มีคนเขียนจดหมายไปถาม พระราชวิจิตรปฏิภาณ หรือท่านเจ้าคุณพิพิธ ว่าทำไมจึงให้แฟนนาคถือหมอนในเวลาบวช ที่จริงเรื่องนี้ผมคิดว่าทุกคนคงเข้าใจเหมือน ๆ กันคือเป็นการประกาศว่า ชั้นนี่ละของแท้ของพ่อนาคเขา แต่ท่านเจ้าคุณพิพิธท่านตอบได้ลึกซึ้งมากกว่านี้ครับ มาดูกันว่าท่านตอบว่าอย่างไร
"...คำถามนี้สงสัยมานานแล้ว ก็เพิ่งมาแจ้งใจเมื่อไม่นานมานี้ คืออย่างนี้...คนโบราณท่านสุดแสนจะฉลาด ถ้านาคที่จะบวชมีภรรยา หรือแฟน เวลาบวชอยู่นั้นท่นไม่สามารถจะดูแลภรรยาท่านได้หรือป้องกันแฟนท่านได้ เป็นการปรามพวกผู้ชายว่า...อย่านะเว้ยผู้หญิงคนนี้เขาเป็นโยมอุปัฏฐากหรือสีกาของพระองค์นั้น องค์นี้ พวกมึงอย่าไปยุ่งเกี่ยวนะ พระท่านไม่มีโอกาสสู้รบปรบมือ ถ้าพวกมึงไปยุ่งของพระถือว่าเลว และถ้าพระท่านหวงแล้วแหกผ้าเหลืองสึกมา พวกมึงนรกกินกบาล ของสงฆ์อย่ายุ่งมันเป็นบาป อีกทั้งเป็นการบอกผู้หญิงทั้งหลายว่า นาคที่กำลังจะเป็นพระนี้ เขามีคู่ครอง คู่หมายปองแล้ว อย่าไปยุ่งกับท่าน แต่ก็อาจมีคำถามว่า ถ้านาคมีแฟนหลายคน จะแบ่งหมอนกันอย่างไร ? ข้อนี้ก็ขอตอบว่า "งานบวชล่ม" เพราะผู้หญิงจะตบตีกันในงานบวชหรือชี้หน้าด่านาคในเวลาเข้าโบสถ์ อันนี้เห็นมาเยอะแล้ว คือ เห็นมากับตา ไม่ใช่เห็นมากับตัว
เห็นใหมครับ คำตอบของท่านเจ้าคุณ มีประเด็นที่ลึกซึ้งมากกว่าความรู้ของพวกเรา อย่างชัดเจน
เป็นกุศโลบายที่แนบเนียนมากเลยนะครับ
สวัสดีค่ะ ท่าน ผอ.
สวัสดีครับท่านรอง ผมว่าวิธีคิดเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าเกิดในสมัยนี้นะครับ ข้อค้นพบจากการสรุปของภูมิปัญญาหรือผู้รู้ในชุมชน ยังปรากฏมาเท่าทุกวันนี้ สมัยผมอยู่ตนาด ผมชอบคุยกับ ผอ. โรงเรียนบ้านแหลมงอบ (ผอ.สมโภชน์) ได้องค์ความรู้มากมาย ท่านรองรู้ใหมว่า ผู้บริหารที่เขาไปร่วมกับผมในการอบรมผู้ผ่านการประเมินเทียบระดับ เขาบอกผมว่า ท่านรองเป็นคนที่เขียนหนังสือเก่งมาก ผมก็ยิ้มเพราะเขาไม่รู้ว่าผมรู้จักท่านรอง แต่ก็แอบคิดตามว่า เก่งจริง ๆ ตามที่คุณบอกเพราะเคยเห็นฝีมือมาแล้ว คิดถึงนะครับ
สวัสดีครับครูคิม
