ลดโลกร้อน

เราจะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อย่างไร

 

                หัวข้อที่ให้มามันไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะทำ  แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะทำหรือเปล่า  เราเองกว่าจะเริ่มต้นได้ก็ใช้เวลาหลายปี ประมาณ 3 ปี คิดมาหลายเดี๋ยวแต่ไม่ได้เริ่มสักที  แต่พอมาวันนี้เราภูมิใจมากที่เป็นคนหนึ่งแหละที่ให้ความร่วมมือในฐานะชาวโลกคนหนึ่งที่วิตกกังกลกับสภาพความแปรปรวนของอากาศ

                เราย้ายมาอยู่ที่ราชบุรีเมื่อปลายปี 49 พักอยู่กับพี่สาวที่บ้านสวน  ที่ตำบลหัวโพ  หน้าบ้านเป็นคลองชลประทาน ถึงน้ำจะไม่ใส แต่ก็เย็นสบายเมื่อลมพัดผ่าน  หลังบ้านเป็นสวนมะพร้าว กล้วย ละมุด และอีกหลากหลาย พร้อมด้วยงู และตัวเงินตัวทอง ซึ่งเป็นของคู่กัน  เราไม่ยุ่งกับเขา เขาก็อยู่อย่างเขา ความจริงก็มีความสุขดี  แต่พอมาระยะหลังชักเริ่มแปลกใจ เวลาขับรถอยู่บนถนนกลับเจอตัวเงินตัวทองอยู่บนท้องถนน จึงตั้งคำถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่พอไม่นานเท่าไร่ ก็เกิดวิกฤตน้ำมันแพงเมื่อต้นปี 50 ขับรถไปกลับราชบุรี-หัวโพ วันละประมาณ 50 กิโลเมตร ค่าน้ำมันตกเดือนละ 4,000 บาท รู้สึกไม่ค่อยดี แต่มีทางเลือก โดยขอบ้านพักในศูนย์อนามัย ซึ่งอยู่ในเมือง โชคดีที่ได้รับความเมตตาจากผู้บริหาร  ค่าใช้จ่ายลดลงทันที 4,000 บาท แถมไม่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงด้วย ซึ่งเป็นผลของการช่วยลดโลกร้อนทางอ้อม ซึ่งช่วงนั้นยังไม่ค่อยเป็น

กระแสเท่าไร  แต่พอย้ายมาอยู่ที่บ้านพักนี้สิ ไม่มีต้นไม้แม้แต่ต้นเดียวไม่ว่าหน้าบ้าน หรือหลังบ้าน อ้อ! มีอยู่ต้นหนึ่งข้างบ้านแต่เหมือนไร้ชีวิตมีแต่ตอ กิ่งใบแห้งไปหมด แต่เปลือกและกิ่งยังไม่กรอบ เพราะไปลองหักดู ยังเหนียวอยู่ แสดงว่ายังไม่ตาย  เลยค่อยๆ รื้อกาฝากออกจากต้น  แต่ไม่ได้รื้อทิ้งนะ รื้อกิน เพราะมันคือตำลึง จัดที่จัดทางให้สวย ตัดแต่งกิ่งใหม่ สักพักก็เริ่มฟื้นตัวในหน้าฝน ดีใจจัง มันคือ “ต้นหางนกยูง”นั่นเอง ปัจจุบันต้นสูงขึ้น ออกดอกตลอดปี สีเขียวของใบไม้ สีแสดของดอก ซึ่งโดดเด่นเมื่ออยู่ใกล้สีนวลของบ้านพัก ....ชักเริ่มสนุก...อยากปลูกต้นไม้ตรงที่ที่เหลือข้างบ้าน และติดถนน ซึ่งร้อนเหลือเกิน  แต่ก็พบปัญหาเพราะเป็นดินลูกรัง  แข็ง แน่น และเหนียว ..ทำไงดี  ..ลองดู ไปซื้อเบริด์พาราไดร์มา 2 หน่อ ใช้เรี่ยวแรงที่มีอยู่น้อยนิดบรรจงขุดดินด้วยจอบ แล้วลงมือปลูก ดินดำก็ไม่มี (เพราะไม่ได้ซื้อ) ประมาณ 1 เดือน แห้งตายไป 1หน่อ รดน้ำต่อไปที่เหลือ  แอบสังเกต แตกหน่อ แตกใบแล้ว ดีใจจัง  พอปลายปีช่วง   

