บ้าน ณ ริมเขา เทือกเขาชายแดน

 

 

 

 

หลังจากที่ได้เดินทางกลับบ้าน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลบางประการที่นับว่า ตัวเองยังอยู่บนความสุขที่ตั้งหลายสิ่งหลายอย่างไว้ที่บ้าน

 

กลับบ้านรอบนี้ด้วยเหตุจากการที่ทางบ้านโทรมาบอกว่าคนที่บ้านป่วย ซึ่งในความรู้สึกแรกเลย ที่ได้ฟังเสียงนี้แล้ว ตัวผมเองแทบยืนไม่ได้ เพราะรู้แก่ใจดี ว่า ไม่ได้เดินทางกลับบ้านเกือบ 3 เดือน ด้วยเหตุผลบางอย่างที่เราพยายามตอบตัวเราว่า เรากำลังทำไรบางสิ่งบางอย่างในสิ่งที่ตัวเองวาดฝันไว้ แต่บางครั้งเราก็ลืมคนที่รออยู่ที่บ้านด้วย คนที่บ้านฌทรมาว่าจะกลับเมื่อไร เราก็บอกไปว่าสัปดาห์หน้า แต่สุดท้ายมันก็กลายเป็น 3 เดือนที่ผ่านพ้นไป โดยที่เราเองแทบลืมไปเลยว่าเราได้บอกกับคนที่รอว่าเรา กำลังจะกลับ เป็นการตั้งสินใจ ลาพักผ่อนในวันรุ่งขึ้นเพื่อเดินทางกลับบ้าน และเป็นการลา ครั้งที่สอง ในรอบ 2 ปี ที่ได้ลา และเหตุผลของการลาเป็นเหตุผลเดี่ยวกัน กับการลาครั้งที่ผ่านมา เพราะคนที่บ้านป่วยเช่นเดี่ยวกัน

 

การได้กลับบ้าน รู้สึกว่าที่บ้านเปลี่ยนไปมาก สังคมก็เปลี่ยนไปมาก หลายอย่างรู้สึกว่าเราไม่คุ้นชินกับมัน ทั้งๆที่เราเองก้โตมากับสังคมนี้ เกือบ 13 ปีที่อยู่บ้าน 6 ปี ไปมา กับอีก 4 ปี ที่นานๆ จะำได้กลับ และอีก 3 ปี ที่แวะกลับบ้าน อย่างเช่นที่เป็นอยู่

 

การกลับครั้งนี้กลับบ้านพร้อมกับน้ำตาที่ไหล จากความรู้สึกที่เราเองก้เรารู้อยุ่ว่า เราเป็นผุ้ที่ทำให้น้ำตาของตัวเองไหล กลับบ้านรอบบนี้เลยอยู่กับการดูแลที่เราจะต้องทำและให้มากที่สุดที่เราจะทำได้ แต่สุดท้ายคนป่วยก้คือคนที่ดูแลเราอีกครั้ง เมื่อเรากลับบ้าน ซึ่งผมเองสัมผัสได้ว่า แม้ว่าที่บ้านจะไปม่สบาย แต่เรากลับบ้านไป เราเองที่สบาย คนที่ไม่สบายมาดูแล เรา เพราะเราก็ยังเป็นเด็กในสายตาท่าน 

 

แต่การกลับบ้านรอบนี้ก็ได้บอกกล่าวบางเรื่องให้ที่บ้านรับทราบ ซึ่งอยากจะบอกท่านมานานแล้ว แต่ก็บอกไปก่อนเรื่องความเป็นไปก็ว่ากันต่อไป