกษา
3. วัตถุประสงค์
1) เพื่อประยุกต์ใช้ ICT ในการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพการเรียนรู้
2) เพื่อประยุกต์ใช้ ICT ในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และการให้บริการทางการศึกษา
3) เพื่อผลิตและพัฒนาบุคลากร ICT ให้สอดคล้องกับการพัฒนา ICT ของประเทศ
4) เพื่อวิจัยและพัฒนา ICT ในการจัดการศึกษาและการพัฒนาอุตสาหกรรม ICT
5) เพื่อให้มีการเลือกใช้และกระจายโครงสร้างพื้นฐาน ICT ที่เกี่ยวกับระบบ
คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ปฏิบัติการและบุคลากร สำหรับการพัฒนาการเรียนรู้ การบริหารจัดการ และการให้บริการทางการศึกษา
4. เป้าหมาย
1) ผู้เรียนในสถานศึกษาทุกคน มีโอกาสเข้าถึง สามารถใช้ และมีทักษะ ICT เพื่อการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามมาตรฐานหลักสูตรที่กำหนด
2) สถานศึกษาสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ (ระดับประถมศึกษา ร้อยละ 80 ภายในปี 2547 และทุกแห่งภายในปี 2548 ระดับมัธยมศึกษาทุกแห่งในปี 2549) และห้องสมุดประชาชน อย่างน้อยอำเภอละ 1 แห่ง
3) สถานศึกษามีระบบเครือข่ายภายในที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
- อุดมศึกษา อาชีวศึกษา และสถานศึกษาที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ 400 เครื่องขึ้นไป มีเครือข่ายภายในเป็น GIGABIT
- สถานศึกษาอื่นมีเครือข่ายภายในเป็น Fast Ethernet ไม่น้อยกว่า
100 Mbps
4) สถานศึกษาทุกแห่งจัดการเรียนการสอนและการใช้ ICT เพื่อพัฒนา การเรียนรู้ รวมทั้งมีเว็บไซต์เพื่อการให้บริการทางการศึกษา
5) มีห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับมัธยมศึกษาทุกแห่ง ระดับประถมศึกษา อย่างน้อยตำบลละ 1 แห่ง
6) มีสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอนและการให้บริการทางการศึกษา
- หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) ทั้งที่เป็นหนังสือเรียน ผลงานวิจัย และหนังสือทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อยปีละ 1,000 เล่ม เพื่อเสริมการเรียนการสอนตามหลักสูตร
- สื่อบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (Courseware) ทุกระดับ เน้นการศึกษา ขั้นพื้นฐานทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
7) มีศูนย์รวมสื่อ (Courseware center) ทุกเขตพื้นที่การศึกษา และมี ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (e-Library) ให้บริการเพื่อการเรียนรู้
8) หน่วยงานทางการศึกษาทุกแห่งใช้ ICT ในการบริหารจัดการ มีเว็บไซต์ เพื่อให้บริการข้อมูลสารสนเทศ และมีศูนย์ปฏิบัติการเพื่อรองรับ e-Government
9) ผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน มีความรู้และมีทักษะการใช้ ICT ในการจัดการเรียนการสอน การบริหารจัดการ และการปฏิบัติงานตามมาตรฐานทักษะ ICT ที่ สอดคล้องกับการปฏิบัติงาน
10) มีการวิจัยพัฒนาและการประยุกต์ใช้ ICT อย่างน้อยปีละ 100 เรื่อง
5. ยุทธศาสตร์
เพื่อให้บรรลุซึ่งวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างเป็นรูปธรรมภายใต้เงื่อนไขที่เป็นจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และภัยคุกคามของ การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารเพื่อการศึกษา แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2547-2549 ได้กำหนดยุทธศาสตร์ใน การดำเนินการ 4 ยุทธศาสตร์ ดังนี้
ยุทธศาสตร์ที่ 1 : การใช้ ICT เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
ยุทธศาสตร์ที่ 2 : การใช้ ICT พัฒนาการบริหารจัดการและให้บริการทางการศึกษา
ยุทธศาสตร์ที่ 3 : การผลิตและพัฒนาบุคลากรด้าน ICT
ยุทธศาสตร์ที่ 4 : การกระจายโครงสร้างพื้นฐาน ICT เพื่อการศึกษา
ภายใต้เจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ยุทธศาสตร์ การปฏิรูปการศึกษาด้านการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ดังกล่าวข้างต้น รวมทั้งสถานภาพและสภาพแวดล้อม ICT ของสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน และแนวคิดการปฏิรูป ICT ที่จะนำไปสู่เป้าหมาย 2 เป้าหมายหลัก คือ e-Education และ e-Government สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน มี ความมุ่งหวังที่จะใช้ ICT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ตลอดจนระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคม ในการนำ ICT มาใช้ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยมี กรอบแนวความคิดในการดำเนินงาน ดังต่อไปนี้
