
ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ในระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 1 เมษายน 2553 จะมีการประชุมระหว่างประเทศที่สำคัญครั้งหนึ่ง ในประเทศไทย เป็นการประชุมที่สำคัญมากๆ เพราะจะมีผู้นำสภาผู้แทนiรัฐสภาของประเทศต่างๆ และผู้ที่เกี่ยวข้องมากถึง 124 ประเทศ เดินทางมาประชุมสัมชชาสหภาพรัฐสภาในประเทศไทย
การประชุมในระดับนี้ไม่เกิดขึ้นบ่อย และต้องถือว่ามีความสำคัญ ไม่เฉพาะต่อประเทศไทยเท่านั้นแต่ต่อสังคมระหว่างประเทศด้วย สหภาพรัฐสภา IPU (Inter Parliamentary Union) มีสมาชิก 153 ประเทศ เป็นองค์การความร่วมมือระหว่างรัฐสภาของนานาประเทศที่สำคัญมากเพราะนอกจากจะส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาทั่วโลกแล้วยังส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย รักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ ดูแลเรื่องสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยซึ่งก็คือความอยู่ดีกินดีของประชาชนรากหญ้าด้วย
การที่สหภาพเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่จัดประชุมต้องถือว่าประเทศไทยได้รับเกียรติมาก
ตามข่าว ได้มีการเชิญชวนประชาชนไทย ร่วมเป็นเจ้าภาพต้อนรับสมาชิกรัฐสภานานาชาติ ในการจัดประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ( IPU) ครั้งที่ 122 ระบุ ถือเป็นโอกาสสำคัญอีกครั้งหนึ่งที่จะทำให้ต่างชาติได้เกิดภาพพจน์ที่ดีต่อประเทศไทย อันจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว และการลงทุนของประเทศต่อไป
การประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ( IPU) ครั้งที่ 122 จะจัดขึ้นที่ โรงแรมเซ็นทราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร ไทย ในฐานะประเทศเจ้าภาพ รัฐสภาไทย นอกจากจะได้ประชุมหารือถึงการพัฒนาระบบรัฐสภา สถานการณ์การเมืองและบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติ รวมทั้งบทบาทของภาคประชาชนแล้ว ในฐานะเจ้าบ้านที่ดี ยังได้ร่วมกับสมาคมการท่องเที่ยว จัดทัศนศึกษา ให้กับสมาชิกรัฐสภานานาชาติ ได้ท่องเที่ยวในสถานที่อันมีชื่อเสียงของไทย เช่น ตลาดน้ำ สวนสามพราน อยุธยา เกาะรัตนโกสินทร์
ประธานโลกสภาของอินเดีย ซึ่งเป็นผู้หญิง นาง Meira Kumar ซึ่งมีความประทับใจเมืองไทยมาก จะไปร่วมประชุมด้วย ซึ่งนับเป็นโอกาสดีที่จะมีการประชับความสัมพันธ์ของไทยกับอินเดียและประเทศสมาชิกอื่นๆ ด้วย
นาง Meira Kumar ผู้นี้ มีประวัติที่น่าสนใจมาก เป็นสตรีอินเดียที่สง่างาม เป็นนักกฏหมายและอดีตนักการทูต เกิดในรัฐพิหาร ถือเป็นผู้นำสำคัญคนหนึ่งที่กำเนิดมากจากตระกูลจัณฑาล นอกจากนั้นยังเป็นนักยิงปืนไรเฟิลที่เก่งกาจและมีความสามารถในการประพันธ์กลอนด้วย
ผลดีของการจัดประชุมระดับระหว่างประเทศในประเทศไทยนั้น ส่งผลไม่เฉพาะต่อภาพพจน์และชื่อเสียงอันดีของรัฐ แต่ต่อประชาชนในระดับรากหญ้าด้วย ผู้ประชุมหลายพันคน จะมาใช้จ่ายในเงินทองประเทศไทย ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการและโดยเฉพาะธุรกิจการท่องเที่ยว รวมไปถึงการลงทุนโดยตรง นอกจากนั้น ในระยะยาว ผู้ร่วมประชุมเหล่านี้ก็จะบอกปากต่อปาก นำคนมาเที่ยวประเทศไทยอีก เรียกว่าประเทศเจ้าภาพมีแต่ได้
ผมจึงอยากจะขอเชิญชวนให้ประชาชนชาวไทยทุกคน ไม่ว่าจะสีใดก็ตาม ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ เจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับแขกผู้มาเยือนในครั้งนี้
การประทัวงใดก็ตาม ขอให้ยึดมั่นในแนวทางสันติ ตามระบอบประชาธิปไตยซึ่งนับว่าไทยเรามีมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน เป็นบทเรียนที่ต้องร่วมกันผ่านพ้นไปให้ได้
แต่ในเฉพาะหน้า ขอให้ช่วยกันรับการประชุมสำคัญนี้ให้ผ่านพ้นไปด้วยดีก่อนนะครับ
สวัสดีค่ะ
แวะมารับข้อมูลดีๆค่ะ
ร่วมใจเป็นเจ้าบ้านที่ดีด้วยนะคะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ค่ะ แสดงจุดยืนในการร่วมใจเป็นเจ้าบ้านที่ดีค่ะ
คุณ krutoiting ครับ
การที่สมาชิกสหภาพรัฐสภาจำนวนกว่า 124 ประเทศเดินทางมาร่วมประชุมที่เมืองไทย ท่ามกลางสถานการณ์จากสื่อทั้งไทยและต่างประเทศที่ออกมาหลายกระแสนั้น แสดงว่าทุกคนเชื่อมั่นว่า แม้จะมีสถารการณ์ แต่รัฐบาลและคนไทยก็จะให้การต้อนรับและจัดการประชุมได้อย่างไม่มีปัญหา
นี่ครับคือภาพพจน์ ชื่อเสียงของประเทศไทย ที่ไม่ว่าสีใด ฝ่ายใด ก็ควรภูมิใจและช่วยกันรักษาเอาไว้ เพราะสิ่งนี้มิได้สร้างกันง่ายๆ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันครับ
คุณ noktalay ครับ
ในโลกนี้มีกว่า 200 ประเทศ เชื่อได้เลยครับว่าประเทศที่ใครๆ อยากมาหนึ่งใน 10 ประเทศมีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย
สิ่งที่ผมได้ฟังจากคนต่างชาติ รวมทั้งคนอินเดียด้วยคือคนไทยมีน้ำใจ ยิ้มแย้ม ต้อนรับดีมาก
ถือเป็นต้นทุนของประเทศที่วิเศษสุดแล้วครับ
หากทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ก็ถือว่าเราโชคดีครับ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายครับ