วัดทางสายตั้งอยู่บนยอดเขาธงชัย ริมทะเลบ้านกรูด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นวัดเก่าแก่และสำคัญซึ่งมีปูชนียสถานที่สำคัญ สวบงาม น่าท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของประเทศไทย

สวัสดีครับ

วันนี้ขอนำเสนอเส้นทางการเดินทางสู่จังหวัดตรัง เพื่อเข้าประชุมวิชาการกับสมาคมศิษย์เก่ารังสีเทคนิค รามาธิบดี พวกเราได้แวะเข้าที่ไป วัดทางสาย ระหว่างที่ขับรถบนถนนเพชรเกษม มีป้ายเชิญชวนให้เข้ามาไหว้พระที่วัดทางสาย วัดอยู่ห่างจากประจวบคีรีขันธ์ไม่ไกล บริเวณชัยเกษม เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 10 กิโลเมตร ถนนเรียบทางสะดวก

รถแล่นผ่านหมู่บ้าน สวนมะพร้าว สวนยาง ที่ร่มรื่น ที่ตั้งของวัดจะอยู่ใกล้เขาธงชัย ริมทะเลบ้านกรูด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  

 

 

พวกเราเข้าไปกราบไหว้พระพุทธรูปหยกขาว ที่สร้างจากในลักษณะศิลปะของประเทศพม่า ที่อยู่ในศาลา

 

 

 

 

ด้านข้างศาลามีต้นเฟื้องฟ้าที่แขวนคติธรรมสอนใจจำนวนมากมาย ผมให้น้องเมฆ เป็นนายแบบถ่ายภาพกับต้นที่ผมเรียกว่า ต้นคติธรรม

ชาวพุทธได้พบเห็น ได้เรียนรู้ ธรรมะหลายเรื่อง ที่เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ ธรรมะจะมีประโยชน์หรือไม่ ก็ขึ้นกับการกระทำ การนำไปใช้ ดังคำกล่าวที่ว่า ธรรมะใดๆ ก็ไร้ค่า ถ้าไม่ทำ

 

 

เมื่อไหว้พระหยกเรียบร้อยแล้ว ต้องขับถนนขึ้นเขาไปอีกไม่ไกล ถนนค่อนข้างลาดชัน ดังนั้นต้องประเมินกำลังเครื่องยนต์และฝีมือผู้ขับด้วยนะ ครับ

บนยอดเขาแบ่งออกเป็นสองส่วน

ส่วนแรก คือ พระพุทธกิติสิริชัย เป็นพระพุทธเจ้าปางสมาธิ ตั้งอยู่เด่นเป็นสง่าบนเนินเขา หันหน้าออกสู่ท้องทะเล

รอยด่าง

ภาพนี้เป็นด้านหลังของพระพุทธรูป มีรอยด่าง ทำให้พระพุทธรูปไม่สวยงาม ทำให้ผมนึกถึงคำสอนบางส่วนของเรื่อง เสียดาย โดยท่าน ว.วชิรเมธี

 

น่าเสียดาย ที่เรามีพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ
แต่เรากลับศรัทธาไสยศาสตร์หัวปักหัวปำ  

 

 

น่าเสียดาย บางส่วนสำหรับความคิดของผม 

น่าเสียดาย กับบางท่านที่ได้มีโอกาสบวชในพระพุทธศาสนา ได้มีโอกาสเรียนรู้ ปฏิบัติธรรมะ ได้ฝึกฝนการละกิเลส ได้ปลีกวิเวก ได้สร้างอานิสงค์

 

แต่กลับเป็นเพียง... ชายในผ้าเหลือง พระภิกษุที่ครองผ้าเหลืองอยู่นั้น แต่ประพฤติปฏิบัติตนไม่เหมาะสมกับการเป็นสมณะ

นอกจากนี้ยังมีพวก พระเก๊ หรือ มารศาสนา ที่บวชเพื่อความอยู่รอด อาศัยขอเขากินไปวันๆ หรือบวชเพื่อหวังผลประโยชน์จากการเป็นพระ ทำให้พระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบได้รับความเสื่อมเสียไปด้วย เสมือนเป็นการสร้างรอยด่างให้กับพระพุทธศาสนา 

