จิตวิทยาการขอจากการคุยเล่นและ"ได้ใจ"

สวัสดีค่ะชาว G2k ทุกท่าน วันนี้มาเรียนรู้เรื่องจิตวิทยาการขอจากการคุยเล่นๆ และ "ได้ใจ" ดูนะคะ

 

ที่บ้านทำธุรกิจเป็นร้านขายรถสามล้อเครื่องค่ะ ส่วนใหญ่จะพบเห็นใช้กันตามภาคอีสานค่ะ มีอยู่วันหนึ่งเราได้รับคนงานใหม่คนหนึ่ง เป็นช่างเครื่องยนต์เก่าจากโรงงานผลิตรถค่ะ พอดีว่าตอนนั้นมีรถสามล้อเครื่องรุ่นใหม่ออกมา คือรุ่นเครื่องยนต์ขนาดใหญ่กว่าเดิม ฉะนั้นช่างโดยทั่วไปจะยังไม่มีประสบการณ์กับเครื่องรุ่นใหม่นี้ค่ะ

ปัญหามีอยู่ว่า เจ้าเครื่องรุ่นใหม่ที่ใหญ่ขึ้นนี้มันทำให้ท่อไอเสียมีเสียงดังตามไปด้วย มีลูกค้าบ่นๆกันหลายคนว่าเสียงท่อไอเสียดัง เราก็แจ้งเรื่องนี้ไปกับทางโรงงานค่ะ แต่ผลก็คือไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรไม่ได้

ตอนนั้นพี่ชายไปคุยเล่นๆเรื่องเจ้าปัญหาท่อไอเสียเสียงดังกับช่างที่รับมาใหม่ เพราะบางทีพี่ชายชอบชวนพวกช่างไปกินข้าวเย็นนั่งเล่นกันหลังเลิกงาน เขาเลยแนะนำไปว่าให้ลองดัดแปลงท่อไอเสียทำท่อให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะได้เก็บเสียงได้ พี่ชายอรก็เลยลองทำตามที่ช่างแนะนำดูค่ะ ผลปรากฎว่าช่วยได้จริงๆทำให้ลูกค้าหมดปัญหากับเรื่องเสียงดังไปได้ค่ะ

เรื่องนี้จริงๆเป็นวิธีแก้ไขง่ายๆเองค่ะ ก็เลยสงสัยว่าทำไมทางโรงงานแก้ไขไม่ได้ และช่างคนนี้ก็เป็นช่างที่เคยอยู่กับทางโรงงานค่ะ  เขาบอกว่าทางโรงงานไม่เคยถามเขาหรือบอกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้เขาจึงไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไร แต่ถึงรู้เขาก็ไม่อยากจะช่วยหาวิธีแก้ไขปัญหาเพราะมันไม่ใช่จุดที่เขารับผิดชอบ ช่างคนนี้จะรับผิดชอบเรื่องเครื่องยนต์เท่านั้น แต่พอมาอยู่ที่ร้านเราเขาสบายใจเพราะเราอยู่กันเหมือนครอบครัวค่ะ มีคนงานไม่กี่คนช่วยกันทุกๆอย่างบางทีงานยุ่งๆเจ้าของร้านก็ต้องลงไปช่วยคงงานซ่อมโน่นซ่อมนี่ด้วยค่ะ (ได้ใจคนงานนั่นเองค่ะ)

จากเรื่องนี้ก็เลยกลายเป็นว่าการพูดคุยกับคนงาน และความเป็นกันเองเอาใจใส่พนักงานนั้นบางทีก็ทำให้เราแก้ไขปัญหาจุดบกพร่องหรือพบเจอเรื่องราวแปลกๆใหม่ๆที่เป็นประโยชน์ได้ค่ะ เพราะถ้าองค์กรของคุณสามารถ "ได้ใจ" พนักงานแล้วล่ะก็ความภักดี ความหวังดี ของพนักงานก็จะช่วยส่งเสริมองค์กรไปด้วยค่ะ

มีหลายองค์กรใหญ่ๆที่มีบุคคลากรฝีมือดีแต่ไม่ได้ให้ความสำคัญหรือใส่ใจกับบุคคลเหล่านั้นทำให้เหมือนต่างคนต่างอยู่ไปวันๆ ไม่ได้รู้สึกอยากช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ความเจริญก้าวหน้าก็จะไม่บังเกิดด้วยค่ะ