สิทธิและเสรีภาพ เป็นสิทธิที่มีเงื่อนไข และมีขอบเขตจำกัด

มองดูสถานการณ์การชุมนุมของคนไทยที่เรียกตัวเองว่าเป็น 'กลุ่มเสื้อแดง' แล้วก็ ย้อนกลับไปคิดถึงการชุมนุมของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า 'กลุ่มคนเสื้อเหลือง' แล้วก็คิดถึง บทเรียนบทหนึ่งในวิชาสิทธิมนุษยชน คือ สิทธิและเสรีภาพนั้น ไม่ใช่สิทธิเด็ดขาด แต่เป็นสิทธิที่มีข้อจำกัด   ทั้งสิทธิในการชุมนุมและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นนั้นเป็นสิทธิ และเสรีภาพที่มีข้อจำกัดภายใต้กฎหมายที่กำหนดไว้

ผมไม่มีข้อมูลมากพอจะบอกได้ว่าปัจจุบัน การชุมนุมนั้นมีการละเมิดกฎหมายหรือยัง แต่ตั้งข้อสังเกตบางประการไว้ดังนี้

๑. ถ้าย้อนกลับไปดูการชุมนุมของคนเสื้อเหลืองที่บุกเข้าไปในสถานที่ราชการ และการปิดสนามบินก็ต้องถือว่าเป็นการละเมิดกฎหมาย และ

 ๒. ถ้ามองการเทเลือดของคนเสื้อแดงลงบนท้องถนน ก็ต้องถือว่าละเมิดกฎหมายเหมือนกัน  คือ การทำให้บ้านเมืองสกปรก และ อาจทำให้เกิดโรคติดต่อ

 (โปรดเช็คกฎหมายทั้งสองกรณี : นี้เป็นเพียงความเห็น ยังไม่ได้ดูตัวบทประกอบ)
 
ทั้งสองกรณี ก็ไม่ต่างกันละเมิดกฎหมายพอกัน

อย่างไรก็ตามผมขอตั้งข้อสังเกตไว้ว่าการชุมนุมทุกครั้งที่ผ่านมามีข้อที่หน้าดีใจว่าเป็นการจุดกระแสให้ คนในสังคมหันมาสนใจสิทธิของตนเอง หันมาตรวจสอบนักการเมือง และหันมาสนใจข่าวสารบ้านเมืองมากขึ้น ผมหวังเห็นสิ่งดีๆ เกิดขึ้นในบ้านเมืองไทยว่า

๑.การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง จะหลุดพ้นไปจากการเคลื่อนไหวเพื่อการสถาปนาอำนาจของ นายทักษิณ 

 
๒.การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนทุกสีในประเทศไทยจะเป็นเครื่องจุดประกายให้เกิดการตั้งคำถามกับระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยของไทยในปัจจุบัน ให้มีการดำเนินงาน อย่างโปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

๓.การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ครั้งนี้จะเป็นการสร้างให้เกิดความเห็นร่วมกันของสังคมในการปฏิรูปโครงสร้างสังคมให้เกิดกลไกการสะท้อนความเห็นของทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง

ปล. ปัจจุบันผมไม่ได้เชียร์ทั้งเสื้อแดงและเหลือง สิ่งเดียวที่ผมอยากเห็นในบ้านเมืองไทย คือ การมีภาคประชาสังคมที่เข้มแข็ง และเปิดกว้างพร้อมรับฟังความเห็นทุกฝ่ายเพื่อนำมาพิจารณาหาแนวทางในการบริหารงานประเทศไทยให้เจริญรุ่งเรื่อง โดยยึดประโยชน์สุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง

ผมไม่กลัวการมีฝ่ายค้าน หรือความแตกแยกในสังคม แต่ฝ่ายค้าน หรือคนที่เห็นต่างในสังคมไทยต้องพัฒนาตัวเอง โดยยึดหลักฐานข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์  และข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ มาประกอบ มากกว่า เป็นการพยายามสร้างข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนมาทำลายกัน และการเห็นแตกต่างในสังคมทั้งหลายทั้งปวง หากเป็นการเห็นต่างโดยยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งคงไม่เป็นไรมั้งครับ .. แต่ทั้งหลายทั้งปวง ต้องยืนอยู่บนหลักความอดทนอดกลั้น และสันติวิธี