จะเล่นได้ดีเพียงใดขึ้นกับการฝึก

วันนี้ตอนเช้า เข้าประชุมคัดเลือกคนดี เพื่อส่งชื่อและผลงานไปให้ชมรมโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปคัดเลือกอีกรอบหนึ่ง  เป็นเรื่องที่ดีที่ค้นหาคนดีๆ แล้วนำเรื่องมาเผยแพร่ อาจจะเป็นแนวทาง เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น แต่ข้าพเจ้ายังทำใจให้สนิทต่อการประกวดคนดีไม่ได้สักที  โชคดีที่ไม่มีใครมาประทับตราว่าเป็นคนดี คงจะลำบากทีเดียว

บ่ายได้ชวนผู้ที่เคยเข้ากิจกรรมสุนทรียสนทนามาคุยกัน สอบถามว่ามีอะไรที่เปลี่ยนแปลงในชีวิต ท่านตอบว่าใจเย็นขึ้น อดทนต่อความยากลำบากที่ต้องพบพฤติกรรมของคนอื่นได้ดีขึ้น จึงทำให้งานราบรื่นขึ้น   มีความสุขมากขึ้นไหม ดูท่านไม่ค่อยแน่ใจนัก

เราเคยทำกิจกรรม voice dialogue หรือเรียกง่ายๆ ว่ากระดาษ ๔ ช่อง ให้คนคิดว่าตัวเองไม่ชอบพฤติกรรมใดของคนอื่น แล้วหาเหตุผลช่วยอธิบายพฤติกรรมนั้นในแง่บวก เพื่อจะได้ไม่หงุดหงิดมากนัก  แต่วันนี้ลองให้ถามตัวเองว่า ทำไมตัวเราจึงไม่ชอบพฤติกรรมหรือนิสัยนั้นๆ ถามว่าทำไม ไปจนหมดคำตอบ  พบว่ารากเง่าของความไม่พอใจนั้นน่าตกใจ เพราะมักจะมาลงเอยที่เราเองมีอัตตาสูง หรือยังมีความเห็นแก่ตัว  ที่ไม่พอใจคนอื่นนั้น ตัวเราก็เป็นอย่างเดียวกัน  หลายท่านเข้าใจคำว่าตัวตนมากขึ้น

พอคุยเสร็จก็ชวนเล่นโยคะด้วยกันต่อ ปรากฏว่ามือเก่าคือพวกเราที่รวมตัวเล่นกันมาได้สัก ๑ สัปดาห์เล่นได้ดีกว่า ทั้งๆ ที่ดูจากสภาพร่างกายแล้ว ท่านที่มาใหม่น่าจะทำได้ดีกว่า  แสดงว่าการฝึกได้ผลจริงๆ  ทั้งความอ่อนตัวและความทนทาน (ของกล้ามเนื้อและข้อ)

ท่านใดสนใจก็ลองเริ่มต้นนะครับ อาทิตย์เดียวเห็นผล