(13)   ทางใครทางมัน

           

บทความนี้ผมได้คัดลอกมาจากวารสาร การบริหารและธุรการ ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปีที่ 4 ฉบับที่ 11 ประจำเดือน พฤษภาคม สิงหาคม 2547  ซึ่งเขียนโดยคุณ เสถียร  คามีศักดิ์ เจ้าหน้าที่บุคคลชำนาญการพิเศษ 9 ระดับ 9

             ผมอ่านแล้วเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์แก่ข้าราชการพล เรือน

ในสถาบันอุดมศึกษาทุกท่าน โดยเฉพาะข้าราชการหรือพนักงานมหาวิทยาลัยที่เป็นสายสนับสนุนในมหาวิทยาลัย/สถาบัน   ที่มีผู้บริหารมหาวิทยาลัยเป็นผู้ที่มี ใจเป็นธรรม และ ใจกว้าง  พอที่จะยอมรับความเป็นจริงในบทความนี้

 

     บทความ ทางใครทางมัน เป็นดังนี้ครับ..........

 

              บุคลากร(ในมหาวิทยาลัย)ไม่ว่าจะเป็นสาย ก. สาย ข. หรือ สาย ค. ต่อไปตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.25...  มาตรา 18 คงจะต้องเป็นข้าราชการ(ก)ตำแหน่งวิชาการ ซึ่งทำหน้าที่สอนและวิจัย หรือทำหน้าที่วิจัยโดยเฉพาะ(ข) ตำแหน่งประเภทผู้บริหาร(ค) ตำแหน่งประเภททั่วไป วิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะ ต่างต้องมีจิตสำนึกในความเป็นข้าราชการ ที่ต้องเป็นผู้นำที่แสดงศักยภาพและปฏิบัติงานให้เต็มศักยภาพ เพื่อเป็นตัวอย่างแก่ บุคลากรผู้ปฏิบัติงาน  โดยทั่วไป(เข้าใจว่าเป็นอย่างนั้น)ผู้เขียน (คุณเสถียร  คามีศักดิ์)ในฐานะบุคลากรสาย ค. ได้พยายาม แสดงศักยภาพและปฏิบัติงานให้เต็มศักยภาพและสร้างความเป็นเลิศที่ตัวเองเป็นผู้นำ(คิดเอาเอง) ตามความรู้ความสามารถในแนวทาง หรือถนน หรือตามสายงานที่เปิดให้เดินไปได้ โดยไม่ผิดกฎหมาย

            ตามกฎหมายกำหนดทางเดินของข้าราชการไว้ในกฏทบวงฉบับที่ 2 (พ.ศ.2519) ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยมี 3 สาย คือสาย ก. มีตำแหน่งอาจารย์  ผู้ช่วยศาสตราจารย์  รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ ซึ่งทำหน้าที่สอน วิจัย และให้บริการวิชาการ  สาย ข. เป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ให้บริการทางวิชาการ และสาย ค. เป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวกับการบริหารและธุรการ ซึ่งต่อไปคงเปลี่ยนไปตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.25....คาด ว่าจะประกาศใช้ประมาณเดือนตุลาคม 2547

            ทางของแต่ละสาย ก.ม.(คณะกรรมการข้าราชการพล เรือนใน

มหาวิทยาลัย ต่อไปคงเป็น ก.พ.อ. = คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา) กำหนดไว้เป็นการเฉพาะของแต่ละสายไป

            ทางของสาย ก. ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าตำแหน่งสูงสุดทางสายวิชาการคือ ศาสตราจารย์ ระดับ 11 และทางสายบริหารคือ อธิการบดี

            ทางสาย ข. และ สาย ค. ผู้อ่านบางท่านอาจสับสนว่าพวกเขาจะไปทางไหน ? มีตำแหน่งอย่างไร ? มีทางไปสูงสุด อย่างไร ?

            ทางของ สาย ข. จากตำแหน่งปกติในปัจจุบัน เลื่อนเป็นผู้ชำนาญการระดับ 6  ผู้ชำนาญการระดับ 7-8 ผู้เชี่ยวชาญระดับ 9  ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ระดับ 10 หรืออีกทางหนึ่งไปทางสายการบริหารสามารถเป็นหัวหน้างาน ระดับ 7  ผู้อำนวยการกอง ระดับ 8 หรือหัวหน้าฝ่ายระดับ 8

            ทางของ สาย ค. จากตำแหน่งปัจจุบันสามารถเลื่อนเป็นผู้ชำนาญการระดับ 6  ผู้ชำนาญการระดับ 7-8  ผู้ชำนาญการพิเศษ ระดับ 9   ผู้ชำนาญการพิเศษ ระดับ 10 หรือไปอีกทางหนึ่งทางสายบริหารสามารถเป็นหัวหน้างาน ระดับ 7  ผู้อำนวยการกอง หรือหัวหน้าฝ่าย หรือเลขานุการคณะ ระดับ 8 หรือหัวหน้าสำนักงานอธิการบดี ระดับ 9

