ที่มาของข้อมูล สำนักงานเกษตรจังหวัดขอนแก่น

การจัดการความอุดมสมบูรณ์ของดิน

     การใช้วัสดุอื่นแทนปุ๋ยเคมี  คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการควบคุมความอุดมสมบูรณ์ของดินสำหรับการผลิตข้าวอินทรีย์  สามารถแบ่งออกได้เป็น  3  ส่วน คือ การจัดการดิน การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และการใช้วัสดุอินทรีย์ทดแทนปุ๋ยเคมี
1. การจัดการดิน
     ไม่เผาตอซัง  ฟางข้าวและเศษวัสดุอินทรีย์ในแปลงนาเพราะเป็นการทำลายอินทรีย์วัตถุและจุลินทรีย์ดินที่มีประโยชน์ควรไถกลบ ตอซํง ฟางข้าว และเศษวัสดุอินทรีย์ต่างๆ ลงในดินทุกปี
     เพิ่มอินทรีย์วัตถุให้กับดินโดยการปลูกพืชโดยเฉพาะพืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วเขียว ถั่วพร้า โสน ปอเทือง เป็นต้น
               
                           ต้นปอเทือง                                                                    ต้นโสน
 
                         ต้นถั่วเขียว
     ป้องกันการสูญเสียหน้าดินเนื่องจากการชะล้าง  โดยใช้วัสดุคลุมดินพืชคลุมดิน และควรมีการไถพรวนอย่างถูกวิธี
     ควรวิเคราะห์ดินนาทุกปี  แล้วแก้ไขภาวะวามเป็นกรดเป็นด่างของดินให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของต้นข้าว (ประมาณ 5.5 - 6.5) ถ้าพบว่าดินมีความเป็นกรดสูงแนะนำให้ใช้ปูนมาร์ล  ปูนขาว หรือขี้เถ้าไม้  ปรับปรุงสภาพดิน
2. การใช้ปุ๋ยอินทรีย์
     หลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยเคมีสังเคราะห์ทุกชนิดและยายามแสวงหาปุ๋ยอินทรีย์จากธรรมชาติมาใช้อย่างสม่ำเสมอ  แต่เนื่องจากปุ๋ยอินทรีย์ธรรมชาติแทบทุกชนิดมีความเข้มข้นของธาตุอาหารค่อนข้างต่ำ  จึงต้องใช้ในปริมาณที่สูงมากและอาจมีไม่พอเพียงสำหรับการปลูกข้าวอินทรีย์  และถ้าหากมีการจัดการที่ไม่เหมาะสมก็จะเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิต  จึงแนะนำให้ใช้หลักการธรรมชาติที่ว่า "สร้างให้เกิดในพื้นที่ใช้ทีละน้อยสม่ำเสมอเป็นประจำ"
3. ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และเศษใบไม้
     ใช้ในอัตรา 100 - 500 กก./ไร่  โดยการใส่ให้ทั่วแปลง  แล้วไถกลบลงดินก่อนการปักดำ  หรือหว่านข้าวประมาณ  7 - 10 วัน ถ้าหากไม่สามารถใส่ปุ๋ยอินทรีย์ตามอัตราที่กำหนดก็ให้ใส่เท่าที่หาได้ทีละเล็กน้อย แต่ใส่สม่ำเสมอทุกปี
                                
                                                  ปุ๋ยคอก                                                        ปุ๋ยหมัก
4. การปลูกปุ๋ยพืชสดร่วมระบบกับข้าว
     เช่น  การหว่านปุ๋ยคอก  ปุ๋ยหมัก  พืชตระกูลถั่วต่างๆ เช่น ถั่วพุ่ม  ถั่วลิสง  หรือโสนต่างๆ  ให้หว่านเมล็ดพืชอัตรา  5  ก.ก./ไร่  จนพืชสดมีอายะ 50 - 60 วัน แล้วจึงไถกลบลงดินก่อนการปักดำหรือหว่านข้าวประมาณ  7 - 10 วัน
5. การใส่ปุ๋ยอินทรีย์น้ำหรือปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ
     โดยการผลิตปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพจากผัก  ผลไม้  ปลา  หรือหอยเชอร์รี่  โดยใช้สัดส่วนหมักในกากน้ำตาล : น้ำ ในสัดส่วน 3:1:1 ใช้เวลา 7 วัน (ผักและผลไม้) และจากหอยเชอรี่หรือปลา (21 วัน) จากนั้นผสมน้ำหมักชีวภาพ 1 ส่วน : น้ำ 500 ส่วนฉีดพ่นอัตรา 5 ลิตร / ไร่ ใส่ 4 - 5 ครั้ง  ในระยะเตรียมดิน  ระยะแตกกอใส่ 2 ครั้ง ระยะตั้งท้องและออกดอก
6. การใช้อินทรีย์วัตถุบางอย่างทดแทนปุ๋ยเคมี
     หากปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการความสมบูรณ์ของดินข้างต้นแล้ว  ยังพบว่าดินมีความสมบูรณ์ไม่เพียงพอหรือขาดธาตุอาหารที่สำคัญบางชนิดไป  สามารถนำอินทรีย์วัตถุจากธรรมชาติต่อไปนี้ทดแทนปุ๋ยเคมีบางชนิดได้  คือ 
          แหล่งธาตุไนโตรเจน  เช่น  แหนแดง  สาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียว  กากเมล็ดสะเดา  เลือดสัตว์แห้ง  กระดูกป่น  เป็นต้น
          แหล่งธาตุฟอสฟอรัส  เช่น  หินฟอสเฟต  กระดูกป่น  มูลไก่  มูลค้างคาว  กากเมล็ดพืช  ขึ้เถ้าไม้  สาหร่ายทะเล  เป็นต้น
          แหล่งธาตุโพแทสเซียม  เช่น  ขี้เถ้า  และหินปูนบางชนิด
          แหล่งธาตุแคลเซียม  ปูนขาว  โคโลไมท์  เปลือกหอยป่น  กระดูกป่น  เป็นต้น