หลังจากการกลับบ้านเดือนละครั้ง แก้วได้มีโอกาสไปค้นหนังสืออ่านเล่นบนชั้นหนังสือของน้องแก้ม หลานสาววัยสิบขวบผู้สอบผ่านนักธรรมตรีไปเรียบร้อยแล้ว เผอิญไปเจอหนังสือเล่มหนึ่ง ที่แรกเห็น ชื่อก็สะดุดใจ ภาพก็สะดุดตาเหลือเกินค่ะ ชื่อว่า "ชวนม่วนชื่น" เปิดดูคำนำสักหน่อย คนเขียนเขียนไว้ว่า...
"ชีวิตคนเราเปรียบเสมือนเรื่องราวมากมายที่ประสานสัมพันธ์ถักทอไว้ด้วยกัน ดังนั้น นิทานจึงสามารถสื่อความจริงของชีวิตได้ดีกว่าทฤษฎีหรือปรัชญาล้วนๆ คนเราจึงชอบฟังนิทาน"
ค่ะ หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือนิทาน ที่สอดแทรกคำสอนทางพระพุทธศาสนา โดยพระอาจารยพรหม แปลโดยศรีวรา อิสสระ
เนื้อหาในหนังสือมีหลายตอน หลากหลายเรื่อง แก้วตั้งใจจะนำมาแบ่งปันให้กับเพื่อนๆชาว gotoknow และผู้ที่เผอิญผ่านมาใน blog นี้ ได้สัมผัส รับรู้เหมือนที่แก้วได้รับมา ตั้งใจว่าจะเอาเขียนปิดท้ายทุกครั้งที่มานั่งเขียนบันทึกใน blog ยังไงไปเริ่มกันที่เรื่องแรกกันเลยดีกว่าค่ะ
เรื่อง ขี้วัวเต็มคันรถบรรทุก
สิ่งที่ไม่พึงปรรถนาเช่นการเป็นที่โหล่ของชั้น เกิดขึ้นได้ในชีวิต มันเกิดขึ้นได้กับทุกคน ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวระหว่างผู้มีความสุขกับผู้ที่ชอบซึมเศร้าอยู่ที่ว่าเขาตอบสนองต่อสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นในชีวิตอย่างไร
ลองนึกวาดภาพ วันหนึ่งเราเพิ่งกลับจากเที่ยวทะเลอย่างสนุกกับเพื่อน มาถึงบ้านได้พบกองขี้วัวเต็มคันรถบรรทุกถูกเททิ้งไว้ที่หน้าบ้านของเรา ที่ต้องรู้ 3 อย่างเกี่ยวกับขี้วัวกองมหึมานี้คือ
- เราไม่ได้สั่งซื้อขี้วัวกองนี้ มันไม่ใช่ความผิดพลาดของเราแน่ๆ
- ขี้วัวกองนี้เป็นเรื่องของเราแล้ว ไม่มีใครเห็นว่าใครเอาขี้วัวมาทิ้งไว้ที่นี่ เราไม่สามารถจะไปเรียกใครมา รับผิดชอบเก็บมันไปทิ้งได้
- มันสกปรก และน่ารังเกียจ กลิ่นเหม็นโฉ่ของมันกระจายเข้าไปทั่วบ้าน แทบจะทนไม่ไหวเอา ทีเดียว
อุปมาอุปไมย ขี้วัวกองมหึมาหน้าบ้านของเรานี้ กับประสบการณ์อันแสนเจ็บปวดที่เข้ามาในชีวิต และเช่นเดียวกับขี้วัวเต็มคันรถบรรทุกกองนั้น 3 เรื่องที่เราต้องรู้เกี่ยวกับโศกนาฎกรรมในชีวิตของเราคือ
- เราไม่ได้เรียกหามัน เรามักจะพูดว่า “ทำไม ต้อง เป็นฉัน?”
