เด็กสมัยนี้มักมองว่าอาชีพใดที่ทำงานสบายได้เงินเยอะแล้วถือว่าดี ยิ่งงานน้อยรายได้มากก็ยิ่งดี ความคิดแบบนี้ไม่ได้มากจากใคร ก็ได้มาจากผู้ใหญ่ที่ไร้ความรับผิดชอบ

ในทุกย่างก้าวที่เราดำเนินชีวิตอยู่ เราต้องใช้ปัญญาใครครวญพิจารณาตัดสินใจให้ดีกว่าสิ่งที่เราทำลงไปนั้นคุ้มค่ากับสิ่งที่เราได้หรือสิ่งเขาให้เราหรือไม่…?

การใช้ชีวิตเป็นข้าราชการ ทุก ๆ ย่างก้าวของเราจะต้องพึ่งพาเงินภาษีจาก “ประชาชน”
การใช้ชีวิตเป็นพนักงานบริษัท ทุก ๆ ย่างก้าวของเราจะต้องพึ่งพารายได้ซึ่งมาจาก “ลูกค้า”

ลูกค้าให้เงินกับเราหรือบริษัทของเรามาเพื่อแลกกับความฝันหรือความหวังของว่า เขาจะได้สินค้าและบริการตามที่เขาหวังไว้นั้น
แต่ประชาชนนั้นต้องจ่ายเงินภาษีเป็นหน้าที่ แต่ตามหน้าที่นั้นประชาชนทั้งหลายก็หวังลึก ๆ ว่าเงินที่เขาเสียไปจะถูกใช้ถูกบริหารโดยข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำให้เกิดประโยชน์สูงที่สุดและย้อนคืนกลับมาให้คุณค่ามากที่สุดแก่เรา (ประชาชน) และสังคมโดยส่วนรวม

แนวความคิดของผู้บริหารบริษัทเขาจะประหยัดมัธยัสถ์ในการใช้จ่าย เพราะเขาคิดเงินทั้งหลายที่เขาใช้จ่ายเป็นเงินของเขา
แต่แนวความคิดของข้าราชการทั้งประจำและขาจรมักไม่มีความคิดเป็นเจ้าของเงินทั้งหลายที่เขามีอำนาจใช้จ่ายนั้นจึงเกิดมีการใช้จ่ายเงินอย่างสุรุ่ย สุร่าย

กรรมของคนใช้คนบริหารก็ได้รับผลในส่วนหนึ่ง และกรรมของคนที่ได้รับเงินจากผู้บริหารที่ให้มานั้นก็เป็นกรรมอีกตัวหนึ่ง ทั้งสองคนนี้อยู่ในวงจรกรรมเดียวกันซึ่งมีสิทธิที่จะตก “นรก” ไปพร้อม ๆ กัน

ดังนั้นถ้าหากเราเป็นผู้บริหารที่มีสิทธิใช้จ่ายเงินของประเทศชาติ เราต้องพิจารณาใคร่ครวญให้หนักก่อนที่จะใช้จ่ายเงินไปในโครงการใด
หรือถ้าเราได้รับเงินจากข้าราชชั้นผู้ใหญ่ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นโครงการใด ที่จะทำให้เราทำงานได้ในทุก ๆ ย่างก้าวนั้น เราต้องทำงานให้คุ้มค่าให้มากกว่าเงินที่ได้รับนั้นอยู่เสมอ

ในปัจจุบันข้าราชการชั้นผู้ใหญ่มีสิทธิที่เบิกค่าที่พักในโรงแรมระดับหรู เบิกค่าเดินทางเป็นค่าโดยสารเครื่องบินภายในประเทศ ทุกย่างก้าวในการเดินทางแต่ละครั้งเราทำงานให้คุ้มค่ากับค่ารถ ค่าลา ค่าเครื่องบินที่ได้มานั้นหรือไม่...?

ค่าโรงแรม ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าตัว ค่าวิทยากร ค่าเอกสาร ค่ากระเป๋า ค่าชา กาแฟ เบเกอรี่ ฯลฯ ซึ่งไม่นับรวมถึงเงินเดือนที่ได้รับประจำอยู่ผนวกด้วยเบี้ยเลี้ยงรายวัน การที่เราจะเดินทางไปทำงานที่ไหนนั้นจะมีต้นทุนที่เราจะต้องทำงานให้คุ้มค่าให้ได้มากกว่ารายได้ที่เราได้มานั้นเสมอ

เด็กสมัยนี้มักมองว่าอาชีพใดที่ทำงานสบายได้เงินเยอะแล้วถือว่าดี ยิ่งงานน้อยรายได้มากก็ยิ่งดี ความคิดแบบนี้ไม่ได้มากจากใคร ก็ได้มาจากผู้ใหญ่ที่ไร้ความรับผิดชอบ

การที่เรามีโอกาสเดินทางแบบสบาย ๆ มากกว่าข้าราชการชั้นผู้น้อยที่ต้องห้อยโหนรถโดยสารหรือต้องฝากชีวิตไว้กับรถไฟตู้นอนที่ต้องเดินทางในเวลากลางคืน โปรดจงรับรู้ไว้เสมอว่า เรามีต้นทุนที่จะต้องตอบแทน “แผ่นดิน” มากกว่าพนักงานที่มีโอกาสเพียงได้นั่งรถโดยสารนั้นหลายเท่า

หรือบางครั้งเราได้มีโอกาสไปเป็นวิทยากร ไปบรรยายที่ใด เราจะได้ค่าตอบแทนวันหนึ่งมากกว่ากรรมกร หรือพนักงานตัวน้อย ๆ ที่เขาทำงานมาทั้งเดือน เรามีความสุขนักหรือกับเงินที่ได้มาโดยทำงานแบบไม่คุ้มค่าตรงนั้น

หลาย ๆ คนมองว่าเป็นโอกาส เป็นบุญ เป็นวาสนา หรือเป็นโชคชะตาที่ได้มาจากชาติปางก่อน
แต่ชาติปางนี้ ถ้าหากไม่รู้จักบริหารชีวิตการทำงานเพื่อตอบแทนสิ่งพิเศษ ๆ ที่ได้รับมานี้ เงิน รายได้ ชีวิตที่หรูหราก็จะเป็นหลุมพรางที่จะนำพาชีวิตลงไปสู่ “อบาย”

ในทุกย่างก้าวของชีวิตที่ใช้เงินภาษีของประเทศชาติในการก้าวเดิน ได้กิน ได้เที่ยว ได้อยู่ ได้ไปในที่ที่หรูหรา ต้องพึงรำลึกไว้เสมอว่า ถ้าเราทำงานตอบแทนแล้วไม่คุ้มค่า สิ่งหรูหราทั้งหลายนี้เองจะเป็นหนทางที่นำเราสู่ "นรก" (Highway to Hell)...