เที่ยงวันที่ ๑๐ มี.ค. ๕๓ ผมบึ่งจาก อิมแพ็คท์ เมืองทองธานี จากงาน HA National Forum 11 ไปโรงแรมสยามซิตี เพื่อร่วมการประชุมนี้ เป็นการประชุมสืบเนื่องจากการมีอาจารย์มหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่งลงชื่อคัดค้าน TQF ไปยังนายกรัฐมนตรีตามข่าวนี้ และที่นี่
บทความวิพากษ์วิจารณ์ TQF อย่างเป็นระบบในวารสารวิภาษา อ่านได้ที่ ๑ ,๒ แถมบทความเล่าการไป postdoc ที่มหาวิทยาลัย เยล เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว ของ รศ. ดร. ชัยรัตน์ เจริญสินโอฬาร อ่านได้ที่นี่
ปัญหาที่เกิดขึ้น ดูจะสอดคล้องกับบันทึกเรื่อง TQF บันทึกแรก ที่ผมได้เตือนวิธีจัดการไว้แล้ว ที่นี่ วันนี้เรามาสุนทรียสนทนา (dialogue) กัน เพื่อรับฟังซึ่งกันและกัน ซึ่งในสายตาของผม แสดงวุฒิภาวะของคนมหาวิทยาลัย ที่มานั่งคุยกันเรื่องความเห็นที่แตกต่างกันได้ หรืออาจกล่าวว่า เราวิวาทะกันด้วยสันติวิธี เพราะต่างก็ยึดมั่นในคุณภาพของอุดมศึกษา
มีการพูดกันหลายครั้ง ว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่สถาบันและคนที่มาร่วมเสวนาในห้องประชุม แต่อยู่ที่บางสถาบัน และคนบางกลุ่ม ที่ รศ. ดร. บวร ปภัสราทร เอามาฉายให้ดู ว่าโฆษณาผู้บริหารหลักสูตรและลักษณะของหลักสูตรอย่างไร เป็นภาพที่น่าละอาย และ TQF ขจัดได้ แต่วิธีกำกับที่ สกอ./กกอ. ใช้อยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้ผล
ที่จริงข้อสรุปทั้งหมดไปตกอยู่ที่การปฏิบัติ ตามหัวข้อการประชุม คือต้องมอง TQF เป็น “กรอบกว้างๆ” ตามชื่อของมัน และใส่ความยืดหยุ่นในวิธีใช้ให้มากที่สุด คำนึงถึงความแตกต่างของวัฒนธรรมวิชาการของต่างสาขา และให้อิสระแก่สถาบันในการกำหนดรายละเอียดและการดำเนินการ IQC ของตนเอง
โดยต้องไม่ลืมดำเนินการใช้ TQF ให้ได้ประโยชน์จากคุณค่าของมัน ซึ่งผมสรุปเอาเอง (ไม่ทราบว่าครบไหม) ดังนี้
• Student mobility / internationalization
• Relevance ต่อการทำงาน และการใช้ชีวิตในสังคมยุคปัจจุบันและอนาคต ใช้เป็นเครื่องมือให้มหาวิทยาลัยใช้คุยกับ real sector
• Quality ของอุดมศึกษา
• Lifelong Learning
• ความเชื่อมโยงระหว่างการศึกษาระดับต่างๆ ทั้งเด็กเล็ก ประถม มัธยม อาชีวศึกษา อุดมศึกษา และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ส่วนนี้แหละที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุด และประเทศไทยยังไม่ได้ทำเลย การปฏิรูปอุดมศึกษารอบสองก็ไม่ได้คิดถึงเครื่องมือนี้เลย
เหตุการณ์ต่อต้าน TQF นี้เป็นบทเรียนอย่างดีสำหรับ change management ในบริบทของมหาวิทยาลัย ซึ่งต้องการ communication ในลักษณะของการ่วมกันเป็นเจ้าของ ร่วมกันทำ change process
วิจารณ์ พานิช
๑๑ มี.ค. ๕๓

บรรยากาศในการประชุม

อีกมุมหนึ่ง

ทีมงานและนักข่าว