- มันเป็นเรื่องของเรา ไม่มีใครสักคนแม้แต่เพื่อนรักที่สุด ของเราจะสามารถเอามันไปจากเรา (แม้ว่าพวกเขาอาจจะพยายามก็ตาม)
- มันน่ากลัว มันทำลายความสุขของเรา และความปวดร้าวในใจนั้นลึกเข้าไปในชีวิตของเราทั้งชีวิตมันแทบจะทนไม่ไหวเอาทีเดียว
การตอบสนอง ต่อเรื่องขี้วัวนี้มีอยู่ 2 ทางด้วยกัน ทางแรก คือการหอบขี้วัวไปไหนมาไหนกับเรา เราเอาขี้วัวบางส่วนใส่ไว้ในกระเป๋าบ้าง ใส่ไว้ในถุงบ้าง และใส่ไว้ในเสื้อผ้าบ้าง เรายังเอาขี้วัวใส่ไว้ในกางเกงของเราด้วย เมื่อเราหอบหิ้วขี้วัว ไปไหนมาไหนกับเรา เราพบว่า เราเสียเพื่อนไปมากมายทีเดียว แม้แต่เพื่อนที่สนิทกับเรามากที่สุดยังหายหน้าหายตาไปจากเรา ไม่ได้พบกันบ่อยเหมือนเคย
การหอบขี้วัวไปไหนต่อไหนกับเรา อุปมาเปรียบเทียบได้ กับการจม อยุ่ในความซึมเศร้า การมองในเชิงลบ และ โทสะ มันเป็นการตอบสนองต่อความโชคร้ายที่แสนจะธรรมดา และย่อมเป็นที่เข้าใจได้ แต่เราต้องสูญเสียเพื่อนไปแยะทีเดียว เพราะมันก็เป็นเรื่องธรรมดา และเข้าใจได้เช่นกันว่า เพื่อนๆ ของเราย่อมไม่ชอบที่จะอยู่ใกล้ๆ เราขณะที่เราซึมเศร้า เช่นนั้น ยิ่งไปกว่านั้น กองขี้วัวไม่ได้ลดขนาดลง แต่กลิ่นของมันนานวันเข้ากลับยิ่งเหม็น ขึ้น เรื่อยๆ
โชคยังดีที่เรามีทางที่สองเมื่อเราโดนขี้วัวเต็มคันรถบรรทุกเทใส่ เราก็ถอนใจสักเฮือก และเริ่มลงมือทำงาน เราขนรถเข็น ส้อมง่าม และพลั่ว ออกมา เราโกยขี้วัวใส่รถเข็น เข็นรถไปหลังบ้าน ฝังมันไว้ในสวน มันเป็นงานที่แสนยากและน่าเหน็ดเหนื่อย แต่เรารู้สึกว่ามันไม่มีทางเลือกอื่นใด บางครั้งบางคราว เท่าที่เราสามารถจัดการได้ ในวันหนึ่งๆ อาจจจะได้เพียงครึ่งรถเข็นเท่านั้น เรากำลังจัดการอะไรสักอย่างกับปัญหา แทนที่จะเอาแต่บ่นว่า จนนำไปสู่ความซึมเศร้า วันแล้ววันเล่าที่เราโกยขี้วัว วันแล้ววันเล่าที่กองขี้วัว ค่อยๆเล็กลงบางครั้งอาจจะกินเวลาหลายปีทีเดียว แต่เช้าวันหนึ่ง จะมาถึง เมื่อเราพบว่า ขี้วัวหน้าบ้านเราได้หายไปหมดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นปาฎิหารย์ได้เกิดขึ้นที่อีกด้านหนึ่งของบ้าน ..... ดอกไม้ในสวนบานสะพรั่ง สวยงาม สีสันสดใส ไปทั้งสวน กลิ่นหอมของดอกไม้โชยไปถึงถนน ทำให้เพื่อนบ้าน และแม้แต่คนที่เดินผ่านไปมายิ้มอย่างสุขใจ ต้นผลไม้ที่มุมสวนเกือบจะโค่นลงอยุ่แล้ว ด้วยความหนักของผลไม้ แล้วผลไม้ก็หวานอร่อย ชนิดที่เราหาซื้อที่ไหนไม่ได้ แถมมันยังมากมายเหลือเฟือ จนเราสามารถแบ่งปัน ให้แก่เพื่อนบ้าน หรือ แม้แต่ผู้คนที่เดินผ่านมาได้ลิ้มรสอันแสนอร่อย ของเจ้าผลไม้ที่น่าพิศวงนี้ด้วย
การโกยขี้วัว นี้อุปมาได้กับการยินดีต้อนรับโศกนาฎกรรมให้เป็นปุ๋ยสำหรับชีวิต เรื่องมันมีอยู่ว่า เราต้องทำด้วยตนเองเท่านั้น ไม่มีใครช่วยเราได้ในเรื่องนี้ แต่หากเราหมั่นโกยมันทุกวันๆไปลงในสวนแห่งใจของเรา เจ้ากองความทุกข์ทรมานจะเล็กลงๆ สำหรับบางคนอาจจะกินเวลาหลายปี แต่เช้าวันหนึ่งจะมาถึง เมื่อเราพบว่า ไม่มีความเจ็บปวดรวดร้าวใดๆเหลืออยู่แล้วในชีวิต และสิ่งมหัศจรรย์ได้เกิดขึ้นในใจของเราด้วย ดอกไม้แห่งความเมตตากรุณาเบ่งบานไปทั่ว กลิ่นหอมของความรักอวลไปถึงท้องถนน ถึงเพื่อนบ้าน ถึงญาติพี่น้อง และถึงแม้กระทั่งคนที่ผ่านไปผ่านมา ในชีวิตของเรา จากนั้นต้นไม้แห่งปัญญาก็โน้มลงมาสู่เรา เต็มไปด้วย รสหวานแห่งความเข้าใจอันลึกซึ้งในธรรมชาติของชีวิต ให้เราได้ แบ่งปันผลที่แสนอร่อยโดยเสรี แม้แต่กับคนที่เพียงแค่ผ่านมาโดยเราไม่ทันได้วางแผนไว้ด้วยซ้ำ
