จนตัวพี่เค้าเองยังรู้สึกประทับใจในทุกๆครั้งที่คิดถึง ว่าเราก็เป็นตัวแทนมืออาชีพ

 

สวัสดีครับ ชาว G2K ทุกคน

 

นี่เป็นอีกเคสหนึ่งที่ตัวแทนประทับใจ

ในฐานะเป็นตัวแทนประกันชีวิตมืออาชีพของบริษัทAIAในแง่มุมของหน้าที่ พี่เค้าเล่าให้ฟังว่าเราพูดได้เต็มปากว่าเราเป็นตัวแทนประกันชีวิตมืออาชีพ 

ซึ่งในกรณีนี้ลูกค้าเสียชีวิตครับ เค้าบริการด้วยใจจริงๆครับ ทำไมเค้าพูดยังงั้น งั้นลองติดตามกันเลยครับ

 

 เรื่องมีอยู่ว่าตัวแทนท่านนี้มีชื่อว่าพี่แสนมีญาติเปิดคลินิกอยู่แล้ว

 1 ในพนักงานในคลินิกนั้นก็เป็นพนักงานผู้หญิงซึ่งก็สนิทกันพอสมควรและเป็นลูกค้าของพี่แสนซึ่งทำประกันรวมจ่ายเบี้ย 2500 ต่อปี ก็ดูแลเสมอมา

อยู่มาวันหนึ่งหลังเลิกงานก็ได้ไปเลี้ยงฉลองกันไปกัน3คนคือพี่แสน ญาติที่เป็นเจ้าของคลินิก และ ลูกค้าท่านนั้น

ได้ไปทานข้าวกันคุยเล่นกันสนุกเฮฮาแล้วพี่แสนก็ขอตัวกลับบ้าน แต่ญาติพี่แสนและพนักงานก็ได้ไปเที่ยวกันต่อพอเที่ยวเสร็จประมาณ4ทุ่มก็แยกย้านกันกลับบ้าน

ญาติพี่แสนกลับบ้านโดยรถส่วนตัวและพนักงานก็นั่งแท๊กซี่กลับ ซึ่งเมื่อถึงที่หมายแท๊กซี่ก็พบว่าพนักงานท่านนั้นคอหักโดยไม่ทราบสาเหตุ

 

วันต่อมาก็ได้ทำเรื่องเคลมประกันซึ่งลูกค้าซื้อประกันได้ประมาณ45วันและผู้รับผลประโยชน์คือลูกชายอายุยังไม่ถึง15ปีลูกเค้าตัวคนเดียว

พี่แสนเค้าต้องตามเรื่องจากตำรวจซึ่งต้องดูในส่วนของรูปแบบคดีต่างๆในช่วงนั้นต้องไป สน.ตำรวจ เกือบทุกวันเพราะถ้ารอผลจากตำรวจอาจจะช้าไปบ้าง

 ในกรณีที่ผู้รับผลประโยชน์ก็คือลูกชายซึ่งอายุไม่ถึง15ต้องให้มีผู้ปกครองมาเซ็นรับแต่พ่อแม่เเด็กแยกทางกันจึงต้องตามหาญาติเค้าซึ่งต้องให้ญาติมายื่นเรื่อง

พี่แสนก็เริ่มตามหาญาติของน้องเหมือนกับรายการหนึ่ง ที่ตามหาคนที่ไม่เคยเจอกันนานแล้วรายการตามหาให้ในรายการทีวีเลยครับ

 หาจนแล้วจนรอดก็ได้เจอญาติ พี่เค้าทำสำเร็จครับทำเคลมเพื่อลูกชายเหมือนดังที่คุณแม่หวังไว้ถ้าเค้าไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว ลูกเค้าต้องมีอนาคตที่ดี

 พี่แสนก็ได้ได้ทำหน้าที่ให้ฐานะตัวแทนอย่างเต็มความสามารถ ไม่นิ่งนอนใจเหมือนเป็นญาติสนิทคนหนึ่ง จนตัวพี่เค้าเองยังรู้สึกประทับใจในทุกๆครั้งที่คิดถึง ว่าเราก็เป็นตัวแทนมืออาชีพ

จากเคสนี้ก็โยงไปถึงเคสต่อๆไป โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าพลังจากการบริการที่เหนือกว่าหน้าที่และความคาดหวังจากลูกค้าจะส่งผลให้เกิดผลบางอย่างที่ดีในอนาคตแน่นอนครับ