กรอบแนวคิดของแผนแม่บท ICT เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ของสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน
|
กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ |
|
ยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษา ด้านการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต |
|
แผนแม่บทICTเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน |
|
สถานภาพ / ความต้องการ / ความจำเป็นในการใช้ICT เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต |
|
การมีส่วนร่วม |
|
แนวคิดเชิงกลยุทธ์ |
|
แผนแม่บท ICT เพื่อการศึกษาแห่งชาติ |
|
พัฒนาตาม องค์ประกอบ ICT |
|
แนวคิด / การวิจัย ที่เกี่ยวข้อง |
|
e- Education |
|
การปฏิรูปการศึกษา |
|
e- Government |
|
ทุกภาคส่วนของสังคม เข้ามามีส่วนร่วมในการนำ ICT มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ตลอดชีวิต |
|
แผนแม่บท ICT เพื่อการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ |
ส่วนที่ 1 บททั่วไป
กรอบแนวคิดและหลักการ
แผนเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของโรงเรียนธัญญารักษ์บริบาลศาสตร์ พ.ศ. 2553 -2555 ฉบับนี้ จัดทำขึ้นตามมติของโรงเรียนฯ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2553 เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของโรงเรียนฯ โดยอาศัยแนวทางนโยบายหลักของกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระยะ พ.ศ.2540 - 2554 ของประเทศไทย ( IT 2010 Policy Framework ) แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550-2554) แผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา (พ.ศ. 2551-2555) และกรอบนโยบาย IT 2010 เป็นแนวคิดพื้นฐานและข้อวิเคราะห์ในการกำหนดเป้าหมายของ ICT ในองค์กรรวม
1.1 วิสัยทัศน์ด้าน ICT ของกลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร โรงเรียนธัญญารักษ์บริบาลศาสตร์ เป็นศูนย์กลางข้อมูลเพื่อการบริหารที่เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนและให้บริการข้อมูลสารสนเทศในลักษณะโครงข่าย (Network) ที่รวดเร็ว เพื่อสนับสนุนงานอำนวยการ การบริหารที่ทันสมัย โปร่งใส มุ่งสัมฤทธิผล และประโยชน์สู่ผู้เรียน และผู้รับบริการ อย่างเป็นมาตรฐาน
1.2 พันธกิจ ด้าน ICT
พันธกิจด้าน ICT ของ กลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร โรงเรียนธัญญารักษ์บริบาลศาสตร์ มี 4 ข้อ ดังนี้
1) ส่งเสริมและพัฒนาระบบงาน IT เพื่อใช้ในการบริการงาน และสนับสนุนภารกิจของ การบริหารงานแบบบูรณาการ ( CEO ) รวมทั้งประมวลผลเป็นระบบข้อมูลสารสนเทศ เพื่อการใช้ประโยชน์ข้อมูลร่วมกันเป็นเครือข่ายในลักษณะศูนย์ข้อมูลเพื่อการบริหาร ที่เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภายในหน่วยงานภายนอก และอื่นๆ บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
2) พัฒนาและกำหนดมาตรฐานข้อมูลและการสื่อสาร เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเป็นเอกภาพ และเปิดให้บริการในลักษณะ E-Service แก่ผู้เรียนและผู้รับบริการทั่วไป
3) พัฒนาระบบงานและเครือข่ายสื่อสาร รวมทั้งบริการด้านการสื่อสารแก่ผู้เรียน และผู้รับบริการต่างๆ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั่วถึง เพียงพอ รวดเร็ว ไม่ซ้ำซ้อน
4) พัฒนาบุคลากรที่ปฏิบัติงานด้าน ICT ของโรงเรียนให้เป็นผู้เชี่ยวชาญของหน่วยงาน และพัฒนาบุคลากรทุกระดับในโรงเรียน ให้สามารถใช้ ICT บริหารจัดการและปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1.3 ยุทธศาสตร์ด้าน ICT โดยรวมของโรงเรียนธัญญารักษ์บริบาลศาสตร์
เพื่อให้การดำเนินงานของโรงเรียนฯ สามารถดำเนินการได้ตามวิสัยทัศน์และพันธกิจที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ จึงได้วางยุทธ์ศาสตร์การนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ( ICT ) เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนการปฏิบัติงาน ให้มีประสิทธิภาพ ดังนี้
ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาระบบงานบริหารและงานบริการด้วย ICT
ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาระบบการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศ ให้มีลักษณะเป็นศูนย์ข้อมูลกลาง
ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาศักยภาพบุคลากร และสร้างวัฒนธรรมหน่วยงานให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงานในระบบอิเล็กทรอนิกส์
ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาระบบงานบริหารและงานบริการด้วย ICT
ยุทธศาสตร์นี้ เกี่ยวกับการพัฒนาระบบงาน / ฐานข้อมูลเพื่อช่วยการปฏิบัติงาน และสนับสนุนการบริหารงานภายในองค์กร ( Back office ) และการพัฒนาระบบสารสนเทศ / ฐานข้อมูลของหน่วยงานเพื่อให้บริการแก่ผู้เรียน และผู้รับบริการ ( Front Office ) ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งการพัฒนาต่อยอดเป็นระบบสารสนเทศระดับต่างๆ ( MIS GIS ฯลฯ ) สำหรับให้ผู้บริหารและนักวางแผนนำไปใช้ประโยชน์ รวมถึงการพัฒนาจุดบริการให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการและข้อมูลข่าวสารได้ และพัฒนาเพื่อสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานด้าน ICT การพัฒนาฐานข้อมูลองค์ความรู้ด้าน ICT การจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เพื่อรองรับระบบงาน / เพิ่มประสิทธิภาพในการบริการและปฏิบัติงาน และการบำรุงรักษา / เสริมสมรรถนะเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ รวมทั้งบำรุงรักษาครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาระบบการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศ ให้มีลักษณะเป็นศูนย์ข้อมูลกลาง
ยุทธศาสตร์นี้ เกี่ยวข้องกับการพัฒนา / จัดหาระบบเครือข่ายสื่อสารให้รองรับความต้องการใช้ของส่วนราชการทั้งในและนอกจังหวัด เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงเครือข่ายสารสนเทศและการสื่อสาร ที่ครอบคลุมพื้นที่และลักษณะการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาระบบเครือข่ายภายใน ( LAN) ของหน่วยงานในจังหวัด พร้อมทั้งการพัฒนาคลังข้อมูล ( Data Warehouse ) การพัฒนาและกำหนดมาตรฐานข้อมูลและการสื่อสาร เพื่อเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านเครือข่ายในรูปอิเล็กทรอนิกส์
ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงานด้าน ICT
ยุทธ์ศาสตร์นี้ เกี่ยวข้องกับพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และทักษะในการใช้ ICT ในการปฏิบัติงาน การพัฒนาผู้บริหารให้มีทักษะการใช้ ICT ในการเข้าถึงข้อมูล และการพัฒนาบุคลากรด้าน ICT ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งการจัดหาที่ปรึกษาด้าน ICT เพื่อชี้นำแนวการพัฒนาและให้คำปรึกษาด้านเทคนิควิชาการ
ส่วนที่ 2
เป้าหมายและยุทธศาสตร์การพัฒนาICT โรงเรียนธัญญารักษ์บริบาลศาสตร์
เป้าหมาย
- พัฒนาอำนวยการบริหารงานของโรงเรียนธัญญารักษ์บริบาลศาสตร์ โดยนำระบบ ICT มาทดแทน ระบบปฏิบัติงาน โดยมีการประสานงานอย่างเป็นเอกภาพไม่ซ้ำซ้อน ทำให้ได้สารสนเทศถูกต้อง เชื่อถือได้ ทันสมัย สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้
- พัฒนาระบบ เครือข่าย การเชื่อมโยงระบบสื่อสารสารสนเทศ ให้มีประสิทธิภาพปลอดภัย เป็นเครือข่ายที่สามารถ เชื่อมโยงระบบทั้งภายใน และภายนอก
- พัฒนาศักยภาพของบุคลากร เพื่อให้มีความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เพื่อมุ่งสู่การเป็นโรงเรียนอิเล็กทรอนิคส์
ยุทธศาสตร์
- พัฒนาระบบงานบริหาร และงานบริการด้วยระบบ ICT
- พัฒนาระบบการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศ ให้มีลักษณะเป็นศูนย์ข้อมูลกลาง
- พัฒนาศักยภาพบุคลากร ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงานด้าน ICT
ตารางยุทธศาสตร์ / เป้าหมาย แผนงาน / กิจกรรมหลัก
|
ยุทธศาสตร์ |
เป้าหมาย |
แผนงาน / กิจกรรม |
|
1. พัฒนาระบบงานบริหารและงานบริการด้วยระบบ ICT |
- พัฒนาและส่งเสริมการใช้ ICT ในองค์กร เพื่อให้เกิดการบูรณาการในระบบข้อมูล พัฒนาและกำหนดมาตรฐานข้อมูลและการสื่อสาร ให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้อย่างมีเอกภาพ ส่งผลให้มีการบริหารงาน การตัดสินใจแก้ไขปัญหาของโรงเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ
|