เมื่อวานนี้ได้เห็นการเจรจาระหว่างทีมนายกรัฐมนตรีกับทีมเสื้อแดง ได้เห็นและมีความเห็นเกิดขึ้นมา
เรามักจะชินกับการที่จะไม่ตัดสินอะไรก่อน จนกว่าจะได้ข้อมูลทั้งหมด หรือเท่าที่จะมีข้อมูล แต่ผู้ร่วมเจรจาคนหนึ่ง บอกว่าผลการเจรจาต้องมีอย่างเดียวเท่านั้น การมาเจรจาก็เพื่อจะมาหว่านล้อมให้อีกฝ่ายตัดสินใจอย่างที่เขาต้องการ
ได้เห็นการเจรจาแบบพูดทีละคน ไม่แย่งกันพูด ข้อนี้เข้าหลักสุนทรียสนทนา
เห็นความจำที่ดีของนายก ที่นำเหตุการณ์ต่างๆ มาเชื่อมโยงกันได้ดี
เห็นคนที่พูดว่าด้วยความเคารพบ่อยมาก แต่ดูแล้วตัดสินว่าที่จริงคงไม่ได้เคารพอย่างปากว่า
เห็นการพูดที่ไกลประเด็น
เห็นการตัดบทให้เข้าประเด็นได้ดี
เห็นการหว่านล้อม เช่นท่านคงได้เสียงมากแน่ๆ จะได้เป็นรัฐบาลที่สง่างาม ฯลฯ ที่ล้วนแต่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่
เมื่อทราบสถานการณ์มากกว่าสิ่งที่พูดกันในการเจรจา ก็ได้รู้ว่าสิ่งไหนพูดจริง สิ่งไหนซ่อนเงื่อน สิ่งไหนบอกความจริงไม่หมดใจ
เป็นภาพประวัติศาสตร์...ที่ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรมากมายค่ะ
- ภาวะผู้นำ
- ความเป็นสุภาพบุรุษ
- กิเลส
- การหว่านล้อมที่..(อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่)
ภาพประวัติศาสตร์และนิมิตหมายที่ดี เห็นแล้วได้ยิ้มๆๆ และยิ้มๆ ค่ะ
อย่างน้อยที่สุดคงประชาชนทั้งหลายคงได้เห็นอะไร ชัดเจน โปร่งใสขึ้น
และหวังว่า กรณีนี้คงช่วยให้การตัดสินใจ และคงเข้าใจอะไรไม่มากก็น้อยนะคะ
น่าจะทำให้ประชาชนที่อยู่กลางๆ ได้เห็นอะไรมากขึ้นนะครับ
ส่วนท่านที่โดนยุยงไว้มากคงไม่เปลี่ยนใจ
แต่วันที่ 2 จรรย์ว่า มีฝ่ายหนึ่งที่ตกหลุมพรางนะคะ
ใครเหรอครับ
ผมเข้าใจว่า ในยุคนี้ไม่มีใครโง่กว่าใคร
แต่มีใครหน้าหนากว่าใคร
ใครหน้าหนากว่าก็แสดงออกโดยไม่อายได้มากกว่า บิดเบือนได้มากกว่า นำเรื่องผิดมาพูดว่าถูกได้ง่ายกว่า
คนชั่วทำชั่วง่าย ทำดียาก
คนดีทำดีง่าย ทำชั่วยาก
3-4 เม.ย. นี้ ได้ไปอบบรมกระบวนการ Dialauge มา ทำให้สับสนเหมือนกัน กับสถานการณ์แบบนี้ มันจะปรับใช้ด้วยกันได้ไหม ถ้าเพื่อการพัฒนาองค์กร คิดว่าน่าจะดี หรือคุณหมอคิดว่าอย่างไรคะ? ( By Jan เขียนลง Blog ไว้ 2 ตอน ถ้าพอมีเวลาขอความเห็นแลกเปลี่ยนด้วยค่ะ...ขอบคุณค่ะ)
นักการเมืองเหล่านี้พูดต่อหน้าประชาชนอย่างหนึ่ง ลับหลังกลับไปพูดอีกอย่างน่าเศร้าประเทศไทย