ผมรู้ตลอดเวลาว่า บันทึกของผมต้องได้รับความเห็นจากกัลยาณมิตรเช่นครูคิมเสมอ ตามที่บอกไม่เคยไปงานบวช ไม่เคยถือหมอน ดูท่าครูคิมคงจะเป็นคุณหนู ที่คุณพ่อคุณแม่ถนอมมาก คงเลี้ยงครูคิมเหมือนไข่ในหินนะครับ อย่างว่าลูกทหาร ประสบการณ์ชีวิตของคนเป็นทหาร ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ท่านคงกลัวคนมารังแกกระมังครับ ดูแลสุขภาพนะครับ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับ ผอ.สมนึก ผมอ้วนปราจีนครับ
กรณีการถือหมอนตอนบวช สมัยนี้เริ่มผิดแปลกไปบ้างแล้วครับ
ท้าวความเดิมของเจ้าคุณพิพิธ กล่าวว่า "ถ้านาคที่จะบวชมีภรรยา หรือแฟน เวลาบวชอยู่นั้นท่นไม่สามารถจะดูแลภรรยาท่านได้หรือป้องกันแฟนท่านได้เป็นการบอกผู้หญิงทั้งหลายว่า นาคที่กำลังจะเป็นพระนี้ เขามีคู่ครอง คู่หมายปองแล้ว อย่าไปยุ่งกับท่าน"
แต่พอมาสมัยนี้ (2010) พระที่จะบวชก็ไม่ให้แฟนมาถือหมอนแล้ว แต่กลับให้น้องสาวหรือญาติผู้หญิงมาถือแทน ก็แสดงว่า
"พระยังไม่มีเจ้าของเชิญชวนสีกามาลิ้มลองได้ หรือถ้าพระมีแฟนก็ไม่ใช่ตัวจริงเพราะไม่ได้ถือหมอน"
ก็เลยมีที่มาของพระโยคว่า"ถ้าให้แฟนถือหมอนแล้วจะได้เลิกกัน" มาเป็นข้ออ้างให้พ่อนาครึปล่าวครับ ..ท่านผอ...
ดูแลสุขภาพหน่อยนะครับท่าน ผอ.สมนึก
อ้วนปราจีนครับ
สวัสดีคุณอ้วนปราจีน
ได้ข่าวว่าเดี๋ยวนี้ผอมแล้วไม่ใช่หรือ อดหลับอดนอนนั่งทำอะไรก็ไม่รู้ มุมที่มองการถือหมอนของนาค ผมว่ามาแปลกนะครับ หรืออาจเป็นจริงตามที่อ้วนว่าก็ได้เพราะสังคมเปลี่ยนทุกอย่างก็เปลี่ยนได้ ขอบพระคุณครับคุณอ้วน ปราจีน
แล้วถ้าไม่มีแฟน
ล่ะจะให้ใครถือหมอน
ตอบหน่อยจร๊ะอยากรู้
ถ้าไม่มีคนถือหมอน ส่วนใหญ่เค้าจะให้น้องสาว หรือญาติ ถือแทนค่ะ ตามที่เคยเห็นทั่วไป
เข้ามาเก็บความรู้ค่ะ ><
งงๆเหมือนกันนะคะ ใครรู้ลึกรู้จริงบอกด้วยน้า
หนูว่าการถือหมอนเป็นการหลอกแฟนของนาคเพราะว่าหนูไปเสริตดูในเน็ตว่า"เทียนเอก"ทุกๆคนไปเสริตดูกันดีกว่าน้ะค้ะจะได้รู้คำตอบของการถือหมอนหนูเสริตไปดูมาเค้าเขียนการที่ให้แฟนถือหมอนอ้ะเป็นการหลอกแฟนมากกว่าค่ะจริงๆแร้วแฟนต้องถือ'เทียนเอก'ค้ะ
เข้ามาเพราะสงสัยว่าหนุจะถือหมอนให้แฟนหรือไม่ถือดีค่ะ เพราะทางบ้านแฟนก็บอกว่าให้หนูถือหมอน แต่อีกทางก็เคยได้ยินมาว่าเป็นแฟนอย่าถือหมอนเด่วสึกมาจะเลิกกันมันเป็นเคล็ด ตอนนี้เลยไม่รู้ว่าจะถือหรือไม่ถือดีคะ