หน้าหนาว ออกช่อดอกสีแดงสดสวยมาก บอกกับตัวเองว่าอย่าตัด เพราะเขาควรจะอยู่ในที่ของเขา  ชักเริ่มภูมิใจ  สามีเริ่มสนุกด้วย  เริ่มทำปุ๋ย EM สูตรของการไฟฟ้า ทำหัวเชื้อไว้มากมาย ทำแจกบ้านญาติ และเพื่อนๆที่มาเยี่ยมเยือน  หัวเชื้อตัวนี้ใช้ผสมน้ำ 2 ฝาต่อ 1 ถัง ใช้รดน้ำต้นไม้ และดับกลิ่นฉี่แมวได้ผลดีมาก เพราะมีแมวที่มาอาศัยข้างบ้านฉี่รดทุกวัน   ...ต่อจากนั้นเริ่มสะสมต้นไม้ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง อยากเห็นร่มเงา อยากได้ความเย็น  และมีพี่เยาว์นำต้นปาลม์มาให้ 3 กระถางใหญ่ วางไว้หน้าบ้านได้ร่มเงา และกันคนมาประชิดหน้าต่างได้อีกด้วย   ต้นไม้ใหญ่ที่นำมาปลูกคือ  ต้นมะรุม ..เชื่อมั้ย..ใช้เวลาไม่นานเลย ประมาณ 3 เดือน ต้นเกือบเท่าหัว โตเร็วมากไม่ต้องเปลืองน้ำด้วย  ใบใช้จิ้มน้ำพริกโดยนำไปลวกก่อน  ทั้งอ่อนทั้งหอม อร่อยที่เดียวเชียว  หลังจากเด็ดยอด สักพักก็แตกยอดใหม่ เด็ดกันแทบไม่ทัน เลยทำให้เจ้าของต้นมีเพื่อนมาเยี่ยมเยอะเลย  พี่เยาว์มาเก็บบ่อยที่สุดเพื่อนำไปทำใบมะรุมแห้ง   แล้วแช่เหมือนน้ำชา  บางคนก็มาขอตัดทั้งต้นเพื่อนำไปทำเม็ดยา ซึ่งครั้งสุดท้ายต้องรออีกนานกว่าจะแตกยอด เพราะแกเล่นตัดซะหมดต้นเลย เสียดายจัง แต่ปลอบใจตนเองว่าเดี๋ยวก็แตกยอด ไม่นานจริงๆ   เดี๋ยวนี้ต้นสูงใหญ่เกือบเท่าเสาไฟข้างบ้านแน่ะ  ใต้ต้นก็นำกล้วยไม้และรังนกไปเกาะไว้ ออกดอกสวยงามมาก แถมช่วงเช้ามีนกมาจีบกันบนหัวนอนด้วย   จากนั้นปลูกต้นกล้วยด้วย แต่โตยากชะมัด  ปลูกมาก็หลายเดือนแล้วยังไม่โตเลย  แล้วก็มะนาวไร้เมล็ดอีกต้น  มะนาวไม่ต้องใช้น้ำมาก  ต้องปล่อยให้เขาอดน้ำ สักระยะ เขาก็จะออกดอก ออกผล เมื่อนั้นแหละจึงค่อยให้ปุ๋ย นี่ก็อีกไม่นานก็จะได้ลูกมะนาวแล้วดีใจจัง  และล่าสุดเมื่องานกาชาดที่ผ่านมา กุมภาพันธ์ 53 นี่เองไปถอยต้นโมก มาอีก 10 ต้น

 

 

 นำมาวางเรียงหน้าบ้าน เพื่อเพิ่มความเขียว  และความร่มรื่น  อ้อ! ลืมเล่าต่อ เพิ่งลงมะรุมไปอีก 2 ต้น ข้างต้นใหญ่เดิม ปลูกไว้ริมถนน  เพื่อช่วยเป็นร่มเงาสำหรับผู้สัญจรไปมาอีกด้วย  ...เล่ามาอย่าคิดนะว่ามีที่มากมาย  ดูในภาพเอาเองก็แล้วกัน  แต่น่าเสียดายที่ไม่ภาพเดิมตอนที่ยังไม่มีต้นไม้มาให้ดู  ถ่ายภาพไว้ 2 ปีแล้ว พยายามค้นหาเท่าไร่ก็ไม่พบ  เสียดายจัง

                ทุกวันนี้ดีใจที่ไม่ได้ตัดสินซื้อแอร์ มาติดข้างล่างบ้าน เตรียมจะซื้ออยู่แล้วเชียวเพราะช่วงไม่มีต้นไม้ร้อนเหลือเกิน

ถ้าซื้อแอร์ก็คงไม่มีเรื่องเล่าให้ฟัง   เราก็ไม่มีกิจกรรม  เราก็คงทำ EM ไม่เป็น และเราก็คงไม่ค่อยมีเพื่อนบ้านมาแวะเวียนทักทายกับเราเพื่อมาเด็ดยอดมะรุมไปจิ้มน้ำพริก   เราก็คงจะอยู่ในโลกของเราที่ไม่ใช่ธรรมชาติ และเป็นส่วนหนึ่งในการทำลายความร่มรื่นในโลกมนุษย์  แต่สุดท้ายที่จะบอก คือ ถึงแม้เราจะเป็นเพียงหนึ่งในเศษเสี้ยวธุลีดิน เราก็ควรทำเพื่อช่วยกันคืนความร่มรื่นสู่โลกอันงดงามใบนี้  รักนะ จุ๊บ   จุ๊บ  

(ขออภัยสำหรับบล๊อกนี้ มือใหม่ค่ะ)