            ตามกฎติกามารยาท ถึงแม้มหาวิทยาลัยจะออกนอกระบบ ข้าราชการต้องเปลี่ยนเป็นข้าราชการของแต่ละมหาวิทยา ลัยก็ตาม ความก้าวหน้าตามระบบใหม่คงต้องมีอยู่ แต่เป็นการเดินทางใครทางมัน   เปรียบเหมือนการขับขี่รถที่ถูกกฎจราจร จะทำให้ปราศจากอุบัติเหตุ หรือปัญหาข้อขัดแย้งทั้งมวล

            แนวคิดพื้นฐาน คนนอกระบบที่มีสถานะเป็นข้าราชการของแต่ละมหาวิทยาลัย ปัจจุบันแนวคิดเปลี่ยนไปเป็น ข้าราช การมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  หรือข้าราชการมหาวิทยา ลัยเกษตรศาสตร์  หรือข้าราชการมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่ง เป็นข้าราชการของแต่ละมหาวิทยาลัยกันไปอาจมี 2 สาย  คือสายวิชาการกับสายที่ไม่ใช่วิชาการ ความก้าวหน้าของแต่ ละสายงานต้องเปิดโอกาสให้เดินทางใครเดินทางมัน ผู้ควบคุมกฎระเบียบ ข้อบังคับ หรือผู้วางกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ต้องใจกว้างพอ อย่าปิดกั้นให้เป็นทางตัน แต่ถ้าปิดเพื่อซ่อมแซมหรือปรับปรุงให้ทันสมัยคงไม่เป็นไร แต่ถ้าหากปิดตาย หรือเปิดทางให้แต่เอาขวากหนามมากั้น หรือทางเดินเป็นหลุม เป็นบ่อ ก็จะ เกิดปัญหาได้ หรือจราจรไม่อำนวยความสะดวกในการจราจร ไม่หาวิธีการใหม่ๆ มาปฏิบัติหน้าที่ ไม่เสนอแนะหาถนนหนทาง ใหม่ๆ ไม่ควบคุมกฎจราจร  ปล่อยให้คนขับรถทำผิดกฎ ไม่มี จรรยาบรรณ ไม่มีวินัย ปัญหาต่างๆ ก็เกิดขึ้นแน่นอนหรือหาก ปล่อยให้คนขับรถถกเถียงกัน ทะเลาะกัน ก้าวก่ายหน้าที่กัน ปล่อยให้รถรถติดอยู่บนถนน หรือจราจรไม่รู้กฎหมาย หรือรู้ แต่รู้ไม่จริง ปัญหาต่างๆก็ต้องเกิด อาจต้องรวมถึงคนขับรถ ต้องคอยดูแล เติมน้ำมัน ซ่อมแซม ปรับปรุง ทำประกัน มีใบ ขับขี่ หรือต้องมีการเปลี่ยนรถใหม่ด้วย และศักดิ์ศรีความเป็น มนุษย์ สิทธิ เสรีภาพของการจราจร คนขับรถ ย่อมต้องได้รับ ความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ จึงจะทำให้การเดินทางไปสู่ จุดหมายได้ตามต้องการ

            ถ้าเปรียบกับผู้บริหารมหาวิทยาลัย หรือคณะกรรม การบริหารงานบุคคลเหมือนกับจราจร ผู้บริหารมหาวิทยาลัย หรือคณะกรรมการบริหารงานบุคคลต้องรู้กฎ ระเบียบ ข้อ บังคับอย่างชัดเจนทุกคน จะรู้แบบงูๆ ปลาๆ อย่างผิวเผินไม่ได้ เพราะจะต้องเป็นผู้รักษากฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ให้ดำเนินการ ไปอย่างถูกต้อง ยุติธรรม โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้น ตอน พร้อมทั้งต้องอำนวยความสะดวกให้กับข้าราชการของ แต่ละมหาวิทยาลัยด้วย เพื่อให้การปฏิบัติงานดำเนินไปสู่จุดหมายปลายทาง หรือวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยโดยรวม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และถ้าเปรียบข้าราชการของแต่ละ มหาวิทยาลัยเหมือนคนขับรถข้าราชการของแต่ละมหาวิทยาลัย จะต้องรู้ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ เป็นผู้มีวินัย มีจริยธรรม ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่วางไว้ จะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ รวมทั้งต้องคอยควบคุม ดูแล แก้ไขปัญหา หรือเปลี่ยนแปลง ศึกษาหา ความรู้ เพื่อการปฏิบัติงาน และต้องเดินทางให้ถูกทาง จะทำให้การปฏิบัติงานไปสู้จุดหมายปลายทางตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยโดยรวมอย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน

บทส่งท้าย : -

- ประการที่หนึ่ง การก้าวก่าย อิจฉาตาร้อนซึ่งกันและกันในแต่ละสายงาน

- ประการที่สอง ต้องเปิดทางให้แต่ละสายเดินทางได้อย่างเต็มความรู้ความสามารถ เต็มศักยภาพ โดยไม่ปิดกั้น

- ประการที่สาม การดำเนินการต้องโปร่งใส ยุติธรรม สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน อย่างเป็นรูปธรรม

-           ประการที่สี่ ผู้รักษากฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ทุกคน ต้อมี ความรู้ในกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ อย่างชัดเจนทุกคน โดย

ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ  เสรีภาพ ที่ได้รับ ความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธ ศักราช 2540

                         ***************************