ต้มไก่ใส่ใบกระเพา

๑๘.๐๓ น. วันเสาร์ ที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๓


           วันนี้มีการนัดเพื่อน ๆ มากินต้มไก่กัน  เนื่องจากต้นกะเพราริมรั้วมันสูงขึ้นเลย  อีกทั้งพุ่มต้นข่าก็เลื้อยซุ้มประตู  แถมมีทานตะวันที่ชูคอรออยู่  แต่ไม่ได้ชะเง้อดูรอพ่อกลับมา (คล้าย ๆเพลงจดหมายถึงพ่อ แต่นั่นเป็นกระถินริมรั้ว) ก็เลยหาวิธีการที่จะต้องใช้ใบกะเพราให้หมดไป  แม้มีต้นเดียวแต่มันทั้งใหญ่และสูง  กินเท่าไหร่ก็ไม่หมด  (คงไม่มีใครจะกินกะเพราได้ทุกวัน) วันนี้พี่น้อยสุดยอดแม่ครัวได้มาเป็นแม่ครัวกิตติมศักดิ์ให้  ต้มไก่ใส่ใบกะเพรา  ใครยังไม่เคยลิ้มลองอาจจะไม่รู้ถึงรสชาติของความอร่อย  ยิ่งเป็นฝีมือพี่น้อยแล้วละก็  รับรองว่าติดใจกันทุกรายที่ได้ชิม  นอกจากพี่น้อย  แล้วก็ยังมีครูจอยที่อยู่ห้องถัดไปมาร่วมวงด้วย  รวมทั้งน้องอรแม่ครัวประจำบ้าน ทั้งสามแม่ครัวต่างช่วยกันอย่างขยันขันแข็ง  เพื่ออาหารมื้อค่ำในวันนี้


             เพื่อน ๆ ที่เหลือยังไม่มาสบทบ เนื่องจากยังไม่ได้เวลา ต้องให้อาทิตย์ลับฟ้าไปซักพัก  ราว ๆ ทุ่มนึงนั่นแหละจะได้เห็นหน้าตาค่อย ๆ โผล่มาทีละคน สองคน ส่วนมากจะไม่มีที่โผล่มาสามคนหรือมากกว่านั้น  


             วันนี้พี่น้อย มีเสื้อติดมือมาฝากเนื่องในโอกาสว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันครบรอบ  การท่องเที่ยวรอบดวงอาทิตย์เป็นรอบที่ ๓๖ แน่นอนการเดินทางผ่านดาวฤกษ์  ที่เต็มไปด้วยรังสีแห่งความร้อนที่มีเป็นปกติอยู่แล้ว  ทุกวันนี้ชั้นบรรยากาศของโลกเรายิ่งยอมให้ความร้อนเหล่านั้น  สะท้อนกลับออกไปได้น้อยอีกต่างหาก  เท่ากับว่าเราได้รับรังสีความร้อนเหล่านั้น  เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติที่ควรจะเป็น  ที่อ้างมาซะยืดยาวก็เพียงจะบอกว่า  เนื้อหนังมังสาที่ผ่านความร้อนมาเป็นเวลา  วันนี้มันก็ย่อมมีการเสื่อมสลายเหี่ยวย่นไปตามกาล  จากเตาะแตะ  ก็มาเป็นเต่งตึง  และกำลังจะเข้าช่วงวัยแห่งความโตงเตง  และท้ายที่สุดเราทุกคนก็คงหนีไม่พ้นต้องตายอย่างแน่นอน  


                วันนี้วันใกล้ครบรอบวันกำเนิดในวันพรุ่ง  ลองเอามือรูปตรงหางตาทั้งสองข้างแล้วหัวเราะอย่างเต็มที่ดู  จะพบว่ามีร่องรอยของสัตว์ปีกที่มีขนสีดำ  ฝากไว้เต็มไปหมดคงไม่ต้องนับว่ามีเท่าไหร่  เพราะมันมากซะจริง ๆ แต่ก็ช่างมันเถอะเพราะนั่นมันเป็นเพราะการหัวเราะอยู่บ่อย ๆ ซึ่งก็หมายความว่าเป็นคนที่อารมณ์ดีพอสมควร  และร่องรอยเหล่านั้นถ้ามองในแง่ดี  มันก็คือร่องรอยแห่งประสบการณ์กร้านชีวิต  ที่เราเคยวิ่ง  กระเดิน  เดิน  หกล้ม  และคลาน  หรือบางครั้งคลานไม่ไหวก็อาจกลิ้งหรือกระดึ้บ ๆ เอา  เรียกได้ว่าชีวิตที่ผ่านมานั้น  เคยได้ลิ้มลองทุกรสชาติ  ทั้งสุข  ทุกข์  เศร้า  เหงา  รัก  หัวเราะ  ร้องไห้  ดีใจ  เสียใจ  และอื่น ๆ ที่ปุถุชนคนเดินดินธรรมดาคนหนึ่ง  ที่เกิดมาบนโลกใบนี้  จะสามารถสัมผัสได้


              ตอนนี้คงได้เวลากินต้มไก่ใส่ใบกะเพราแล้ว  เห็นทีต้องยกนิ้วออกให้ห่างแป้นพิมพ์  แล้วยกมันทั้งสิบไปหยิบจับปลายช้อน  และปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อนกลม ๆ ก่อนจะป้อนเข้าปากไปเคี้ยวผสมกับเนื้อไก่บ้านนุ่ม ๆ  ที่คละเคล้าด้วยน้ำต้มรสเด็ด  แถบหอมกลิ่นใบกะเพราที่หอมลึกลงไปถึงกระเพาะอาหารเลยทีเดียว...