ระดับลักษณะบุคคลที่มีประสิทธิภาพสูงในการทำงาน

สวัสดีค่ะ กัลยาณมิตรที่รัก

วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายของเดือนมีนาคม 2553 ฉันมีโอกาสได้อ่านบทความสั้นๆ ในหนังสือเล่มเล็กๆ เก่าๆ ชื่อที่ลงท้ายบทความคือ Stephen R. Coveyเกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง การให้ความรู้ ท่านจะได้รับความรู้เป็นการตอบแทน หากท่านให้ความดี ท่านก็จะได้รับความดีตอบแทน ฉันใดก็ฉันนั้น หากท่านให้ความชั่ว ให้ความเจ็บช้ำน้ำใจ ท่านก็จะได้รับสิ่งนั้นกลับคืนมา

ท่านต้องการสิ่งใด  โปรดให้สิ่งนั้นแก่ผู้อื่นเถิด  ไม่เชื่ออย่าลบหลู่...

   

                บุคคลจะต้องมีแนวโน้มในการที่จะลงมือทำ มีความยินดีในการตอบสนอง เมื่อคิดได้พอสมควรแล้วก็ลงมือทำตามความคิดไปก่อนแล้วค่อยๆ ประเมิน ปรับปรุง เรียนรู้จากผลการปฏิบัติ แต่บุคคลจะต้องไม่หยุดอยู่ที่การคิดอย่างเดียว ไม่รอให้คิดจนสมบูรณ์แล้วไปลงมือทำ ความโน้มเอียงในการตอบสนองในการลงมือทำก็เรียกว่าเขาเต็มใจก้าวเดิน ไม่อยู่นิ่ง ไม่รักษาสภาพ และเมื่อเคลื่อนไหวแล้วก็จะมีแรงเสริมที่ดีต่อไป

               การมีภาพผลงานปลายทางเป็นตัวกำกับ คิดถึงภาพผลงานไว้ก่อน ไม่ว่าจะเป้นการวางแผนหรือการลงมือทำจริง จะต้องมองเลยไปถึงผลปลายทาง เมื่อจบงานแล้วจะเกิดผลงานแบบใด คุณภาพเป็นอย่างไร เป้าหมายของงานอยู่ที่ใด อันเป็นการปักธงไว้ก่อน มีภาพงานตลอดแนวการลงมือทำก็จะทำไปตามระดับ 

                   ลำดับงานตามความสำคัญ อะไรควรมาก่อน อะไรควรมาหลังและเมื่อลงมือปฏิบัติจริงก็ระวังทำงานขณะนั้นให้สำเร็จก่อน อย่างห่วงหน้าพะวงหลัง กำลังทำงานชิ้นแรกอยู่ ใจก็ไปอยู่งานชิ้นที่ 5 เสียแล้ว ผลงานก็จะออกมาไม่ดี ก็เหมือนกับการมีสติอยู่กับงานนั่นเอง

                               การคิดแบบให้เกิดประโยชน์ทั้งตัวเราและบุคคลอื่นๆ  การค้าก็ต้องเกิดประโยชน์ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย การเรียนก็ต้องเกิดประโยชน์ทั้งผู้สอนและผู้เรียน การทำงานก็ต้องเกิดประโยชน์ทั้งผู้ทำ องค์กร และผู้รับบริการ การคิดแบบนี้ เรียกว่า  win – win  คิดแบบ  ชนะ – ชนะ  ไม่มีใครแพ้ 

               การพัฒนาจิตวิญญาณ ได้แก่ การตรวจสอบตนเอง พัฒนาตนเองจนเกิดความรู้สึกยึดมั่นในคุณธรรม แบะเมื่อตนเองเกิดจิตสำนึกในคุณธรรม เกิดจิตวิญญาณแล้วก็ต้องไปร่วมพาคนอื่นๆ ให้พัฒนาจิตสำนึกเหล่านี้ด้วย จิตสำนึกเหล่านี้ได้แก่ การสร้างระบบคุณธรรม แสดงออกในรูปของการเคารพสิทธิของคนอื่น รักและเมตตาคนอื่นเท่ากับตัวเรา ทำให้สังคมพัฒนาไปสู่สังคมที่ยึดหลักธรรมาธิปไตย เกิดสังคมที่เป็นหนึ่งเดียวกัน สบงสุข พัฒนาก้าวหน้ายืนนาน หรือในส่วนจิตวิญญาณของตนก็คือบรรลุสัจธรรม บรรลุนิพพานนั่นเอง

 

หวังว่ากัลยาณมิตรและผู้อ่านจะมีความสุขสวัสดีโดยทั่วหน้านะคะ

ขอขอบคุณผู้แต่งและแหล่งข้อมูล ขอให้ท่านได้กุศลทั้งหมดทั้งมวลที่มีผู้อนุโมทนาบุญให้ด้วยนะคะ

พบกันใหม่เดือนหน้าค่ะ

My Regards

KIM