สวัสดีค่ะ หลังจากไป OD ที่ชะอำ เมื่อวันที่ 3-5 มี.ค.53 ที่ผ่านมา สัปดาห์ถัดมา ช่วงวันที่ 12-14 มี.ค.53 หนึ่งมีโอกาสได้ไปร่วมประชุมวิชาการประจำปี ของสมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ปีนี้จัดที่ Holiday inn Resort ชะอำค่ะ
          งานนี้หนึ่งได้ update ข้อมูลมากมาย และมีหัวข้อที่หนึ่งสนใจมากๆอยู่ 2-3 เรื่องด้วยกันค่ะ วันนี้หนึ่งจะเล่าถึงเรื่อง "Nutrition in Cancer Patient"

          ที่ศูนย์มะเร็งฯมักจะมีผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย จำนวนมากที่สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการกินอาหารเสริมค่ะ เนื่องจากได้ยินการโฆษณา การบอกต่อๆกันมา หรือจากการโปรโมททางสื่อต่างๆในอาหารต้านมะเร็ง อาหารก่อมะเร็ง วิตามินป้องกันมะเร็ง แอนตี้อ๊อกซิแดนซ์ เบต้าแคโรทีน ฯลฯ เยอะแยะมากมายค่ะ ทำให้พยาบาลต้องทันต่อสถานการณ์พอสมควร ไม่งั้นก็ไม่สามารถให้ข้อมูลผู้ป่วยได้ โชคดีที่หนึ่งมีโอกาสได้เข้าฟังวิชาการครั้งนี้ด้วยค่ะ
หัวข้อนี้บรรยายโดย รศ.ดร.ภญ.จงจิตร อังคทะวานิช และ ศ.พญ.พวงทอง ไกรพิบูลย์
          อ.จงจิตร ได้เกริ่นนำถึงเรื่องการกินอาหารเสริม และความเชื่อของผู้ป่วยมะเร็งและญาติในการกินอาหารเสริมและอาหารแสลง ไว้น่าสนใจมากค่ะ อาจารย์บอกว่า เนื่องจากข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับอาหารเสริมและอาหารก่อมะเร็งนั้น มีมากมายที่ online ใน internet ซึ่งเดี๋ยวนี้นั้นทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ แต่บางข้อมูลที่เราเชื่อว่าน่าจะป้องกันมะเร็ง เมื่อมีการนำมาวิจัยที่มีความน่าเชื่อถือ ผลการวิจัยกลับออกมาแบบน่าตกใจ ในหลายๆงานวิจัยเลยค่ะ
อ.จงจิตรได้คัดสรรนำงานวิจัยที่ดีที่สุดในขณะนี้มานำเสนอ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และในบางเรื่องหนึ่งเองยังต้องตกใจในผลการวิจัยนั้นๆเลยค่ะ
สไลด์ที่อ.จงจิตรบรรยาย อ่านได้ที่นี่ค่ะ
พอสรุปคร่าวๆได้ดังนี้ค่ะ
1. อาหารที่เกี่ยวกับมะเร็งปอดกันมีรายงานว่า
          "การกินผลไม้(รสหวานน้อย เช่น มะละกอ แตงโม ชมพู่ แก้วมังกร เป็นต้น)และผักผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีน อาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปอด"
ควรระวัง "ไม่แนะนำ การกินอาหารเสริมเบต้าแคโรทีนชนิดแคปซูล เพราะมีหลักฐานว่าเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด"
          "การกินผัก ผลไม้ทุกๆ 100 gm จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด 6%"
          "ในผู้สูบบุหรี่ ถ้ากินผัก ผลไม้มากๆ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดได้ถึง 10%" (ข้อนี้หนึ่งไม่ได้สนับสนุนให้สูบบุหรี่นะคะ แต่โดยมากผู้สูบบุหรี่จะเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อมะเร็งปอด จึงมีการทำวิจัยในกลุ่มเสี่ยง) จริงๆถ้าเราไม่สูบบุหรี่ เราก็จะเสี่ยงต่อมะเร็งปอดน้อยกว่ากลุ่มที่สูบอยู่แล้วค่ะ และถ้าเรากินผัก ผลไม้ ก็จะยิ่งลดความเสี่ยง ได้มากกว่า 10% ของกลุ่มสูบบุหรี่อยู่แล้วค่ะ อิอิ