เมื่อเราได้รู้จักความเจ็บปวดที่น่าเศร้านี้ ได้เรียนรู้บทเรียนจากมัน และได้บำรุงสวนของเราให้เจริญงอกงาม เมื่อนั้นเราจะสามารถโอบผู้ที่กำลังจะจมดิ่งอยู่ในความทุกข์มหันต์ไว้ในวงแขนของเรา และกล่าวอย่างนุ่มนวลว่า “เราเข้าใจ” เขาเหล่านั้นจะตระหนักว่าเราเข้าใจเขาจริงๆ ความกรุณาอยากช่วยให้เขาพ้นทุกข์จะเกิดขึ้น เราจะชี้แนะรถเข็น ส้อมง่ามและพลั่วแก่เขา พร้อมทั้งให้กำลังใจอย่างไม่มีขีดจำกัด ถ้าเราไม่ได้บำรุงสวนของเราให้เจริญงอกงามแล้วไซร้ เราย่อมไม่สามารถจะทำเช่นนี้ได้
อาตมารู้จักพระหลายรูปที่เชี่ยวชาญในการทสมาธิภาวนา ท่านเป็นสุข สงบ และสำรวมได้ในเวลาเคราะห์หามยามร้าย แต่น้อยองค์นักที่จะเป็นอาจารย์ผู้สอนที่เก่งมาก อาตมามักจะสงสัยอยู่บ่อยๆว่าทำไม
บัดนี้อาตมาเข้าใจแล้วว่าบรรดาพระผู้ที่ค่อนข้างจะผ่านสิ่งต่างๆมาอย่างสะดวกสบายไร้กังวล ผู้ที่มีขี้วัวให้โกยน้อยกว่าองค์อื่นๆ มักจะไม่ได้เป็นพระนักสอน แต่พระผู้ที่เคยผ่านความยากลำบากนานาประการ ค่อยๆโกย และบำรุงจนกระทั่งสวนของท่านอุดมสมบูรณ์ ท่านมักจะได้เป็นพระนักสอนที่ได้รับความนับถือมาก พระปฏิบัติทุกๆ องค์มีทั้งปัญญา ความสงบ และเมตตากรุณา หากองค์ที่มีขี้วัวมากกว่าต้องให้โกย มักมีอะไรที่จะแบ่งปันให้โลกมากกว่าด้วย หลวงพ่อชา อาจารย์ของอาตมา ผู้ซึ่งสำหรับอาตมาแล้ว เป็นอาจารย์ผู้สอนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ท่านคงจะต้องมีรถบรรทุกขนขี้วัวเต็มคันเป็นขบวนเข้าคิวอยู่หน้าประตูในช่วงต้นๆ ของชีวิตท่านเป็นแน่
นิทานเรื่องนี้สอนว่า ถ้าท่านต้องการที่จะให้บริการกับโลก ถ้าท่านปรารถนาที่จะปฏิบัติเมตตาภาวนาแล้วไซร้ ครั้งหน้า เมื่อเกิดเรื่องร้ายๆ ในชีวิตของท่าน ท่านจงกล่าวว่า “ไชโย! ได้ปุ๋ยสำหรับสวนของฉันอีกแล้ว!!”
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ...ตอนนี้ลองสำรวจดูซิ มีกลิ่นตุๆรอบๆตัวกันบ้างไหม???
สวัสดีค่ะ..
ขอบคุณสำหรับบันทึกดี ดี นะคะ..
ตอนนี้ไม่แน่ใจว่า ตัวเองกำลังเจอขี้วัว หรืออะไรกันแน่
เพราะอยู่ในช่วงของการตัดสินใจที่...
อยู่..กับเพื่อนกลุ่มเดิม หรือ
ย้าย..ไปหาเพื่อนกลุ่มใหม่
สวัสดีค่ะ
ดาวอยากจะอ่าน ชวนม่วนซื่น ตั้งนานแล้ว แต่ยังไม่มีเวลาและโอกาสได้อ่านซักที
มีแต่เพื่อนแนะนำว่าเป็นหนังสือที่ดีมากๆ เล่มหนึ่ง
ขอบพระคุณที่นำมาแบ่งปันนะคะ...ตอนนี้กำลังใส่ปุ๋ยให้กับชีวิตตัวเองค่ะ ^O^
ขอบคุณค่ะ ถ้าอยากอ่านฉบับเต็มของหนังสือชวนม่วนชื่นทั้งเล่ม ก็เข้าไปอ่านตาม link นี้ได้เลยนะคะ
http://www.dhamaforlife.com/audio/BeHappy/Chaun.pdf