คงต้องเป็นหน้าที่ของพวกเราเหล่าพุทธศาสนิกาชน คงต้องช่วยกันดูแล บำรุงรักษาพระพุทธศาสนากันต่อไป  พยายามลดหรือขจัดรอยด่างที่ไม่ดีต่อพุทธศาสนาเหล่านี้ ให้ลดน้อยหรือหมดไป รักพระพุทธศาสนา โปรดช่วยกันดูแลพระสงฆ์ด้วยนะ ครับ

 

 

ส่วนที่สอง คือ พระมหาเจดีย์ภักดีประกาศ

เดินขึ้นเขาประมาณ 200 เมตร ที่ประตูทางเข้ามียักษ์เฝ้าอยู่ 2 ตน ที่สร้างตบแต่งด้วยศิลปะสวยงามแบบไทย

น้องเมฆและยักษ์

ทางขึ้นไปสู่ พระมหาธาตุฯ หัวบันไดสร้างเป็นรูป พญานาค 5 เศียร ที่ผมกับน้องเมฆถ่ายไว้คนละมุมมอง

แต่ละคน มีแนวคิด มีมุมมอง มีจินตนาการ ที่มีความแตกต่างกันได้ (แม้จะเป็นพ่อ-ลูกกัน) การมองเห็นคุณค่าของแต่ละคน การเคารพความคิดเห็นของคน จึงมีความสำคัญอย่างหนึ่งในชีวิต

 

 

เมื่อเดินขึ้นมาถึงพระมหาธาตุเจดีย์ ยิ่งเห็นความสวยงามของศิลปะมากขึ้นเรื่อยๆ

ทางเดินเข้ามีพรมแดง(ซ้ายมือ) ไว้ป้องกันความร้อนจากพื้น  ทำให้ไม่ต้องรีบเพราะร้อน เดินไป ชมไป สบายๆ ครับ

 

ด้านข้างมีหอกลอง หอระฆัง และเจดีย์ขนาดเล็ก

 

 

 

ภายในพระมหาเจดีย์ฯ มีพระพุทธรูปและภาพเขียนฝาผนังสวยงาม แต่มีป้ายบอกห้ามถ่ายภาพ ผมเลยไม่มีโอกาสนำภาพสวยมาให้ท่านที่ไม่มีโอกาสไปได้ชมกัน

 

ผมลองเข้าในไปหลาย web เห็นมีภาพถ่ายภายในพระมหาเจดีย์ฯด้วย หากสนใจลองสืบค้นดูนะครับ ขอรับรองว่าภายในและภายนอกของพระมหาเจดีย์แห่งนี้ สวยงามจริง

ระหว่างเดินอยู่มีลมทะเลพัดมาข้างในเป็นระยะๆด้วย ครับ

 

 

เมื่อลงจากเขา หากเลี้ยวซ้ายสามารถชมชายหาดได้ พวกผมได้แวะชมหมู่เรือหาปลาจอด หมู่บ้านชาวประมงที่เตรียมอุปกรณ์ออกหาปลากัน ได้ถ่ายรูปและสัมผัสบรรยายกาศชีวิตอีกแบบหนึ่ง

 

 

 

สรุป : วัดและพระเป็นของคู่กับ การไปวัดไปพบพระ ไปกราบไหว้ ทำให้ได้ระลึกถึงและรับรู้สิ่งดีๆ เมื่อมีโอกาส ก็ต้องพยายามทำและรักษาไว้ รวมถึงนำสิ่งดีๆมาใช้ มาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นมงคลแห่งชีวิต  

หลายคำสอนที่เตือนใจ

แสวงหาลาภจากการงาน ดีกว่าบนบานบวงสรวง 

ที่ทำดีไม่ได้ดี เพราะทำดียังไม่มากพอ 

คนขยัน คือ คนโชคดี ความขยันจึงเป็นพรอันประเสริฐ