2. มีรายงานพบว่า การเสริม วิตามิน E
ที่เป็นอาหารเสริม ในรูปแบบอัดเม็ด แคปซูล ในผู้ชาย ทำให้เกิดมะเร็งต่อมลูกหมากเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอดถึง 64%
          แต่ควรกินอาหาร ผัก ผลไม้ ที่มีวิตามินอีสูง เช่นเมล็ดธัญพืช ไข่ ถั่ว ปลา จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด 45%
3. โฟเลท การกินโฟเลทที่เป็นอาหารเสริมในรูปแบบต่างๆ ทำให้เกิดมะเร็งลำไส้เพิ่มขึ้น
แต่การกินอาหารที่มีโฟเลทสูง ได้แก่ ตับ ผักใบเขียวเข้ม เช่น คะน้า ผักกาดเขียว บรอกโคลี หน่อไม้ฝรั่ง พืชตระกูลส้มและน้ำส้ม ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี จมูกข้าวสาลี ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ รวมทั้งถั่วขาวและถั่วดำ จะช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ได้
4. เกลือ
หากกินมากจะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร
5. ไม่แนะนำการกินน้ำผลไม้ ควรกินเป็นผลไม้สดๆดีกว่า
6. การกินนมถั่วเหลือง
ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม (Shu X.O.,2009)
7.เนื้อสัตว์ ไม่มีปัญหา สำคัญตรงที่ขั้นตอนการปรุง
          - ระวังเนื้อสัตว์ ปิ้ง ย่าง ที่ต้องใช้อุณหภูมิสูงๆ
ไม่ควรกินมากเกินไป (กินได้ไม่เกินวันละ 5 ช้อนโต๊ะ)
          - หลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์แปรรูป
เช่น ไส้กรอก ลูกชิ้น เนื้อเค็ม เป็นต้น
          - สำหรับเนื้อสัตว์ให้กินเนื้อปลาเป็นหลัก (กรณีนี้ ท่านอาจารย์พวงทองเสริมว่า หากกินเนื้อปลาควรเลือกกินเป็นปลาตัวเล็กค่ะ เนื่องจากปลาตัวใหญ่จะสะสมสารพิษมากกว่าปลาตัวเล็ก เนื่องจากมลภาวะเป็นพิษทางน้ำที่คนเราก่อขึ้น ปล่อยของเสียลงแม่น้ำลำธาร ทำให้ปลาซึ่งเคยเป็นอาหารที่เป็นประโยชน์กับร่างกายเรา กลายเป็นพิษไปได้ และแนะนำว่า หากต้องการกินปลาเป็นประจำ ควรเปลี่ยนตลาดในการเลือกซื้อปลาบ่อยๆ ไม่ควรซื้อที่ตลาดเดิม ซ้ำๆ เนื่องจากการเปลี่ยนตลาดใหม่ ปลาก็จะมาจากแหล่งน้ำคนละแห่งกับที่เราเคยกินค่ะ ลดความเสี่ยงการได้รับสารพิษจากแหล่งน้ำซ้ำๆ)
สรุปได้ว่า
          "การกินอาหาร ผัก ผลไม้ ที่เป็นธรรมชาติของอาหารนั้นๆ จะให้ประโยชน์มากกว่าการกินอาหารเสริมที่อัดเม็ด หรืออาหารที่แปรรูปแล้วค่ะ"
          ปวดหัวซะแล้ว เพิ่งได้อาหารเสริม  อาหารต้านมะเร็ง ก่อมะเร็ง ยังไม่ถึงอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเลยค่ะ ไว้หนึ่งจะมาเขียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับรังสีรักษา ในช่วงเย็นๆนะคะ ตอนนี้ขอพักสายตาก่อนค่ะ ^^